4. อาหารท้องถิ่นของรัฐกลันตัน
สำหรับที่นี่ ข้าวถือเป็นอาหารหลักโดยเฉพาะมื้อเช้า ถึงขนาดมีการจัดงานเทศกาลเกี่ยวกับอาหารที่ทำจากข้าวกว่า 100 ชนิด ในเมืองบาเจาะ (Bachok) คุณจะได้เจอเมนูที่ทำจากข้าวมากมาย เช่น Nasi Dagang, Nasi Berlauk, Nasi Tumpeng, Nasi Kerabu และอีกเมนูที่เป็นอาหารท้องถิ่นห้ามพลาด คือ ข้าวเหนียวและปลาย่างรสกลมกล่อม เพราะการทำประมงถือเป็นหัวใจหลักของที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นรับประกันได้ว่าอาหารทะเลจากที่นี่สดใหม่แน่นอน!!!
5. เส้นทางประวัติศาสตร์
เมืองบาเจาะ (Bachok) เป็นหนึ่งในจุดที่มีการยกพลขึ้นบกของกองทัพญี่ปุ่นที่บุกเข้าแหลมมลายูในปี 1941 การเยี่ยมชมที่นี่น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ที่หลงใหลประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างกองทัพอังกฤษ อินเดีย และจักรวรรดิญี่ปุ่นบนชายฝั่งตะวันออก ที่นี่จึงนับเป็นอีกสถานที่ที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา
6. เครื่องดินเผาสุดคลาสสิก
ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของรัฐกลันตัน ที่นี่นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิก และกระเบื้องดินเผาที่ทำด้วยมือรายใหญ่ของประเทศมาเลเซีย เราจะเห็นบ้านเรือนแถวนี้เป็นบ้านไม้และใช้กระเบื้องในการปูหลังคา และด้วยคุณสมบัติของดินที่สามารถเก็บความเย็นได้ดี กระเบื้องดินเผาจึงยังคงเป็นที่นิยมของชาวบ้านกันอยู่ แต่ในปัจจุบันเหลือผู้ผลิตกระเบื้องแบบทำมือ เพียงไม่กี่รายเท่านั้น
หวังว่าด้วยเสน่ห์ของเมืองบาเจาะ (Bachok) ที่เราเลือกมาเล่าให้ฟังนี้ คงทำให้คุณอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองกันบ้างนะ
การเดินทาง
เครื่องบิน
มาเลเซียแอร์ไลน์และแอร์เอเชียให้บริการเที่ยวบินไป-กลับจากกัวลาลัมเปอร์สู่สนามบินเดียวของกลันตัน คือSultan Ismail Petra (KBR) ที่เมืองเปงกาลัน ชีปา (Pengkalan Chepa) ห่างจากเมืองโกตาบารูเพียง 8 กิโลเมตร ส่วนใครที่มาจากปีนังและยะโฮร์บาห์รูสามารถมาที่กลันตันได้โดยสายการบิน FireFly ซึ่งเป็นสายการบิน Low-cost ในเครือมาเลเซียแอร์ไลน์
รถยนต์ส่วนบุคคล
จากประเทศไทยใช้ช่องทางผ่านอําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยข้ามสะพานใหม่ Bukit Bunga, Jeli ผ่านแม่น้ำโก-ลกเพื่อเข้าสู่เมืองรันเตาปันจัง (Rantau Panjang) รัฐกลันตัน ซึ่งการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล จะต้องซื้อกรมธรรม์ประกันภัยของมาเลเซีย มีขายตั้งแต่ระยะ 1 เดือน จนถึง 1 ปี ราคาเริ่มตั้นประมาณ 500 บาท และจะต้องติดต่อหน่วยงานของมาเลเซีย (JPJ) เพื่อทำ ICP หรือป้ายวงกลมชั่วคราว ติดไว้ที่กระจกหน้ารถ ซึ่งอาจจะเสียเวลาและยุ่งยากเล็กน้อยที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (รถยนต์ที่ติดฟีล์มกรองแสงชนิดเข้ม จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในมาเลเซีย)
รถเช่า
การใช้รถเช่า ส่วนใหญ่เป็นรถตู้โดยสารจากฝั่งไทย ซึ่งมีให้เช่าหลายบริษัท โดยเฉพาะในเขตตัวอำเภอสุไหงโก-ลก อัตราค่าเช่าประมาณคันละ 2,500-3,000 บาท/วัน หรือถ้าหากใครต้องการใช้บริการรถแท็กซี่ของมาเลเซีย ต้องเดินจากด่านฝั่งไทยผ่านด่านฝั่งมาเลเซียเข้าไปที่คิวรถซึ่งจอดอยู่ตรงหน้าด่านรันเตาปันจัง (ฝั่งตรงข้ามด่านสุไหงโก-ลก) ลักษณะรถเป็นรถเก๋งสีแดงแถบเหลือง รถสามารถออกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เปิดบริการตั้งแต่ 07.00 น. จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. (เวลามาเลเซีย)