ขณะที่การทำตลาดในรูปแบบของมูฟวี่ ออนดีมานด์นี้ กำลังเป็นเทรนด์ที่เริ่มมีผู้ประกอบการในหลายประเทศนำไปให้บริการ โดยนอกจากเมเจอร์แล้ว ยังมีที่ประเทศฮ่องกง และที่สหรัฐอเมริกาที่ใช้กลยุทธ์ในรูปแบบนี้
“เมเจอร์ทดลองเทสต์ตลาดมูฟวี่ออนดีมานด์มา 8 เดือน พบว่า ลูกค้าให้ความสนใจ และตอบรับเป็นอย่างดี โดยเราเริ่มจากการฉายแค่สัปดาห์ละรอบ ใน 8 สาขา มีคนซื้อตั๋วเข้าชมเฉลี่ยต่อโรงถึง 50% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี เมื่อเห็นมีดีมานด์เข้ามาจึงเริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง”
การเปิดให้บริการในเฟสแรกนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนนี้ ลูกค้าสามารถรับชมภาพยนตร์ได้ที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป รวม 24 สาขา เป็นสาขาในกรุงเทพฯ 17 สาขา (พารากอน ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต, เมกา ซีนีเพล็กซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา และงามวงศ์วาน-แคราย, อีสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์, เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์, ซีคอน ซีนีเพล็กซ์, อีจีวี ซีคอน บางแค, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต, ฟิวเจอร์ รังสิต, รัชโยธิน, พระราม 2, พระราม 3, ปิ่นเกล้า, บางกะปิ, แฟชั่น ไอส์แลนด์) และต่างจังหวัด 7 สาขา (โคราช ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล อุบลราชธานี, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อุดรธานี, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล ระยอง และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อยุธยา ซิตี้ พาร์ค โดยจะมีหนังให้เลือกโหวต 5 ประเภท คือ Wining-Award Movies หนังรางวัล, Recommended Movies หนังแนะนำ, Hollywood หนังฮอลลีวู้ด, Thai หนังไทย, Asian หนังเอเชีย ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน คิดราคาค่าตั๋วเท่ากับราคาของตั๋วในวันจันทร์ของแต่ละโลเกชั่น คือ เฉลี่ย 150 – 200 บาท
ส่วนในเฟสที่ 2 ที่จะเป็นการเปิดให้โหวตผ่านแอพพลิเคชั่นที่จะเริ่มในเดือนตุลาคม ส่วนเฟสที่ 3 จะเป็นการใช้ AI และแมชชีน เลิร์นนิ่ง เข้ามาช่วยจัดการในเรื่องของการโหวต ซึ่งจะมีการขยายในเรื่องของหนังที่จะนำมาฉายทั้งที่เป็นหนังจากประเทศต่างๆ และหนังที่ฉายอยู่ในสตรีมมิ่งด้วย หลังจากที่ในเฟสแรกจะเป็นหนังที่เพิ่งออกจากโรงไม่เกิน 3 เดือน รวมถึงการขยายสาขาให้ครอบคลุมการฉายครบ 141 สาขาทั่วประเทศ โดยเมเจอร์มีจำนวนโรงหนังทั้งหมด 733 โรง 166,444 ที่นั่ง เป็นสาขาในประเทศไทย 135 สาขา 705 โรง 159,257 ที่นั่ง (แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 41 สาขา 333 โรง 75,522 ที่นั่ง ต่างจังหวัด 94 สาขา 367 โรง 83,735 ที่นั่ง) และต่างประเทศ 6 สาขา 33 โรง 7,187 ที่นั่ง (แบ่งเป็นประเทศกัมพูชา 4 สาขา 24 โรง, ประเทศ สปป.ลาว 2 สาขา 9 โรง)
“เราคาดหวังว่ามูฟวี่ออนดีมานด์นี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายตั๋วให้กับเมเจอร์ใน 6 เดือนที่เหลือของปีนี้ประมาณ 1 ล้านใบ เป็นการตั้งเป้าที่มองจากตัวเลขการตอบรับของลูกค้าที่มีคนตีตั๋วเฉลี่ยเข้าชมหนังแต่ละเรื่องที่โหวตถึง 50% ของจำนวนที่นั่งในโรง ซึ่งมากกว่าตัวเลขเฉลี่ยในบางรอบของวันธรรมดาที่มีประมาณ 30% ไม่เพียงแค่การดึงคนกลับเข้ามาดูหนังเท่านั้น เรายังสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างโอกาสการขายใหม่ๆ ได้อีก อาทิ การขายให้กับลูกค้าที่ต้องการมีโมเม้นต์พิเศษอย่างการขอแฟนแต่งงาน อาจจะมีการเหมารอบเพื่อฉายหนังรัก หรือหนังโรแมนติก เป็นอีกแนวทางการเพิ่มความถี่ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มเป้าหมายการเติบโตของยอดการขายตั๋วในปีนี้ที่จะเพิ่มเป็น 34 ล้านใบ จากปีที่แล้วที่ขายได้ 32 ล้านใบ”