ปัจจุบันการแข่งขันในตลาด Home Improvement ได้ขยายขอบเขตจากการขายสินค้า ไปสู่การแย่งชิงพื้นที่ในใจลูกค้าผ่านการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหากสังเกตดูดีๆ จะพบว่าเพลเยอร์รายอื่นๆ ที่พยายามรุกธุรกิจบริการอยู่ในขณะนี้ ล้วนเป็นการเดินตามรอยโมเดลธุรกิจที่ “โฮมโปร” ได้บุกเบิกและวางรากฐานไว้อย่างจริงจังมาเนิ่นนานแล้ว เพราะโฮมโปรไม่ได้มองแค่การขายของให้ลูกค้า แต่มองเห็นโอกาสในการเป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจทุกเรื่องบ้านมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนกลายเป็นภาพจำที่แข็งแกร่งยากที่จะเลียนแบบได้ในเวลาอันสั้น
ความสำเร็จที่สะสมมานานนี้เองที่นำไปสู่การรีแบรนด์ครั้งสำคัญเมื่อปีที่ผ่านมา จากชื่อเดิม “Home Service” สู่ชื่อใหม่ “ช่างโฮมโปร” ที่เข้าถึงใจคนไทยมากกว่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่คือการประกาศตัวตนในฐานะผู้นำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร ที่พร้อมจะดูแลและแก้ไขทุกปัญหาเรื่องบ้าน ให้เป็นเรื่องง่าย ส่งผลให้ช่างโฮมโปรก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของรางวัลพิเศษ Best Service Solution Brand Award จาก 2026 Thailand’s Most Admired Brand

คุณธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการ ช่างโฮมโปร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้โฮมโปรแตกต่างมาจากวิสัยทัศน์ที่มองว่า “บริการไม่ใช่แค่ส่วนเสริมของธุรกิจ” แต่คือหัวใจของทั้งหมด โฮมโปรวางบทบาทเป็นผู้ช่วยจัดการทุกโซลูชันเรื่องบ้านที่ดูแลตั้งแต่ตัดสินใจซื้อ ระหว่างใช้งาน ไปจนถึงซ่อมบำรุง ตลอดช่วงอายุการใช้งานสินค้า
“ลูกค้าในวันนี้ไม่ได้ต้องการแค่สินค้า แต่ต้องการผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยดูแลเรื่องบ้านแบบครบวงจร ซึ่งช่างโฮมโปรคือหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่มาช่วยเติมเต็มโซลูชันงานบริการตอบโจทย์วัตถุประสงค์การใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่คุณภาพและความเชื่อใจ ทำให้ช่างโฮมโปรแตกต่าง”
เพื่อให้ทุกโซลูชันที่นำเสนอไปถึงมือลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ โฮมโปรจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างบุคลากรให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศแบบ Safety & Quality ผ่านกระบวนการสร้างและยกระดับมาตรฐานช่างในแบบฉบับของโฮมโปร ผ่านความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการออกแบบหลักสูตรเฉพาะเพื่อสร้างช่างมืออาชีพที่ไว้ใจได้
เริ่มจากการคัดสรรบุคลากร โดยตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และใช้แบบทดสอบจิตวิทยาหลายร้อยข้อ เพื่อเฟ้นหาคนที่มี Service Mind หรือจิตวิญญาณงานบริการ, ทดสอบฝีมือทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อยืนยันว่ามีความรู้จริงในสายงานนั้นๆ, อบรมและพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานการทำงานแบบโฮมโปร และฝึกงานจริงก่อนจะมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ทางด้านการบริหารคุณภาพใช้ระบบ Total Quality Management ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาควบคุมกระบวนการทำงาน ตั้งแต่ Check-in ผ่านแอปช่างโฮมโปร การส่งรายงานผลการทำงานแบบเรียลไทม์ การประเมินความพึงพอใจจากลูกค้าหลังจบงาน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์และประเมินผลช่างโฮมโปรทั่วประเทศต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานการบริการของช่างโฮมโปรในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะใช้บริการจากพื้นที่ไหนก็จะได้รับมาตรฐานเดียวกันทั้งคุณภาพและความปลอดภัย
“นอกจาก Hard Skill ที่นี่ยังมีการฝึก Soft Skills เช่น มารยาทการพูด และโทนการใช้เสียง เพื่อปรับบุคลิกภาพช่างให้มีความสุภาพและสร้างความประทับใจ โดยใช้แบบทดสอบเชิงจิตวิทยาเพื่อเฟ้นหามนุษย์สายพันธุ์บริการแบบช่างโฮมโปร ข้อสอบหลายร้อยข้อจะวิเคราะห์จิตวิญญาณว่าแต่ละคนมี Service Mind และทัศนคติในเรื่องความสำเร็จในการทำงานให้กับลูกค้าแค่ไหน ถ้าผ่านจุดนี้จึงจะไปทดสอบเรื่องของฝีมือว่ามีทักษะตามที่สมัครมาจริงหรือเปล่า โดยรวมแล้วเราใช้เวลาพอสมควรในการคัดสรรเพื่อให้มาซึ่งบุคลากรที่มีคุณภาพและไว้ใจได้”

ปัจจุบัน “ช่างโฮมโปร” มีทีมงานทั้งหมด 2,500 ทีม ให้บริการครอบคลุมทุกความต้องการเรื่องบ้าน ตั้งแต่การออกแบบดีไซน์, ติดตั้งและประกอบ (เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า), การบำรุงรักษา (ล้างแอร์, ล้างเครื่องซักผ้า และบริการทำความสะอาดที่นอน โซฟา ผ้าม่าน), การปรับปรุงซ่อมแซมเล็กน้อย ไปจนถึงงานใหญ่ระดับ Home Makeover ปรับปรุงห้องน้ำ ห้องครัว หรือแก้ปัญหาร้าว-รั่ว-ซึม, การตรวจสุขภาพบ้าน (ระบบน้ำ ไฟ โครงสร้าง) เพื่อประเมินความปลอดภัยและความสุขในการอยู่อาศัยรวมถึงแพ็กเกจดูแลบ้านแบบรายเดือนและรายปี (ล้างแอร์ แม่บ้าน และบริการ ดูแลบ้านแบบต่อเนื่อง)
“อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้เราเป็นที่ 1 และยังไม่มีใครทำได้คือ Emergency Service ที่พร้อมให้บริการภายใน 2 ชั่วโมงสำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟดับ แอร์เสีย ท่อน้ำแตก หรือในกรณีปั๊มน้ำเสีย เรามีปั๊มสำรองให้ใช้ด้วย แล้วจึงเอาตัวเก่าไปวิเคราะห์สาเหตุว่าเสียตรงจุดไหน เราครบจบที่เดียว เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากที่สุด รวมถึงแคมเปญประจำปี “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้า ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในยามเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยครั้งที่ผ่านมามีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับการซ่อมและกลับมาใช้งานได้ใหม่กว่า 50,000 ยูนิต ทั้งหมดนี้ทำให้คู่แข่งยังตามเราไม่ทัน”
อย่างไรก็ดี ปีนี้ช่างโฮมโปรถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น มุ่งมั่นสร้าง CHANG HomePro ให้กลายเป็นแอป “ช่างประจำบ้าน” เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการเรื่องบ้านได้ง่ายรวดเร็ว และไว้ใจได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียว โดยได้พัฒนาแอปให้มีความฉลาด และ Friendly User มากขึ้นพร้อมนำ Data และ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อนำเสนอบริการที่เหมาะสมล่วงหน้า เช่น การแจ้งเตือนล้างแอร์ การตรวจเช็กระบบน้ำหรือหลังคาตามฤดูกาล ในเวลาเดียวกันได้วางแผนการสื่อสาร “แอปเดียวครบ จบบริการเรื่องบ้าน” ไปยังผู้บริโภค นึกถึงเรื่องบ้านนึกถึงช่างโฮมโปร และให้เป็นแอปที่ต้องมีติดทุกบ้านด้วยบริการที่มีมากกว่า 200 บริการ เจาะกลุ่มทั้งลูกค้าทั่วไป (B2C) และลูกค้าองค์กร (B2B)
“ในแต่ละปี ช่างโฮมโปรมียอดเรียกใช้บริการมากกว่า 3.5 ล้านครั้ง และกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เราจึงตั้งเป้าขยายทีมช่างโฮมโปรจาก 2,500 ทีมเป็น 4,700 ทีมภายในปีนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมาย “1 ช่าง 1 ตำบล” โดยเน้นพื้นที่หัวเมืองหลักและหัวเมืองรอง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ”

สุดท้ายนี้ คุณธีรพลเผยเคล็ดลับการรักษาตำแหน่งที่ 1 ในใจลูกค้าว่าตลอดระยะเวลา 21 ปี ช่างโฮมโปรไม่เคยหยุดพัฒนา เพราะเชื่อว่าธุรกิจนี้ขับเคลื่อนด้วย “คน” หากพัฒนาช่างโฮมโปรให้เข้าใจลูกค้า พร้อมโซลูชันในการแก้ปัญหาเรื่องบ้านที่หลากหลายได้ดี นอกจากจะทำให้ลูกค้านึกถึง “ช่างโฮมโปร” เป็นแบรนด์แรกแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน