ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่มีความเคลื่อนไหวสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม Premium Mass ที่ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของตลาด ขณะที่กลุ่ม Premium มีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือราว 10% และเมื่อเจาะเข้ามาในประเภทอาหาร พบว่าเมนูหลักยังคงเป็นซูชิ 30% และชาบู 15%
เมื่อรวมกันแล้ว ตลาดระดับกลางถึงบนครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งหมดในไทย สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยอมจ่ายมากขึ้น เพื่อแลกกับคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีขึ้น ท่ามกลางตัวเลือกในตลาดที่หลากหลายมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ตลาดชาบูเองมีการแข่งขันหลากหลายระดับ ตั้งแต่ร้านบุฟเฟต์ราคาจับต้องง่าย ไปจนถึงร้านระดับพรีเมียมที่เน้นคุณภาพวัตถุดิบและประสบการณ์การรับประทานอาหาร ทำให้ผู้เล่นแต่ละรายต้องเลือก “จุดยืน” ของตัวเองให้ชัดเจนมากขึ้น
ข้อมูลจากเจโทร กรุงเทพ มองว่า ในระยะยาวกลุ่ม Premium Mass ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องอีกราว 5% ขณะที่ตลาดระดับ Mass และ Economy มีแนวโน้มชะลอตัว จากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ซึ่งยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคบางส่วนยังคงเลือกใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีคุณภาพ แม้ในภาวะที่ระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น

ภาพรวมดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มขยับพอร์ตไปยังเซ็กเมนต์ที่ให้ทั้งมาร์จิ้นและการเติบโตที่ดีกว่า หนึ่งในนั้นคือ เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ที่เลือกโฟกัสการสร้างแบรนด์ในกลุ่ม Specialty และ Premium Mass มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไป
ทิศทางของเซ็น กรุ๊ป ชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านจากร้านอาหารทั่วไป ไปสู่ Specialty หรือ Single Concept Restaurant เพื่อสร้างตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมวางกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การเลือกทำเลที่สะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัย ใช้จุดแข็งด้านซัพพลายเชนในการควบคุมต้นทุน แม้วัตถุดิบจะผันผวน เน้นการตลาดแบบ Organic และ Word of Mouth และสร้าง Value for Money มากกว่าการแข่งขันด้านราคา
“เราไม่ได้มองว่าชาบูต้องแข่งขันกันที่ราคาเท่านั้น แต่เชื่อว่ายังมีพื้นที่สำหรับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์อย่างแท้จริง” นุ่น ฐิตานันท์ ทวีผล ผู้ช่วยผู้อำนวยการแบรนด์ Specialty กล่าว
ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว “Cyu” ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือ ZEN Group ถูกวางให้เป็น “Portfolio Brand” ที่สามารถต่อยอดไปยังหลากหลายฟอร์แมต เช่น Sushi และ Handroll โดยยังคงแกนของความเป็น Specialty ที่ใส่ใจในรายละเอียด
ในมุมของประสบการณ์ แบรนด์เลือกเน้นคุณภาพวัตถุดิบ การคัดเลือกน้ำซุป และการนำเสนอที่แตกต่างจากร้านชาบูทั่วไป เพื่อสร้างความรู้สึก “พรีเมียมที่เข้าถึงได้” มากกว่าการแข่งขันในรูปแบบบุฟเฟต์ราคา

ปัจจุบัน Cyu Shabu มี 4 สาขา ได้แก่ เดอะ คอมมอนส์ ศาลาแดง, Central World, EmQuartier และทองหล่อ ซึ่งเป็นทำเลที่สะท้อนภาพลักษณ์ Urban และ Premium Lifestyle ได้อย่างชัดเจน และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในเมือง
หลังจากทดลองตลาดพบว่ากลุ่ม Specialty มียอดขายเติบโตกว่า 200% และปัจจุบันรายได้จากกลุ่ม Premium Mass และ Specialty กำลังก้าวไปสู่สัดส่วน 10% ของรายได้รวมทั้งกรุ๊ป สะท้อนทิศทางการเติบโตของโมเดลร้านอาหารเฉพาะทางที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น
ในเชิงกลยุทธ์ เซ็น กรุ๊ป มุ่งสร้างความแข็งแกร่งในเซกเมนต์ Specialty เพื่อสร้างความแตกต่างและก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาด โดยมีแนวคิดหลัก ได้แก่ การไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่เน้นสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และมาตรฐานที่ชัดเจน การแยกแบรนด์ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น Cyu Sushi & Hand Roll, Cyu Shabu และ Tetsu ซึ่งเป็นปิ้งย่างยากินิกุ
นอกจากนี้ ในบางสาขายังมีการรวม 2 คอนเซปต์ไว้ด้วยกัน เช่น ชาบูและแฮนด์โรล เพื่อเปิดทางเลือกให้ลูกค้าที่มาด้วยกันสามารถเลือกทานอาหารที่หลากหลายในพื้นที่เดียว สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น
กลุ่มเป้าหมายหลักคือการขยายจากฐานลูกค้าเดิมที่มีมากว่า 20 ปี ไปสู่คนรุ่นใหม่ในกลุ่ม Gen Y, Gen Z และ Gen Alpha โดยวางตำแหน่งราคาให้ลูกค้ารู้สึก “คุ้มค่า” เมื่อเทียบกับคุณภาพและประสบการณ์ ขณะที่ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจยังคงอยู่ที่ราคา ความคุ้มค่า ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย และการได้บริโภคอาหารที่ “กินดีและได้คุณภาพ”

ธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนทิศทางจากร้านอาหารทั่วไป ไปสู่รูปแบบ Specialty หรือ Single Product / Single Concept มากขึ้น เพื่อสร้างตัวตนที่ชัดเจนและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้านของผู้บริโภค พร้อมให้ความสำคัญกับ Experience มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การขยับสู่ Specialty ของเซ็น กรุ๊ป จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มแบรนด์ใหม่ แต่เป็นการปรับเกมธุรกิจจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณค่าและประสบการณ์ในระยะยาว
"สำหรับแผนในอนาคต เซ็น กรุ๊ป ยังคงมองหาโอกาสในประเภทอาหารใหม่ๆ ที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่น เพื่อเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ และอาจขยายสาขาไปยังย่านที่พักอาศัยระดับหรู เพื่อรองรับกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าศักยภาพในระยะต่อไป" นุ่น ฐิตานันท์ กล่าวทิ้งท้าย