ในวันที่ภาพรวมเศรษฐกิจอาจดูนิ่ง แต่ตลาดอาหารเสริมไทยกลับสร้างปรากฏการณ์ขาขึ้นอย่างน่าทึ่ง โดยมีการประเมินว่าในปี 2568 นี้ มูลค่าตลาดจะทะยานสูงถึง 100,000 ล้านบาท เป็นครั้งแรก พร้อมอัตราการเติบโตที่แรงกว่า 15%
ตัวเลขมหาศาลนี้มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการ 'รอรักษาเมื่อป่วย' มาเป็นการ 'ป้องกันเพื่อสุขภาพที่ดี' และการ 'ชะลอวัย' เพื่อยืดอายุสุขภาพให้แข็งแรงนานที่สุด ซึ่งนี่คือจังหวะเดียวกับที่แบรนด์ไทยอย่าง SOLVEGROUP กระโดดเข้ามาทำตลาดได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ด้วยการฉีกกฎอาหารเสริมแบบเดิมๆ แล้วหันมาใช้กลยุทธ์ Functional Supplement ที่พัฒนาจากหลักวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ Pain Point ของผู้บริโภคอย่างตรงจุด
ทั้งนี้ SOLVEGROUP เป็นแบรนด์ Functional Supplement หรืออาหารเสริมเชิงฟังก์ชันสัญชาติไทยที่พัฒนาด้วยหลักวิทยาศาสตร์ และคัดเลือกสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้อง ก่อตั้งโดย พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือหมอเอิง ที่นำความรู้พื้นฐานที่มีมาต่อยอดร่วมกับ Pain Point ของตัวเอง ที่ต้องเผชิญกับปัญหาผมบางจากภาวะความเครียดจนกระทบกับความมั่นใจในการใช้ชีวิต และพบว่าผู้หญิงหลายคนก็เจอปัญหาในลักษณะเดียวกัน
SOLVEGROUP พัฒนาด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ใช่วิตามินเดี่ยว แต่คือ Functional Supplement เลือกใช้ทั้งชนิดและปริมาณของสารสกัดตามงานวิจัยหลายหลายตัว ด้วยสูตรเฉพาะที่คำนึงถึงการทำงานร่วมกันของสารอาหาร เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพ รวมถึงยังมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘การดูแลสุขภาพที่แท้จริง’ ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ ผ่านผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ที่ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก
จากเดิมที่ทำการตลาดผ่านการบอกต่อปากต่อปากในกลุ่มผู้บริโภค ปีที่ผ่านมา SOLVEGROUP เริ่มทำการตลาดอย่างจริงจัง ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 60-70 ล้านบาทในปี 2567 ขึ้นไปแตะระดับ 111 ล้านบาทในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโตขึ้นเกือบ 60% ปีนี้จึงตั้งเป้าหมาย 180 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการซื้อซ้ำต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้าเก่า บวกกับจำนวน SKU สินค้าที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘SOLVE Omega-3’ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบ Preventive Health
“ปีที่ผ่านมาสินค้า SOLVEGROUP จะเป็นกลุ่ม Beauty Supplement เป็นส่วนใหญ่ ช่วยเรื่องผม ผิว แต่ช่วงปลายปี เราเริ่มเน้นไปทางการเสริมสร้างสุขภาพมากขึ้น เช่น Calcium gummy และ Magnesium complex และปีนี้เราจะเน้นทางด้าน Preventive health และ Longevity แบบเต็มตัว เรามีความเชื่อว่า การรักษาความสมดุลของร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คือ กุญแจสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกายให้เป็นไปตามธรรมชาติ และการดูแลสุขภาพในวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อผลลัพธ์เพียงชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนกับร่างกายของตัวเองในระยะยาว โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต และเสริมด้วย Supplement ที่ร่างกายต้องการ”
สำหรับตลาดอาหารเสริมในอนาคตนั้น ผู้บริหาร SOLVEGROUP ให้ความเห็นว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดอาหารเสริมในระยะถัดไป จะมาจากผู้บริโภคที่มีความรู้และความเข้าใจด้านโภชนาการมากขึ้น ทั้งในเรื่องบทบาทของวิตามิน แร่ธาตุ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ใช่ทางลัดของสุขภาพ แต่มีบทบาทช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกาย เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ที่ต้องทำควบคู่กับการทานอาหารที่ดี การออกกำลังกาย และการพักผ่อนที่เพียงพอ
“ในอนาคต ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะเติบโตในทิศทางของการเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ผู้บริโภคจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพของตัวเองอย่างชัดเจน เช่น กลุ่มคนออกกำลังกายที่ต้องการเสริม Performance และดูแลความพร้อมของร่างกายหลังการฝึกซ้อม อาจเลือกผลิตภัณฑ์อย่าง Electrolytes หรือ Amino acids ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุจะให้ความสำคัญกับการรักษามวลกล้ามเนื้อ เพื่อการเคลื่อนไหวที่คล่องตัว เช่น HMB แนวโน้มนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก ‘วิตามินเพื่อสุขภาพทั่วไป’ ไปสู่ ‘โภชนาการเฉพาะบุคคล’ ที่ออกแบบตามช่วงวัย ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของแต่ละคนมากขึ้น”