หลังจากใช้เวลา 2 ปีในการปรับโฉมธุรกิจ “Supersports” เริ่มเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ทั้งในด้านยอดขายและความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้ารองเท้าที่ทำยอดขายได้มากกว่า 3 ล้านคู่ต่อปี คิดเป็นสัดส่วนกว่า 25% ของสินค้าทั้งหมดในร้าน ขณะที่ยอดขายรวมเติบโตเฉลี่ยราว 3% ต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา และสูงกว่าภาพรวมตลาดที่เติบโตในระดับจำกัด
ภายใต้การขับเคลื่อนของ Supersports ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในช่วงปี 2567–2568 ที่ผ่านมาแบรนด์สามารถเติบโตเฉลี่ยได้ถึง 5% และครองส่วนแบ่งตลาดราว 25% ในอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬามูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมาเติบโตไม่ถึง 1% ก่อนที่ปีนี้จะมีแนวโน้มขยายตัวราว 4% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ที่สามารถเติบโตได้เหนือกว่าตลาด
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการปรับโฉมตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีการพัฒนา “Store 3.0” ให้ร้านไม่ใช่แค่พื้นที่ขายสินค้า แต่เป็นพื้นที่ประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบครบวงจร ปัจจุบัน Supersports มีสาขาขนาดใหญ่กว่า 11 แห่ง และมีการเปิดแฟลกชิพสโตร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยงบลงทุนราว 70 ล้านบาท
Store 3.0 ถูกออกแบบให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ครอบคลุมทุกประเภทกีฬา พร้อมบริการเฉพาะทาง เช่น การสแกนเท้า และพนักงานที่ให้คำแนะนำแบบ Personalized ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่ง สายแข่งขัน หรือสายไลฟ์สไตล์ รวมถึงการขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมกีฬาหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ร้านกลายเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักกีฬาอย่างแท้จริง
อเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า “2 ปีที่ผ่านมา นับเป็นความท้าทายอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬา ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และการแข่งขันในด้านการทำตลาด รวมถึงการออกสินค้าและโปรโมชัน อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมอุตสาหกรรมยังมีทิศทางที่สดใส จากไลฟ์สไตล์รักสุขภาพ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการออกกำลังกาย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่”
การเติบโตของ Supersports ได้รับแรงหนุนจากเทรนด์กีฬาและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมี 4 กลุ่มกีฬาหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่
• กลุ่ม Running ที่ขยายจากการวิ่งเชิง Performance ไปสู่ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น สัดส่วนประมาณ 7%
• กลุ่ม Racket Sports อย่างแบดมินตันและเทนนิสที่ได้รับอานิสงส์จากความสำเร็จของนักกีฬาไทยในเวทีโลก สัดส่วนประมาณ 26%
• กลุ่ม Football ที่ยังคงเป็นกีฬามหาชนของคนไทย เรียกว่าอยู่ใน DNA ของคนไทยเลยก็ว่าได้ สัดส่วนประมาณ 10%
• กลุ่ม Outdoor ที่เติบโตตามกระแสกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น แคมป์ปิ้งและการเดินป่า สัดส่วนประมาณ 10%
ในด้านออนไลน์ Supersports มีจำนวนผู้เข้าใช้งานรวมกว่า 30 ล้านครั้งต่อปี และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยช่องทางออนไลน์เติบโตมากกว่า 22% สูงกว่าหน้าร้านที่เติบโตประมาณ 5% สะท้อนความสำเร็จของการเชื่อมต่อประสบการณ์แบบ Omnichannel ที่ผสานออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมนำ Data และ AI มาช่วยวิเคราะห์และแนะนำสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งกว่า 80% ของฐานลูกค้าเป็นสมาชิก The 1 อยู่แล้ว
เล็น เลิศสุมิตรกุล ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า “เราขับเคลื่อนการเป็นผู้นำตลาดภายใต้กรอบกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเสริมความแข็งแกร่งความเป็นผู้นำตลาด ผ่าน Performance Meets Lifestyle ที่ผสานจุดแข็งด้านอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงเข้ากับดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน กลยุทธ์ Omnichannel ที่เชื่อมต่อประสบการณ์หน้าร้านและออนไลน์ด้วย Data และ Personalization พร้อมยกระดับแพลตฟอร์มสู่ Inclusive Digital Experience เสริมความแข็งแกร่งของ Brand & Partner Ecosystem ผ่านคอลเลกชันเอ็กซ์คลูซีฟจาก แบรนด์ระดับโลก และการทำ Community-Driven Marketing เพื่อสร้างคอมมูนิตี้กีฬาที่สะท้อนพลังบวกและไลฟ์สไตล์คุณภาพ”
สิ่งที่น่าสนใจคือการสร้าง “Community” ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืน Supersports ไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงร้านค้าปลีก แต่เป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงผู้คนที่มี Passion ด้านกีฬาเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรม คอนเทนต์ และแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม แบ่งปัน และสร้างประสบการณ์ร่วมกัน
จากทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ Supersports เติบโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่าง ด้วยสัดส่วนประมาณ 25% โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของตลาดในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความเข้าใจผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญทั้ง Performance และ Sport Lifestyle มากขึ้น พร้อมยอดจำหน่ายรองเท้าเฉลี่ยมากกว่า 3 ล้านคู่ต่อปี โดยครอบคลุมรองเท้าทุกหมวดหมู่
สำหรับปี 2569 Supersports ตั้งเป้าเติบโตเหนือกว่าภาพรวมตลาดที่คาดว่าจะขยายตัวราว 4% พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ในจังหวัดขอนแก่นและโครงการเซ็นทรัล รัตนา รวมถึงรีโนเวตสโตร์มากกว่า 10 แห่ง โดยเน้นการขยายในต่างจังหวัดเป็นหลัก เพื่อรองรับดีมานด์ที่เติบโตในภูมิภาค
และยังคงเดินหน้าต่อยอดการเติบโตของธุรกิจเพื่อยกระดับแบรนด์สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาที่ตอบโจทย์ครบวงจร ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- Store Transformation พลิกโฉมทุกพื้นที่ให้มีชีวิต เร่งเครื่องทรานส์ฟอร์มสาขาทั่วประเทศให้สอดรับกับคอนเซปต์ Store 3.0 เพื่อมอบประสบการณ์ Interactive ที่สมบูรณ์แบบและยกระดับมาตรฐานค้าปลีกกีฬา ควบคู่การ Upgrade สาขาในภูมิภาค (UPC) มากกว่า 10 สาขา เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศได้รับประสบการณ์ในมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว New Retail Store รูปแบบใหม่ซึ่งจะสร้างมิติใหม่ให้กับวงการสปอร์ตรีเทลไทยภายในปีนี้
- Brand Expansion กองทัพแบรนด์ใหม่เพื่อทุกไลฟ์สไตล์ ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยการเสริมทัพแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งในกลุ่ม Performance และ Lifestyle โดยได้รับสิทธิ์บริหารแบรนด์ชั้นนำอย่าง HEAD (Tennis , Pickleball , Paddle ) และ FILA (Sports & Lifestyle) อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเตรียมเปิดตัวสโมสรฟุตบอลใหม่ที่ได้รับลิขสิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อสร้างสีสันให้กลุ่มแฟนกีฬาเร็วๆนี้
- Private Label Strategy คุณภาพพรีเมียม ในราคาที่เข้าถึงได้ พัฒนาไลน์สินค้า Private Label ให้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ในคุณภาพระดับพรีเมียม ราคาที่เข้าถึงได้ โดยต่อยอดจากความแข็งแกร่งในหมวดวิ่ง ฟุตบอล และเอ็กเซอร์ไซส์ สู่ Watersport, Outdoor และ Kids มากขึ้น พร้อมผลักดันแบรนด์สำคัญ
ท่ามกลางตลาดที่ยังมีความท้าทาย Supersports ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต จากความสามารถในการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง และการจับเทรนด์ผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตกว่าตลาด และตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางของคนรักกีฬาในทุกมิติ