เมื่อยุคดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการเงิน วิวัฒนาการของเทคโนโลยีต่างๆ ของ FinTech ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การเติบโตด้วยตัวคนเดียวของบริษัททางการเงินสามารถทำได้อีกต่อไป ทำให้เกิดเป็นแนวปฏิบัติในการสร้าง Venture Capital รวมถึงโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพต่างๆ ในการเฟ้นหา ลงทุนและต่อยอดในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งหมดก็เพื่อเติมเต็มให้ Ecosystem ด้าน Startup ของบริษัททางการเงินให้สมบูรณ์มากขึ้น รวมถึงการใช้ศักยภาพขององค์กรรวมกับไอเดียและความคิดสร้างสรรค์จากโซลูชั่นต่างๆ ของสตาร์อัพต่อยอดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อทำให้สามารถแข่งขันในยุคอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมในอนาคต
อีกหนึ่งตัวอย่างของ ของบริษัททางการเงินที่รุกเข้ามาทำเรื่องนี้อย่าจริงจังคือ กรุงศรี ฟินโนเวต ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนในเครือกรุงศรี ที่ก่อตั้งขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งในด้านความร่วมมือและโครงการร่วมกับสตาร์ทอัพ (Fintech Project and Partnership) โดยปัจจุบันมีสตาร์ทอัพ 14 บริษัทได้มีโอกาสนำเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) มาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของกรุงศรีแล้ว และคาดว่าสิ้นปี 2561 นี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 40 โครงการ
รูปแบบการลงทุนของ กรุงศรี ฟินโนเวต สามารถแบ่งได้เป็น 3 แกนหลักๆ คือ
1. Accelerator and Academic Collaboration นั่นคือการสร้าง The Krungsri RISE ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ และ Krungsri Uni Startup เป็นการทำให้เด็กรู้จักและเข้าใจการทำงานในแบบของสตาร์ทอัพ เสมือนเป็นการค้นหา Tech Talent เพื่อนำพวกเขามาต่อยอด ซึ่งเมืองไทยยังขาด Tech Talent อยู่เป็นจำนวนมาก
2. FinTech Project and Partnership เป็นการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งในกระบวนการทำงานจะมี API เชื่อมต่อกับ Startup ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น
3. Corporate Venture Capital คือการจัดสรรงบลงทุนทั้งหมด 30 ล้านเหรียญ หรือ 1,000 ล้านบาท ซึ่งได้ลงทุนไปแล้ว 10 ล้านเหรียญ โดยปีนี้จะมอง 4 บริษัทที่เป็นสตาร์ทอัพไทย ซึ่งสัดส่วนในการลงทุนจะแบ่งเป็น 1) ลงทุนในสตาร์ทอัพที่เป็น Series A (สตาร์ทอัพที่ต้องการเงินลงทุน 1 ล้านเหรียญขึ้นไป) คิดเป็น 3 ใน 4 ของเงินลงทุน 2) 1 ใน 4 ของเงินลงทุนจะลงทุนในกองทุนต่างประเทศ เป็นการใช้ความสามารถในกองทุนต่างประเทศช่วยหาสตาร์ทอัพที่เหมาะสมให้
แซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2561 กรุงศรี ฟินโนเวต ตั้งเป้าหมายจะลงทุนในสตาร์ทอัพเพิ่มอีก 4 บริษัท ด้วยเงินลงทุนราว 500 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นในเรื่อง Big Data, Lending, ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และ ระบบการชำระเงิน (Payment) ซึ่งจะช่วยเติมเต็มและเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร และบริษัทจะทำงานอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกับทีม Digital Transformation ของ MUFG เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันในภาพใหญ่ ช่วยให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตได้กว้างไกลขึ้น ภายใต้เครือข่ายของกรุงศรี และ MUFG”