สิ่งที่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งในการทำตลาดของไดอาน่าก็คือ การวาง Positioning ไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ได้มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยว ลูกค้าหลักของไดอาน่าคือ คนท้องถิ่น และคนทำงานที่ไปเช้าเย็นกลับเดินทางใกล้ๆ จาก จังหวัดสตูล พัทลุง หรือ 5-6 จังหวัดใกล้ๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจะเป็นกลุ่มเป้าหมายรองลงไป จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักหากมีปัญหาในเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงในบางช่วงเวลา
“เราจับเอาลักษณะบุคลิกและอุปนิสัยของคนใต้ ที่เป็นคนรักพวกพ้อง มาเป็นธีมในการสื่อสารกับพวกเขา โดยใช้เครื่องมือในการสร้างแบรนด์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องมืออย่างซีเอสอาร์ ที่เรามีมูลนิธิของไดอาน่าเองเป็นแกนนำในการมอบคืนสู่สังคม ไม่เพียงแค่การ Engage กับสังคม หรือ ผู้บริโภคเท่านั้น แต่เรายังทำกับพาร์ทเนอร์ของเราทั้งที่เป็นผู้เช่าร้านค้าในพลาซ่า และ ตัวซัพพลายเออร์ เพื่อให้เติบโตไปด้วยกันในระยะยาว”
การถ่ายโอน การบริหาร ห้างท้องถิ่นเก่าแก่ของหาดใหญ่ จาก รุ่นพ่อคือ เนตร จันทรัศมี มาสู่ ลูกสาว วรนันท์ จันทรัศมี เมื่อ 6 – 7 ปีที่แล้ว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่ การบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ที่มีการใช้การตลาดเป็นตัวนำ และยึดเอาผู้บริโภคเป็นจุดศูนย์กลาง
ว่าไปแล้ว เนตร – วรนันท์ เป็นเสมือนส่วนผสมที่ลงตัว เพราะ ในรุ่นพ่อ จะเก่งในเรื่องของการลดต้นทุน ขณะที่ตัวลูกสาว จะเป็นการเข้ามาเติมเต็มในเรื่องของการตลาด โดยเฉพาะกับการเติมเต็มความเป็นไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ซึ่งการผ่านงานด้านการแสดงของ จุ้มจิ้ม จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างคอนเน็คชั่นในหมู่ของคนบันเทิง ที่พร้อมจะถูกต่อยอดมาสู่การทำอีเว้นต์ต่างๆ ในห้าง
“คุณพ่อจะเก่งในเรื่องของการลดต้นทุน แต่จุ้มจิ้มจะเข้ามาทำในเรื่องของการเพิ่มยอดขาย สิ่งที่เราทำก็คือเรื่องของโปรโมชั่นที่ก่อนหน้านั้น ไม่มีความชัดเจน แต่ปัจจุบันจะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยนอกจากโปรโมชั่นปกติที่เราจะทำตลาด 365 วันแล้ว ยังมีการท็อปอัพที่มีทั้งส่วนลดและการคืนเงิน เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า มาช้อปที่ไดอาน่า จะได้รับความคุ้มค่ามากกว่า”
สิ่งที่ไดอาน่า พยายามทำก็คือ การสร้างจุดยืนที่ชัดเจน และ มีความแตกต่างจากคู่แข่งขัน ในเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา และ ความสนุกในช้อปปิ้ง โดยจะนำเสนอผ่านโปรโมชั่น บรรยากาศ และ เมอร์ชันไดซิ่ง ที่จะมีการนำเสนอแบรนด์สินค้าที่แตกต่างและสะท้อนถึงคาแรคเตอร์และจุดยืนของห้างไดอาน่า
“เราวางตัวเองเป็น แมสทีฟ คือมีความหรูหรา ขณะเดียวกันก็สามารถเข้าถึงได้ในราคาไม่สูงนัก เราพยายามเติมเต็มเรื่องของอีเว้นต์ต่างๆ เข้าไป โดยสร้างพื้นที่ส่วนกลางไว้เป็นพื้นที่สำหรับหมุนเวียนในการจัดอีเว้นต์ เพื่อสร้าง Customer Experience ที่จะเทิร์นกับมาเป็นทราฟฟิก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการบริหารห้างในปัจจุบัน ซึ่งเราต้องมีความแตกต่างในทุกๆด้าน เพื่อยืนอยู่บนจุดยืนที่แข็งแกร่งของเราให้ได้”
5 จุดแข็งรับมือการแข่งขัน
1.การเป็นบริษัทในเครือพิธานพาณิชย์ บริษัทท้องถิ่นที่ทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าและรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในภาคใต้ตอนล่างมายาวนานถึง 55 ปี กลายเป็นจุดแข็งในการ Synergy เพื่อเพิ่มพลังทางการตลาด
2.โลเกชั่น ที่ได้เปรียบ ยังคงถูกนำมาใช้เป็น Key Strategy ในการรับมือกับการแข่งขัน
3.ปัจจุบัน ไดอาน่า มีสาขาทั้งหมด 5 สาขา กระจายอยู่ในหาดใหญ่ 2 สาขา และปัตตานี 3 สาขา การมีสาขาอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องของเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะเข้ามาเป็นตัวช่วยหนึ่งในเรื่องของการลดต้นทุน
4.การเป็นห้างแรกที่เป็น First Mover ไล่ตั้งแต่ การเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของภาคใต้ เป็นห้างแรกในภาคใต้ตอนล่างที่เคเอฟซีเข้าไปเปิดสาขา ฯลฯ กลายเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งในการสร้างการยอมรับจากผู้บริโภคที่เป็นคนในพื้นที่หาดใหญ่และใกล้เคียง
5.เติมเต็มแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และแต่ละแบรนด์จะต้องสามารถสร้างกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ในฐานะเป็นแบรนด์แรกในหาดใหญ่ ล่าสุดที่เปิดตัวก็คือ Genie Bra Flagship Store ร้าน TV Direct Showcase และ ร้าน Crocs Outlet เป็นต้น โดยแต่ละแบรนด์จะต้องแมทกับ Positioning ของการเป็นแมสทีฟ ของไดอาน่า