กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อคุณภาพเยี่ยมที่ค่อยๆ สุกบนเตาถ่านขนาดพกพา คืออีกหนึ่งภาพสะท้อนของความสำเร็จตลอดเส้นทาง 16 ปี ของคุณชาง ควาน ชอน (Chang Kwan Chun) ผู้ที่มองเห็นโอกาสในความท้าทายของตลาดอาหารเกาหลีในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้บุกเบิกที่นำเสนอเมนู "บิบิมบับ" หรือข้าวยำเกาหลีให้กลายเป็นอาหารสุขภาพที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนไทย จากการสังเกตเห็นว่าร้านอาหารเกาหลีในประเทศไทยสมัยก่อนมักเน้นการรวมกลุ่มขนาดใหญ่และมีภาพจำเรื่องควันและกลิ่นที่รุนแรง
เมื่อตัดภาพมาปัจจุบัน ยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเฉพาะหลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤตการณ์ที่ทำให้การรับประทานอาหารคนเดียวหรือเป็นกลุ่มเล็กกลายเป็นเรื่องปกติ แบรนด์ HWARO (ฮวาโร) จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อลบภาพจำแบบเดิมและสร้างนิยามใหม่ของการปิ้งย่างที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และราคาสมเหตุสมผล
ชื่อแบรนด์ HWARO ซึ่งแปลว่าเตาในภาษาเกาหลี สื่อถึงหัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์แบบส่วนตัวที่คุณชาง ควาน ชอน ตั้งใจออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง โดยได้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจนี้ว่า
“เมื่อก่อนการกินปิ้งย่างต้องไปกันหลายคน แต่เดี๋ยวนี้ความนิยมการรับประทานอาหารคนเดียว (Solo Dining) มีมากขึ้น เราเลยคิดว่าปิ้งย่างแบบเกาหลีก็มีโอกาสเป็นไปได้ จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ร้านนี้ HWARO”


การนำนวัตกรรมเตาส่วนตัวมาใช้ ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มอายุ 20-30 ปีหรือพนักงานออฟฟิศเท่านั้น ยังเป็นการแก้ปัญหาด้านกายภาพของร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่มักมีข้อจำกัดเรื่องระบบระบายควัน ซึ่งทางแบรนด์ได้พัฒนาจนสามารถเปิดร้านในพื้นที่เปิดได้โดยไม่สร้างมลภาวะทางกลิ่นให้กับบริเวณรอบข้าง
มากไปกว่านั้น เบื้องหลังรสชาติที่ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ คือความเข้มงวดในการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมและความใส่ใจในรายละเอียดที่เกินกว่ามาตรฐานร้านอาหารทั่วไป ตั้งแต่การใช้เนื้อหมูจากฟาร์มคุณภาพดีไปจนถึงการหุงข้าวสวยที่ต้องทำใหม่ในปริมาณน้อยเพื่อให้ได้ความสดและรสสัมผัสที่ดีที่สุด ความโดดเด่นที่สำคัญอีกประการคือการมีโรงงานผลิตกิมจิเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ HWARO และแบรนด์ในเครือมีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยใช้ชื่อแบรนด์ The Gimchi ซึ่งเน้นเรื่องสุขอนามัยและการวิจัยพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รสชาติเกาหลีแท้ที่ถูกปากคนไทย
ความแข็งแกร่งด้าน R&D นี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญในการขยายอาณาจักรอาหารเกาหลีในไทย บวกกับการบริหารงานแบบมืออาชีพที่มีการผสมผสานระหว่างมาตรฐานเกาหลีและความเข้าใจในบริบทไทย เปรียบเสมือนยกครัวที่เกาหลีมาไว้ที่ไทย และยังคงรักษามาตรฐานดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยคุณชาง ควาน ชอน มีภรรยาผู้เป็น Master Chef ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เป็นผู้ควบคุมคุณภาพและรสชาติให้สม่ำเสมอในทุกสาขา ได้ให้คำแนะนำที่เฉียบคมสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารว่า
“คนจะทำธุรกิจร้านอาหารต้องศึกษาอาหารที่เราจะทำขายให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งจริงๆ ในฐานะเจ้าของต้องมองเห็นปัญหาและสามารถตรวจสอบได้ว่าจุดไหนคือปัญหาที่แท้จริง ธุรกิจจึงจะเกิดความยั่งยืน และร้านจะอยู่ได้ยาวนาน”
ในปัจจุบัน กรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางด้านอาหารระดับโลกที่มีการแข่งขันสูงและมีแบรนด์ต่างชาติมากมายเข้ามาเปิดตัว การพัฒนาเพียงแค่รสชาติดั้งเดิมจึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไป กลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจที่คุณชาง ควาน ชอน บริหารจัดการจึงเป็นการสร้าง "Family of Company" ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของตลาด ตั้งแต่ The Bibimbab ที่เน้นความสะดวกและสุขภาพ The Ramyeon by The Bibimbab ที่เน้นอาหารจานด่วนยอดนิยม มาจนถึง HWARO ที่เป็นปิ้งย่างเตาส่วนตัว และแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวที่จะเน้นเมนูเซตและซุปเกาหลีขนานแท้ที่คนไทยอาจยังไม่รู้จักดีนัก เช่น คัมจาทัง หรือซุปกระดูกหมู และซุปไก่ต่างๆ

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการนำเสนอความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารเกาหลีผ่านภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย แต่ยังคงความอบอุ่นในแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำว่าเมื่อนึกถึงอาหารเกาหลีที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แบรนด์ในเครือของพวกเขาจะเป็นชื่อแรกที่ปรากฏขึ้นมาในใจเสมอ