ทุกองค์กรต้องปรับตัวขนานใหญ่ให้รวดเร็ว ความคาดหวังเรื่องผู้นำเพิ่มขึ้นมาก และเร็วจนหลายคนตั้งตัวไม่ทัน ภายใต้บริบท Disruptive Technologies เผยผลการสำรวจ แนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลปี 2560 ของดีลอยท์ ปีนี้จัดว่าเป็นการสำรวจขนาดใหญ่ที่สุด ครอบคลุมที่สุด ชื่อว่า Rewriting The Rules Of The Digital Age “ต้องปรับเปลี่ยน” ให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกคนอื่นแซงหน้าไปจนหมด
สุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ ประเทศไทย และทาเลนท์ลีดเดอร์ (Talent Leader)ของ ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าวว่า “เราอยู่ในยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัวแล้ว สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในการบริหาร หรือการทำงานขององค์กรต่างๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ผู้บริหารทรัพยากรบุคคลมืออาชีพ และผู้นำองค์กรต่างปรับตัวเพื่อรับมือและจัดการกับความท้าทายของการทำงานในยุคดิจิตอลที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว”
การสำรวจแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลของดีลอยท์ มีกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้นำองค์กรธุรกิจและผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล จำนวนกว่า 10,000 คนจาก 140 ประเทศ เข้าร่วมการสำรวจในครั้งนี้ ในประเทศไทยมีกลุ่มตัวอย่าง 42 คน ผลปรากฏว่าแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลที่สำคัญสูงสุดสำหรับประเทศไทย ได้แก่
-Digital HR อยู่ที่ 98%
-Talent Acquisition อยู่ที่ 95%
-Leadership และ Careers & Learning เท่ากันที่ 93%
ผู้ตอบแบบสำรวจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุว่า ปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่
-Talent Acquisition อยู่ที่ 91%
-Organization of the Future อยู่ที่ 90%
-Careers & Learning อยู่ที่ 89%
นอกจากนี้ ผู้ตอบคำถามทั่วโลกเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ Organization of the Future อยู่ที่ 88%
ผลการสำรวจของดีลอยท์ พบว่า บริษัทต่างๆ จำนวน 56% มีการออกแบบโปรแกรมทรัพยากรบุคคลใหม่ โดยใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิตอลและมือถือมากขึ้น ขณะที่อีก 33%ได้มีการนำแอพพลิเคชั่นปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) Applications มาใช้กับการทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลอยู่แล้ว
ผู้นำ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จขององค์กร เมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่องค์กรดิจิตอลเต็มตัว ผู้นำยุคปัจจุบันต้องการทักษะและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างไปจากผู้นำยุคเก่า อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ยังขยับเปลี่ยนแปลงช้าเกินไป ในเรื่องการสร้างผู้นำยุคดิจิตอล ส่งเสริมผู้นำคนรุ่นใหม่ และรูปแบบของผู้นำแบบใหม่
ผลการสำรวจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 87% เห็นตรงกันว่า ผู้นำที่เก่งเรื่องดิจิตอลและพร้อมปรับตัวให้กับโลกยุคใหม่เป็นเรื่องสำคัญมาก มีเพียง 5% เท่านั้นที่มีโครงการพัฒนาผู้นำดิจิตอลเป็นเรื่องเป็นราว 12% ระบุชัดว่ายังไม่แผนในเรื่องนี้แต่อย่างใด ผลการสำรวจทั่วโลกระบุว่า บริษัททั่วโลกเพียง 11 % เท่านั้นที่รายงานว่าองค์กรของตัวเองมีการเตรียมพร้อมไปสู่การเป็นองค์กรแห่งอนาคต
“ความคาดหวังเรื่องผู้นำเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเร็วจนหลายคนตั้งตัวไม่ทัน ปัจจุบันนี้ผู้นำองค์กรถูกคาดหวังให้นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จภายใต้บริบทของยุคดิจิตอลพลิกโลก หรือ Disruptive Technologies ประชากรวัยทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการผันผวนของการเมืองโลก กล่าวโดยสรุปคือ ผู้นำในปัจจุบันต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงของ 3 สิ่ง คือองค์ความรู้ พฤติกรรม และอารมณ์ ซึ่งผู้นำมักจะได้รับความสนับสนุนจากองค์กรของตนในเรื่องดังกล่าวน้อยมาก”
สุภศักดิ์ กล่าวในท้ายที่สุดว่า เทคโนโลยีกำลังเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และนวัตกรรมเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ตลอดจนวิธีการทำงานและวิธีติดต่อสื่อสารของเราอย่างสิ้นเชิง พูดง่ายๆ ก็คือ การทำงานในโลกยุคดิจิตอลทำให้กฎเกณฑ์ทางธุรกิจเปลี่ยนไป องค์กรต่างๆ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและปรับพฤติกรรมภายในองค์กร เพื่อให้สามารถบริหาร จัดระเบียบ กระตุ้น จัดการ และสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในศตวรรษที่ 21 ให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกคนอื่นแซงหน้าไปจนหมด
ผลสำรวจแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลปี 2560
นับเป็นการสำรวจที่ใหญ่และครอบคลุมกว้างขวางที่สุด โดยมีผู้เข้าร่วมการสำรวจที่เป็นผู้นำธุรกิจ และผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลจำนวนกว่า 10,000 คน จาก 140 ประเทศทั่วโลก
-กลุ่มตัวอย่าง
-22% มาจากบริษัทขนาดใหญ่ (จำนวนพนักงาน 10,000 คนขึ้นไป)
-29% มาจากบริษัทขนาดกลาง (จำนวนพนักงาน 1,000-10,000 คน)
-49% มาจากบริษัทขนาดเล็ก (จำนวนพนักงานน้อยกว่า 1,000 คน)
หากแบ่งเป็นภูมิภาค
-31% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจมาจากทวีปอเมริกา
-51 % มาจากยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา
-18% มาจากเอเชียแปซิฟิก
ผู้ตอบแบบสอบถามกระจายอยู่ในวงการต่างๆ อาทิ ธุรกิจด้านการเงิน ธุรกิจอุปโภคบริโภค เทคโนโลยี สื่อสารมวลชนและโทรคมนาคม ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิต
ในแง่สถานะของผู้ตอบคำตอบ แบ่งออกเป็น
-63% ผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล
-37% ผู้บริหารในสายงานอื่นๆ
-30% ผู้บริหารระดับสูง (กว่า 3,100 คน) ของผู้เข้าร่วมการสำรวจทั้งหมด