การเปืดร้านสะดวกซื้อใหม่ในญี่ปุ่น ชะลอตัว เพราะต่างมุ่งไปที่ความสามารถในการทำกำไรกับร้านที่มีอยู่ ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรง
ผู้ประกอบการสาขาร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ต่างยับยั้งการเปิดร้านใหม่ตามการขยายตัวอย่างรวดเร็วของร้านสะดวกซื้อ และมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการทำกำไร
ผู้ประกอบการรายใหญ่ 3 รายคือ Seven-Eleven Japan, FamilyMart และ Lawson วางแผนเพิ่มจำนวนร้านสะดวกซื้อใหม่ในพื้นที่ต่างๆ ประมาณ 700 แห่งในปีนี้ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 ซึ่งเป็นตัวเลขเพียงครึ่งหนึ่งของปีงบประมาณ 2016 ที่ผ่านมา
ณ สิ้นเดือนมีนาคม มีร้านสะดวกซื้อจำนวน 56,160 แห่งในญี่ปุ่น โดยร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ 3 แห่ง มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้ ทั้งสามยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อ ได้เพิ่มจำนวนร้านค้าอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อถึงแผนงานในปีงบประมาณ 2017 พวกเขาลดจำนวนการเปิดร้านใหม่ลงมากที่สุด เมื่อเทียบกับในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และลดลงอย่างมาก จากยอดการเปิดร้านใหม่สูงสุดในปีงบประมาณ 2013 เมื่อจำนวนการเปิดร้านสะดวกซื้อเปิดใหม่ในปีนั้น เพิ่มขึ้นรวมทั้งหมดประมาณ 3,000 ร้าน
ผู้นำตลาดร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น Seven-Eleven มีสาขาเกือบ 20,000 แห่ง และมีแผนที่จะเพิ่มขึ้น 700 สาขา โดยการเปิดร้านใหม่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการทำกำไร 1,600 แห่ง และปิดให้บริการร้านเดิมที่ทำกำไรไม่ได้ตามเป้าหมาย 900 แห่ง นี่จะทำให้การเติบโตของบริษัท จะลดลงประมาณ 20% จากจำนวนร้านสาขาที่เปิดใหม่ 850 แห่ง ในปีงบประมาณ 2016 ทั้งนี้ หน่วย Seven & i Holdings ได้มีการปรับการวางแผนเปิดร้านใหม่ให้รัดกุมขึ้น โดยยึดเกณฑ์การเลือกสถานที่ที่มีศักยภาพสูงในการเพิ่มผลกำไรในแต่ละพื้นที่
FamilyMart ซึ่งมีจำนวนร้านสะดวกซื้อแซง Lawson ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 จากการควบรวมกิจการ ได้วางแผนลดจำนวนร้านลงกว่า 400 ร้าน หน่วยงานหลักภายใต้ FamilyMart UNY Holdings จะรวมร้านค้าเชนสโตร์ภายใต้แบรนด์ Circle K และ Sunkus เข้ากับ FamilyMart และย้าย หรือปิดร้านสาขาที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนกัน ปัจจุบัน FamilyMart มีร้านค้าประมาณ 18,000 แห่งในญี่ปุ่น
Lawson วางแผนเพิ่มจำนวนร้านสาขาขึ้นประมาณ 500 ร้านในปีนี้ เช่นเดียวกับในปีงบประมาณ 2016 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ไม่นับรวม 400 ร้านค้าของคู่ค้าเช่น Three F ที่ได้เปลี่ยนมาเป็นร้าน Lawson