เช่นเดียวกัน เรื่องของพื้นที่หรือสเปซบนเชลฟ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าหาก สินค้คอนซูเมอร์โปรดักท์ มีเชลฟ์สเปซหรือดิสเพลย์ที่เด่นชัด จะสามารถเพิ่มยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 20% ตามรูปแบบของการสร้างแรงดึงดูดจากการตั้งโชว์สินค้าให้ดึงดูดสายตาผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ไม่เพียง
ทำให้ ยูนิลีเวอร์ มีการพัฒนาระบบซัพพลายเชนให้มีประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ ทำให้โอกาสในการที่สินค้าจะขาดหายไปจากเชลท์เหลือเพียงแค่ 2% คือใน 100 ครั้ง มาแล้วจะไม่พบสินค้าแค่ 2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของยักษ์ใหญ่รายนี้ที่ยังคงทำให้สินค้าหลายๆ แบรนด์ของยูนิลีเวอร์ เป็นผู้นำตลาดอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในหมวดแฮร์แคร์ สกินแคร์ หรือโฮมแคร์
การตลาด ณ จุดขาย จึงกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบสงครามการตลาดที่ซัดกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การตัดสินใจซื้อสินค้าประเภทคอนซูเมอร์โปรดักท์หลายๆตัว จะเกิดจากสิ่งกระตุ้นอารมณ์ ณ จุดขาย ด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวดิสเพลย์ ตัวสื่อโฆษณารูปแบบต่างๆในสโตร์หรือแม้กระทั่ง พนักงานพีซี.แนะนำสินค้า การจะกุมหัวใจของผู้บริโภคให้เด็ดขาดจริงๆ จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเกมการแข่งขัน เพราะว่าไปแล้ว สื่อโฆษณาที่เป็นแมส มีเดีย อาจจะทำได้แค่ การสร้างการรับรู้และให้อินฟอร์เมชั่นแก่ผู้บริโภค แต่กลยุทธ์ ณ จุดขายนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมต่อไปสู่การซื้อ และช่วยสร้าง Brand Experience ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ในยุคใหม่ ที่มักจะถูกชักจูงจากสิ่งเร้ารอบข้างในช่องทางขาย
หากมองเข้ามาที่ตัวสินค้า จะพบว่า สินค้าที่มีความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อสูง อย่างรถยนต์ มักจะมีขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อที่ค่อนข้างจะซับซ้อน เริ่มต้นจากการตระหนักถึงปัญหาที่จำเป็นต้องใช้สินค้า จากนั้นจะเป็นการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ก่อนที่จะข้าสู่ขั้นตอนในการเลือกสินค้าหรือเลือกแบรนด์ แล้ว เช็กข้อมูลอีกครั้งเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ จึงเข้าสู่ขบวนการของการตัดสินใจซื้ออีกทีหนึ่ง
ขณะที่สินค้าประเภทคอนซูเมอร์โปรดักท์ พฤติกรรมการซื้อจะออกมาเป็นคนละขั้วกันเลย เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงในการใช้ต่ำ Impulse Buying หรือการกระตุ้นการซื้อด้วยอารมณ์จึงมีออกมาค่อนข้างสูง การตลาด ณ จุดขาย จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ โดยกลยุทธ์นี้จะมีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วน
ส่วนแรก จะเป็นในเรื่องของตัวโปรดักท์หรือตัวสินค้าที่ “ลูกเล่น”ต่างๆจะถูกถ่ายทอดผ่านตัวแพ็กเกจจิ้งดีไซน์ และกลยุทธ์โปรโมชั่นในรูปแบบต่างๆที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ตัวแพ็กเกจจิ้ง จะทำหน้าที่คล้ายๆ กับ “เซลส์แมนใบ้” หรือ Silent Salesman ที่จะใช้การดีไซน์ที่น่าสนใจเป็นตัวเรียกลูกค้า เพราะไม่สามารถร้องเรียกหรือเปล่งเสียงร้องขายของออกมาได้ ซึ่งการที่จะทำให้ตัว “เซลส์แมนใบ้” นี้ขายของได้จะต้องเกี่ยวพันกับส่วนที่สองด้วย