BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
116,000
VIEWS

จับตา สยามพิวรรธน์ ร่วมทุน ไซม่อน ลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต ที่จะสร้างความตื่นเต้นวงการค้าปลีกไทย

มิ.ย. 14, 2561

วงการค้าปลีกไทยสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้นำนวัตกรรมค้าปลีกของประเทศไทย ประกาศร่วมทุนกับ ไซม่อน ยักษ์ค้าปลีกเบอร์หนึ่งของโลก เพื่อสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตในประเทศไทย 3 แห่ง ใน 3 จังหวัด ด้วยเงินลงทุน 10,000 ล้านบาท โดยโครงการแรกภายใต้สัญญาร่วมทุนในครั้งนี้ จะเป็นการเนรมิตลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตบนเนื้อที่ 150 ไร่ ในกรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562

สยามพิวรรธน์ มองว่าธุรกิจลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตเป็นรูปแบบของการค้าปลีกที่มีความเฉพาะทางอย่างสูง ต้องอาศัยประสบการณ์ และเครือข่ายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนานกับแบรนด์ดังชั้นนำระดับโลก ด้วยเหตุนี้สยามพิวรรธน์จึงเลือกที่จะจับมือร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีที่สุดของโลกอย่างไซม่อน เพื่อรับประกันว่าธุรกิจลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตจะประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้น

ลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต จะมาต่อยอดความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนานของสยามพิวรรธน์ได้อย่างไร

ลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต จะมาช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้มากน้อยแค่ไหน และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกับวงการค้าปลีกประเทศไทย

นับเป็นก้าวย่างที่น่าจับตา เมื่อสยามพิวรรธน์จับมือพายักษ์ค้าปลีกของโลกเข้าสู่ประเทศไทย โดยหลังจรดปากกาเซ็นสัญญาตั้งบริษัทร่วมทุนที่ชื่อว่า บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด ทำให้เราได้เห็นถึงความเชื่อมั่นของยักษ์ค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลกอย่างไซม่อนที่มีต่อประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเชื่อมั่นของยักษ์ค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลกที่มีต่อผู้ประกอบการไทยอย่างสยามพิวรรธน์ จึงเกิดคำถามที่น่าสนใจตามมาว่า ไซม่อนและสยามพิวรรธน์ “เอาจริง” กับภารกิจนี้มากน้อยแค่ไหน และทั้ง 2 บริษัทจะมาเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างไร

ทำความรู้จักกับไซม่อนกันก่อน ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป คือยักษ์ใหญ่ในวงการค้าปลีกของโลก เป็นบริษัทผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค มีโครงการอยู่ในพอร์ตฟอลิโอ มากกว่า 230 แห่ง ใน 12 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสามารถสร้างยอดขายบนพื้นที่โครงการต่างๆ เหล่านั้นได้กว่า 2 ล้านล้านบาท และมี Market Cap (มูลค่าตามราคาตลาด) มากกว่า 2.7 แสนล้านบาท มีพื้นที่สำหรับให้เช่า กว่า 18 ล้านตารางเมตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่สำหรับให้เช่าของค้าปลีกในประเทศไทยทั้งประเทศรวมกัน ถึงประมาณ 5 เท่า และหากดูเฉพาะพรีเมี่ยมเอาท์เล็ตที่ไซม่อนเป็นเจ้าของก็มีอยู่ถึง 96 แห่งทั่วโลก โดย 15 แห่งอยู่ในเอเชีย คือที่ญี่ปุ่น 9 แห่ง เกาหลี 4 แห่ง และมาเลเซีย 2 แห่ง โดยเอาท์เล็ตในเอเชียที่คุ้นหูนักช้อปไทย ได้แก่ Gotemba Premium Outlet ที่ญี่ปุ่น Yeoju ที่เกาหลี และ Johor ที่มาเลเซีย

บิ๊กดีลเขย่าวงการค้าปลีกไทยในครั้งนี้ มีรายละเอียดที่สะท้อนนัยยะสำคัญซี่งชวนให้เราคิดต่อ คือ

  • มีข้อบ่งชี้หลายประการที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ยักษ์ค้าปลีกของโลกอย่างไซม่อน และกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ “เอาจริง” กับการร่วมทุนกันในครั้งนี้ – ประการแรก คือการผนึกกำลังที่ไม่ใช่เพียงแค่เป็น “ที่ปรึกษา” หรือไม่ได้เข้ามาถือหุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เป็นการมาอย่างเต็มรูปแบบ ถือหุ้นในสัญญาร่วมทุนกันคนครึ่งๆ และยิ่งไปกว่านั้น ประการที่สองคือ การประกาศร่วมทุนในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตแห่งเดียวเท่านั้น แต่เป็นการเซ็นสัญญาร่วมทุน ที่มาพร้อมกับการประกาศโครงการแรกคือ การสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต ถึง 3 แห่งในประเทศไทย ด้วยเงินลงทุนมหาศาล 10,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นชัดเจนว่า “เอาจริง” ด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งแปลว่าทั้งสยามพิวรรธน์และยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างไซม่อน จะต้องทุ่มเทสรรพกำลังทุกสิ่ง ทั้งความรู้ความสามารถ ทักษะ เครือข่ายสินค้า และทรัพยากรต่างๆ ที่มี เพื่อทำให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับเอาท์เล็ตต่างๆ ทั่วโลกของไซม่อนที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม
  • การร่วมทุนกับไซม่อนครั้งนี้ มีโอกาสทำให้ขนาดธุรกิจของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ สามารถขยายตัวแบบก้าวกระโดด เติบโตได้เป็นเท่าตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว – ด้วยปัจจัยต่างๆ  อาทิ จุดแข็งของสยามพิวรรธน์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมค้าปลีก เป็นผู้บุกเบิกและนำเสนอคอนเซ็ปต์ค้าปลีกใหม่ๆ มาโดยตลอด ตั้งแต่การเปิด “สยามเซ็นเตอร์” ศูนย์การค้ามาตรฐานสากล (ที่ติดแอร์) แห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2516 หลังจากนั้น อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สร้างชื่อให้สยามพิวรรธน์โด่งดังไปทั่วโลก ก็คือการเปิด “สยามพารากอน” ปี พ.ศ.2548 เป็นศูนย์การค้าระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี สถานการณ์ภายในประเทศจะเป็นอย่างไร  สยามพารากอนยังคงยืดหยัดแข็งแกร่ง เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศอยากมาเยือน และติดอันดับ World’s top ten destinations ของสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง อย่าง Facebook นอกจากนั้น สิ่งที่ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมค้าปลีกของสยามพิวรรธน์ในระดับโลก คือ สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้รับรางวัล โครงการที่ดีที่สุดในโลก (Best Store in the World) และรางวัลการออกแบบโครงการที่ดีที่สุดในโลก (Best Store Design in the World) จาก 2 สมาคมค้าปลีกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก แต่ทั้งนี้ ข้อจำกัดในการขยายธุรกิจของสยามพิวรรธน์ก็คือ โครงการต่างๆ เหล่านั้นแม้จะประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในประเทศไทยและระดับโลก แต่เป็นโครงการลักษณะ ‘One-Off’ Project ที่ความสำเร็จเกิดขึ้นเฉพาะตัวแต่ละโครงการ ไม่ใช่โครงการในรูปแบบที่จะสามารถ Copy แบบเดิมไปสร้างที่อื่นซ้ำๆ ได้ แต่วันนี้ มีโอกาสที่จะเกิดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หากสยามพิวรรธน์ใช้ธุรกิจลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตมาทำลายข้อจำกัดดังกล่าว เพราะแค่ในเบื้องต้นตอนนี้ก็ประกาศออกมาแล้วว่า จะทำลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต 3 แห่ง แถมไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นการรุกคืบไปสู่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกของสยามพิวรรธน์ ถือเป็นรูปแบบธุรกิจรูปแบบใหม่ของสยามพิวรรธน์ ที่สะท้อนให้เห็นว่า วันนี้สยามพิวรรธน์พร้อมแล้วที่จะลงมาเล่นในระดับ Scalable ด้วยรูปแบบค้าปลีกที่สามารถทำซ้ำ เพิ่มจำนวนโครงการรูปแบบนี้ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
  • ลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตมาตรฐานสากล ถือเป็นแม่เหล็กตัวหนึ่งที่ประเทศไทยรอคอยมานาน ดังนั้นการผนึกกำลังกับยักษ์ใหญ่ของโลกที่เป็นตัวจริงในการสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต จะช่วยเติมเต็มและส่งผลดีกับการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ โดยปกติการสร้างเอาท์เล็ตที่หนึ่งๆ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ถึง 150 ไร่ และในส่วนของเงินลงทุน ปกติๆ ในยุโรปจะใช้ประมาณ 3,000 – 3,500 ล้านบาทต่อแห่ง  ซึ่งถ้าสร้างในประเทศไทยก็ไม่น่าจะใช้เงินลงทุนสูงถึงขนาดนั้น ดังนั้นเมื่อฟังคุณชฎาทิพ  จูตระกูล บอสใหญ่สยามพิวรรธน์ ประกาศใช้เงินลงทุนถึง 10,000 ล้านบาทสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต 3 แห่ง หรือประมาณ 3,300 ล้านบาทต่อแห่ง โดยแห่งแรกมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 150 ไร่ แถมยังประกาศความมุ่งมั่นที่จะสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตที่โดดเด่นและไม่เหมือนที่ใดๆ ในโลก จึงเป็นที่น่าจับตาว่า งานนี้ต้องไม่ธรรมดา และจะต้องมีความแปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้นตามสไตล์สยามพิวรรธน์รออยู่อย่างแน่นอน นอกจากนี้ คาดว่าลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตอีก 2 แห่งน่าจะเกิดขึ้นในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่และภูเก็ต ซึ่งวันนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในตลาดต่างจังหวัดเพียงรายเดียวเท่านั้น แต่ต่อจากนี้ไปจะมีรายใหญ่ 2 รายแข่งขันกัน นั่นเท่ากับว่าจะสร้างสีสันและสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับค้าปลีกไทยเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เสริมเสน่ห์ประเทศไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างงานสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ รวมทั้งสร้างความคึกคักในเชิงของเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยกำลังเดินมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเปลี่ยนโฉมค้าปลีกไทยในอนาคตก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคแล้วยิ่งมีการแข่งขันกันมากเท่าไร ก็ยิ่งดีต่อผู้บริโภคเท่านั้น เพราะผู้ประกอบการต่างจะแข่งกันสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ และแข่งกันนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และสุดท้ายแล้ว คนที่จะได้ประโยชน์ที่สุดก็คือผู้บริโภคนั่นเอง

"เมื่อ Luxury Resale ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองอีกต่อไป” เจาะกลยุทธ์เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กับการสร้าง Luxury Ecosystem รูปแบบใหม่

CMG ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินเกมรุกตลาดความงาม คว้า AMUSE เสริมพอร์ตบิวตี้ อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำผู้นำ “K-Beauty Retailer” ในประเทศไทย

CRC Sports ปิดดีล JD Sports Thailand ต่อจิ๊กซอว์อาณาจักร Sport Lifestyle ตั้งเป้ายอดขายโตเท่าตัว

กลุ่มเซ็นทรัล โชว์ยอดขายยุโรปทะลุ 2.4 แสนล้าน ครบรอบ 15 ปี พร้อมจัดทัพใหม่ ลุยสมรภูมิ Retail Media

Fast Retailing เจ้าของ Uniqlo ทำสถิติรายได้สูงสุด ผลกำไรเพิ่มสูงถึง 29.4%

ทำความรู้จัก “RSP” คัมภีร์ตั้งราคาของร้านค้าปลีก ตัวกำหนดเกมว่าขายเท่าไรลูกค้าถึงยอมซื้อ

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

รู้จักจีนน้อยไป AI ระดับโลกกำลังคิดแบบปักกิ่ง เมื่อข่าวดีจากทั่วโลกต้องจ่ายเงิน แต่โฆษณาชวนเชื่อจีนให้ฟรี

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact