ใครจะคิดว่า ‘ขยะพลาสติก’ ที่ถูกมองว่าไร้ค่าจะสามารถกลายมาเป็นถนนที่ทุกคนใช้สัญจรกันอยู่ทุกวัน อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่สามารถแข็งแรงและทนทานขึ้นได้อีกในอนาคต โดย “คาโอ” ไม่เคยมองว่าขยะพลาสติกคือปัญหาหรือไร้ค่า แต่ปัญหาอยู่ที่การจัดการให้ถูกวิธีมากกว่า แนวคิดนี้ทำให้คาโอก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและเคมีภัณฑ์ สู่การเป็นผู้พัฒนา Solution ที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการคิดค้นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวัสดุใช้แล้วทิ้ง ให้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ใช้งานได้จริงและทรงประสิทธิภาพ
หลายคนคงคุ้นเคยกับสินค้าในครัวเรือนแบรนด์ดังที่คาโอจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น แอทแทค ไฮเตอร์ มาจิคลีน บิโอเร ลอรีเอะ แต่แท้จริงแล้ว คาโอ ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญไม่แพ้กันอย่างธุรกิจเคมีภัณฑ์ หรือ “คาโอ เคมิคอล” ซึ่งทำหน้าที่เป็นเบื้องหลังเชื่อมโยงหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น เคมีภัณฑ์เพื่ออุตสาหกรรมการเกษตร เคมีภัณฑ์เพื่อการก่อสร้างและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เคมีภัณฑ์สำหรับโรงหล่อและอื่นๆ และครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนความสำเร็จที่ชัดเจนของ NEWTLAC นวัตกรรมเคมีภัณฑ์ที่เปลี่ยนขวดพลาสติก PET ใช้แล้ว นำมาเป็นส่วนผสมยางมะตอยเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้างถนน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระให้สิ่งแวดล้อม แต่ยังพิสูจน์ถึงความก้าวล้ำด้านวิศวกรรมวัสดุจนสามารถคว้ารางวัล Material Innovation Awards 2025 จากงานสถาปนิกล้านนา’68 (Architect Lanna 2025) เวทีสำคัญของวงการสถาปัตยกรรมและวัสดุก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับเกณฑ์ด้าน Sustainability เป็นหลัก

ซึ่งรางวัล Material Innovation Awards 2025 ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของงานสถาปนิกล้านนา’68 (Architect Lanna 2025) จัดโดย สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับนิตยสาร art4d ที่คัดเลือกและยกย่องวัสดุและนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นทั้งด้านวิศวกรรมและการออกแบบ โดยให้ความสำคัญกับเกณฑ์ด้านความยั่งยืนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจหลักของการตัดสิน รางวัลดังกล่าวพิจารณาโดยคณะกรรมการจากหลากหลายสาขา ทั้งวงการออกแบบ วิศวกรรม และการผลิตวัสดุ รวมถึงเครือข่ายสถาปนิก จึงนับเป็นมาตรฐานอ้างอิงทั้งในระดับอุตสาหกรรมและวิชาชีพ ที่สะท้อนว่าวัสดุหรือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลสามารถก้าวจากแนวคิดสู่การใช้งานจริง และต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในอนาคต
ฮิโรยูกิ คาวาอิ กรรมการบริหาร รองประธาน ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจเคมีภัณฑ์ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้รับรางวัล Material Innovation Awards 2025 จากเวทีงานสถาปนิกล้านนา’68 (Architect Lanna 2025) เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่า NEWTLAC ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่เป็นนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านวิศวกรรมและความยั่งยืนได้จริง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ซึ่งคาโอมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน หรือ Kirei Lifestyle Plan ในแนวทางปฏิบัติเพื่อโลกที่สะอาดและสมบูรณ์ เราให้ความสำคัญกับเรื่องการไม่สร้างขยะ โดยพิสูจน์แล้วว่านวัตกรรมที่คาโอคิดค้น สามารถเปลี่ยนขยะขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้วให้กลายเป็นถนนคุณภาพสูง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม”

หากจะเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่ส่งให้
NEWTLAC ทะยานขึ้นไปคว้ารางวัลบนเวที
Material Innovation Awards 2025 ได้นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Key Success ของนวัตกรรมชิ้นนี้อยู่ที่การเปลี่ยนสมการจากขยะพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว และต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 450 ปี มาผ่านกระบวนการเคมีขั้นสูงให้กลายเป็นส่วนผสมพิเศษ ซึ่งถือเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะที่คาโอคิดค้นขึ้นเป็นแห่งแรก โดยมีจุดเด่นที่ทำให้ตอบโจทย์เกณฑ์การตัดสินไม่ว่าจะเป็น
- การจัดการขยะที่ยั่งยืนกว่า: ผลการวิจัยของ คาโอ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น พบว่า การสร้างถนนด้วย NEWTLAC ทุก 100 ตารางเมตร สามารถนำขยะขวดพลาสติก PET มารีไซเคิลได้มากถึง 1,430 ขวด
- แข็งแกร่งและทนทานกว่า: ช่วยให้ถนนมีความทนทานต่อการรับน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น ทนทานต่อการกัดเซาะของน้ำ และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าถนนยางมะตอยทั่วไป ซึ่งช่วยลดงบประมาณการซ่อมบำรุงในระยะยาว
- เป็นมิตรต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมมากกว่า: ช่วยลดมลพิษทางอากาศด้วยการลดการปล่อยอนุภาคละเอียดที่เกิดจากยางมะตอย และไม่ปล่อยไมโครพลาสติกกลับสู่ธรรมชาติ
- มาตรฐานระดับสากล: คุณสมบัติของถนนที่ผสม NEWTLAC ให้ความแข็งแรงเทียบเท่ามาตรฐานงานทาง PMA ของกรมทางหลวง


บทพิสูจน์ที่ทำให้ NEWTLAC เป็น Solution ที่เปลี่ยนโลกได้จริง คือความสำเร็จของโครงการ “ถนนสีเขียว Green Pavement” มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง คาโอ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นเส้นทางสัญจรความยาว 469 เมตร (พื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร) แต่ยังทำหน้าที่เป็น "Living Lab" หรือห้องปฏิบัติการที่มีชีวิตให้นักศึกษาได้เรียนรู้ โดยในการสร้างถนนเส้นนี้เพียงเส้นเดียว สามารถช่วยลดขยะขวดพลาสติก PET ไปได้ถึง 18,909 ใบ พร้อมทั้งพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการระบายน้ำที่ดีเยี่ยม ช่วยรักษาระบบนิเวศและต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยไว้ได้ ความสำเร็จนี้ยังถูกส่งต่อและขยายผลอย่างรวดเร็ว โดยถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในหลายพื้นที่ อาทิ ถนนบางพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี, ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ในบางส่วน และในอนาคตยังพร้อมเตรียมเดินหน้าขยายผลความสำเร็จสู่อีกหลากหลายโครงการ ซึ่งถือเป็นการปูทางสู่อนาคตของการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง