เมื่อหน้าจอมือถือกลายเป็นเวทีแจ้งเกิดของทุกคน และอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียในวันนี้สามารถเปลี่ยนเด็กธรรมดาให้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามหลักแสนหลักล้านได้ในชั่วข้ามคืนโดยไม่ต้องพึ่งพาค่ายใหญ่ การประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทของ ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อชุบชีวิต “True AF 2026” กลับคืนสู่หน้าจออีกครั้ง จึงกลายเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่ชวนให้ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การลงทุนทำรายการทั่วไป แต่คือการพยายามนำเอาโมเดลเรียลลิตี้โชว์ยักษ์ใหญ่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต มาท้าชนกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่คุ้นชินกับการเลือกเสพคอนเทนต์อย่างอิสระและรวดเร็ว การเดินเกมครั้งนี้จึงน่าติดตามว่า ทรูจะสามารถนำตำนานเรียลลิตี้ไทยแบบ 24 ชั่วโมงในอดีตมาปรับตัวร่วมกับความบันเทิงในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างไร
องอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การกลับมาครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการคืนตำนานรายการเรียลลิตี้ที่เคยสร้างกระแสทั่วประเทศ แต่คือการปรับโฉม True AF 2026 ให้กลายเป็นคอนเทนต์ความบันเทิงยุคใหม่ ที่เชื่อมต่อทั้งแฟนรายการรุ่นเก๋าและผู้ชมเจเนอเรชันใหม่เข้าไว้ด้วยกัน ผ่านรูปแบบการรับชมและการมีส่วนร่วมที่ไร้ขีดจำกัด ตอกย้ำภาพลักษณ์ของทรูในฐานะผู้นำคอนเทนต์ด้าน Entertainment รวมถึง Digital Content Ecosystem ของประเทศไทย
การกลับมาของ True AF 2026 ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแผนการปรับตัวที่น่าสนใจ เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของคนดูและการเสพสื่อในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
- การดีไซน์คอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนดู 2 กลุ่มๆ แรก จัดให้มี12 ช่องพิเศษสำหรับนักล่าฝันแต่ละคน เพื่อให้แฟนคลับเลือกโฟกัสและติดตามชีวิตคนโปรดได้แบบเจาะลึกตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้าง Fandom culture ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นคอนเทนต์คลิปสั้นในลักษณะไฮไลท์ประจำวัน ประจำสัปดาห์ และกิจกรรมเรียลไทม์ บนแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW
- เปิดระบบโหวตเพิ่มเป็น 2 ช่องทาง ได้แก่ ทางมือถือและทางเว็ป (af.truevisions.co.th ) เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วม
- ลงทุนสร้างทรัพย์สินทางปัญญาในระยะยาว โดยดึง "ปอนด์ กฤษดา" จาก BeOnCloud และ "โอม ปัณฑพล" มาร่วมบริหารค่ายเพลง Ennead ในฐานะ Executive Producer ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้เส้นทางของนักล่าฝันทั้ง 12 คนไม่ได้จบลงแค่ในบ้าน แต่จะได้รับการเจียระไนต่อยอดสู่การเป็นศิลปินและนักแสดงมืออาชีพที่จะหมุนเวียนกลับมาเป็นพรีเซนเตอร์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มทรูต่อไปในอนาคต
“ทรูวิชั่นส์มุ่งมั่นสร้าง True AF 2026 ให้เป็น Entertainment Ecosystem แบบครบวงจร ที่เปิดให้แฟน ๆ สามารถติดตาม มีส่วนร่วม และเชื่อมต่อกับรายการได้ตลอดเวลา จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากการออดิชันทั้ง 4 ภาคและช่องทางออนไลน์ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พลังของ True AF ยังคงแข็งแกร่งและอยู่ในใจของผู้ชม รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ยังคงมีความฝันและต้องการพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมากกว่า 10,000 คน จนได้มาเป็น 12 นักล่าฝัน ตอกย้ำว่า True AF ไม่ใช่เพียงรายการประกวดร้องเพลงหรือเรียลลิตี้โชว์ แต่คือเวทีแห่งโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นพบตัวตน พัฒนาศักยภาพ และก้าวเข้าสู่เส้นทางในวงการบันเทิงอย่างมืออาชีพ”
สำหรับ True AF 2026 ใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลทั้งคอนโดมิเนียม Whizdom The Forestias Petopia มูลค่ากว่า 7.35 ล้านบาท พร้อมเงินสด 1 ล้านบาทจากทรู รองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับมอบรางวัลรถยนต์ไฟฟ้า Deepal S05 REEV จาก CHANGAN และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น NEVO Q05 ให้แก่ รองชนะเลิศอันดับ 2 รวมถึงความบันเทิงแบบครบครันจากค่ายทรู อาทิ ซิม True 5G Unlimited , อินเทอร์เน็ตบ้านไฟเบอร์จาก TrueOnline พร้อมอุปกรณ์ Home Solution ฟรี 2 ปี รวมถึงแพ็กเกจ TrueVisions NOW MAX ให้กับ 12 นักล่าฝัน True AF 2026
องอาจ กล่าวว่า ทรูวิชั่นส์ประกาศจุดยืนเป็น OTT (Over-the-Top) บริการรับชมสื่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และ SVOD (Subscription Video on Demand) บริการสตรีมมิ่งวิดีโอแบบเก็บค่าบริการสมาชิก ที่ตอบโจทย์ให้คนไทย โดยเน้นการผลิตและนำเสนอ Thai content เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นกีฬา ซีรีส์ และและรายการเรียลลิตี้ เพื่อสร้างความต่างจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ และคาดว่า True AF 2026 จะช่วยผลักดันยอดดาวน์โหลดสมาชิก TrueVisions NOW เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% จากปัจจุบันมีอยู่ 5 ล้านราย