นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกันถึง 16 รายการภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของแบรนด์ซอสคู่ครัวไทยอย่าง “ภูเขาทอง” คือการกำลังขยับตัวจากธุรกิจเครื่องปรุงรส ไปสู่การสร้าง “ประสบการณ์อาหาร” รูปแบบใหม่ผ่านพื้นที่แห่งใหม่ในย่านทรงวาด
โปรเจกต์ดังกล่าวจะมาในรูปแบบตึก 4 ชั้น ที่ไม่ได้เป็นเพียงช็อปจำหน่ายสินค้า แต่ยังเตรียมต่อยอดสู่พื้นที่ Food Experience ที่ผสานทั้งอาหาร เมนูสร้างสรรค์ และเรื่องราวของซอสไทยเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์อาหารยุคนี้ ที่ไม่ได้แข่งขันกันแค่รสชาติบนชั้นวาง แต่กำลังสร้างประสบการณ์เพื่อเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น

ที่ผ่านมา “ภูเขาทอง” ใช้กลยุทธ์ในการสร้าง Food Experience โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก "ซอสปรุงรสคู่ครัว" สู่การเป็น "ผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการทำอาหาร" เพื่อยกระดับให้แบรนด์เข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคยุคใหม่และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้
- กลยุทธ์ 3 E Educate, Experience, Engageภูเขาทองใช้แกนหลัก 3E ในการสื่อสารและสร้างประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบครบวงจร
- Educate Cooking มุ่งให้ความรู้และเทคนิคการปรุงอาหารให้อร่อยอย่างมีศิลปะ ผ่านสูตรอาหารที่เข้าใจง่าย เพื่อทลายกำแพงความรู้สึกว่าการทำอาหารเป็นเรื่องยาก
- Experience Sharing สร้างพื้นที่ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง สัมผัสรสชาติ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความอร่อยร่วมกับแบรนด์
- Engagement ดึงผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญต่างๆ เพื่อสร้างความผูกพันในระยะยาว
- ชูแนวคิด “ใครๆ ก็ทำอาหารได้” ด้วยนวัตกรรมซอสสำเร็จรูปเพื่อรับเทรนด์ Home Cooking และ Fusion Food ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แบรนด์ได้ปรับเปลี่ยนจากซอสปรุงรสพื้นฐาน มาสู่การเปิดตัวไลน์สินค้าใหม่กลุ่ม "ซอสสำเร็จรูป" รวดเดียวถึง 16 เมนูสร้างประสบการณ์การทำอาหารที่ง่ายและสนุก ช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีทักษะการทำอาหาร สามารถทำเมนูอร่อยระดับเชฟได้เองที่บ้านอย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนความยุ่งยากในการเตรียมวัตถุดิบ
- แคมเปญ "SauceTopia" เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นจิ๋วและครอบครัวแบรนด์ทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อประสบการณ์อาหารไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน (อายุ 6-12 ปี) ร่วมกับเชฟชื่อดังอย่าง เชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล ในโปรเจกต์อาณาจักร "SauceTopia"

บัญชา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อาหารไทยเป็นหนึ่งใน soft power สำคัญของประเทศ ทั้งถนนทรงวาด ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติมาผสานกับสีสันและความสนุกสไตล์ยุค1980s การเลือกย่านนี้ก็เพื่อสื่อถึงการเชื่อมโยงผู้คน แฟชั่น และวัฒนธรรมอาหารไว้ในทุกผลิตภัณฑ์”
ดูเหมือนว่า “ภูเขาทอง” ก็กำลังพาตัวเองออกจากภาพจำเดิมๆ ของซอสบนโต๊ะอาหาร ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกิน การใช้ชีวิต และพื้นที่แฮงเอาต์ของคนรุ่นใหม่
น่าสนใจว่าเมื่อวันนั้นมาถึง ตึกแห่งใหม่กลางทรงวาด อาจไม่ได้เป็นแค่ร้านขายซอส แต่จะกลายเป็นอีกหนึ่งเช็กอินใหม่ ที่คนแวะไปกิน ไปถ่ายรูป ไปลองเมนูใหม่ๆ และสัมผัสว่า “ซอสไทย” ก็เล่าเรื่องสนุกได้เหมือนกัน
จากแบรนด์ที่อยู่ในครัวมานานหลายสิบปี วันนี้ “ภูเขาทอง” กำลังเดินออกมาสู่โลก Food Culture ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคได้แบบเต็มตัว และถ้าทำได้ถึงจุดนั้นจริง เกมของแบรนด์อาหารไทยก็น่าจะสนุกขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว