BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
14,760
VIEWS

ผ่ากลยุทธ์ “Majorcineplex” อยากโตต้องหา “Customer Pain Point” ให้เจอ

มิ.ย. 14, 2561 R.Somboon

หากดูตัวเลขการดูหนังของคนไทยแล้ว พบว่า มีคนไทยแค่ 5 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดกว่า 70 ล้านคน ที่เข้ามาดูหนังในโรง หรือมีตัวเลขเฉลี่ยดูหนังต่อคนต่อปีประมาณ 0.7 เรื่อง ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ

แม้หากมองมาที่ตัวเลขดังกล่าวแล้วจะเห็นโอกาสในการขยายการเติบโตของตลาดได้อีกมาก แต่เอาเข้าจริงแล้ว กลับพบว่า คนที่เข้าโรงหนังดูหนังประจำก็ยังคงเป็นกลุ่มเดิมๆ ขณะที่คนไม่เข้าโรงหนัง ทำอย่างไรก็ไม่เข้า

การขยายการเติบโตของตลาดนี้ของผู้เล่นรายใหญ่อย่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จึงพุ่งเป้าไปที่การเพิ่มความถี่ในการเข้ามาดูหนังของคนกลุ่มเดิมๆ ให้มีความถี่มากขึ้น โดยการใช้กลยุทธ์แบบครบเครื่อง ไล่ตั้งแต่

1.กลยุทธ์ราคาในบางช่วงเวลา อย่างมูฟวี่เดย์ที่ตลอดทั้งวันพุธ ซึ่งเป็นช่วงกลางสัปดาห์ที่สามารถดูหนังได้ในราคา 100 บาท ตลอดทั้งวัน

2.การทำตลาดแบบเซ็กเม้นต์ มาร์เก็ตติ้งที่เข้าไปตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างโอกาสในการกลับเข้ามาดูหนัง หรือดูหนังในความถี่ที่มากขึ้น โดยทำผ่านบิ๊กดาต้า ที่มีบัตร M Generation ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ถือบัตรออกมาค่อนข้างชัดเจน

เมเจอร์ มีลูกค้าที่ถือบัตรเอ็ม เจน อยู่ทั้งสิ้น 4,496,403 ใบ แบ่งเป็น

M Gen Regular หรือกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีอายุ 24 – 60 ปี 2,326,647 ราย

M Gen Student หรือกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อายุ 13 – 23 ปี จำนวน 1,785,015 ราย

M Gen Kids กลุ่มเด็ก และครอบครัวที่มีฐานผู้ถือบัตรอยู่ประมาณ 282,235 ราย

M Gen Freedom หรือกลุ่มคนสูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป กลุ่มนี้มีประมาณ 102,506 ราย

การกระตุ้นเพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้ามาชมภาพยนตร์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มนั้น จะมีการมองไปที่ Pain Point  ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อนำมาตีโจทย์ และแก้ Customer Pain Point ของแต่ละกลุ่ม เพื่อหาโอกาสทางการตลาดในการที่จะดึงลูกค้ากลุ่มต่างๆ เข้ามาดูหนังในโรงมากขึ้น ตัวอย่างในเรื่องนี้ ก็คือ การเปิดโรงหนังที่เป็น Kids Cinema ที่เป็นโรงหนังสำหรับลูกค้ากลุ่มเด็กโดยเฉพาะ โดยมีการแก้ Pain Point ในเรื่องของกลุ่มพ่อ – แม่ ที่เคยเข้าโรงหนังเป็นประจำ แต่เมื่อมีลูกเล็ก ก็ไม่ได้เข้ามาดูอีกเลย เนื่องจากมองว่าลูกค้าจะเข้าไปรบกวนคนดูในโรง เมื่อมีการเปิดโรงหนังสำหรับเด็กที่ไม่ใช่แค่ฉายหนัง แต่มีสถานที่ให้เด็กได้เล่นกันในโรง ทำให้สามารถดึงลูกค้ากลุ่มนี้กลับมาใช้บริการได้อีกครั้งหนึ่ง

ล่าสุดกับการเปิดโปรดักต์ใหม่อย่าง “Movie On Demand” ซึ่งเป็นอีกทางเลือกของกลุ่มคนที่รักหนัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “หนังทางเลือกใหม่....ตามใจคุณ” ซึ่งเป็นครั้งแรกของโรงหนังในบ้านเราที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้โหวตเพื่อเลือกหนังที่อยากดู แต่ออกจากโปรแกรมไปแล้ว ผ่านเว็บไซต์ www.majorcineplex.com/movieondemand/homepage เมื่อโหวตครบ 100 โหวต ในแต่ละเรื่อง หนังที่ลูกค้าเลือกจะถูกนำมาฉายในสาขา วันที่ และรอบเวลาฉายที่ลูกค้าต้องการ

“โปรดักต์ตัวนี้เกิดจากการทำวิจัย และอินไซด์หนึ่งที่เป็น Customer Paint ก็คือ ลูกค้ามีเวลามาดูหนังน้อยลง เนื่องจากถูกแชร์ด้วยกิจกรรมต่างๆ เมื่ออยากดูหนังบางครั้งหนังที่ต้องการดูมีรอบการฉายที่ไม่ตรงกับเวลาว่างของตัวเอง หรือบางเรื่องมีโรงหรือสาขาที่ฉายน้อย ขณะที่บางครั้งหนังเรื่องนั้นๆ ฉายอยู่ไม่นานก็ต้องออกจากโรง เราจึงเอา Customer Pain ตรงนั้นมาสร้างเป็นโอกาสทางการตลาดที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความถี่ในการเข้ามาดูหนังในโรงของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว” นรุตม์ เจียรสนอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าว

การพัฒนาโปรดักต์ใหม่ในครั้งนี้ เป็นการเข้ามาตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาให้กับลูกค้าที่พุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่ชอบดูหนังอยู่แล้ว แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้เวลาถูกแชร์จากกิจกรรมต่างๆ แม้จะมีเรื่องของการเข้ามาแชร์ตลาดจากรูปแบบการดูหนังแบบสตรีมมิ่งที่สามารถเข้าถึงความบันเทิงได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่การใช้กลยุทธ์นี้เป็นตัวกระตุ้นนั้น นรุตม์ บอกกับเราว่า ไม่น่าจะใช่คู่แข่งขันโดยตรง เพราะการดูหนังในโรงจะให้ความสนุกที่แตกต่างจากการดูหนังแบบสตรีมมิ่งอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน เมเจอร์มีหนังฉายตลอดทั้งปีประมาณ 200 เรื่อง เฉลี่ยแต่ละเรื่องฉายประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนครึ่ง การทำมูฟวี่ออนดีมานด์นี้ คาดว่าจะทำให้มีหนังเข้าฉายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 400 เรื่อง โดยจะมีหนังจากผู้ผลิตชาติใหม่ๆ นอกเหนือจากฮอลลีวู้ดเข้ามาฉายเพิ่มมากขึ้น โดยโรงภาพยนตร์ ยังเป็นตัวสร้างรายได้หลักให้กับค่ายหนังต่างๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ค่ายหนังแต่ละค่ายจึงให้ความสำคัญกับโรงภาพยนตร์เป็นอันดับต้นๆ แม้ในปัจจุบันช่องว่างของการฉายหนังในแต่ละวินโดว์จะสั้นลง คือหนังที่ฉายในโรง หลังออกจากโรงแล้วประมาณ 3 เดือน จะขยับไปที่วินโดว์อื่นๆ อย่างสตรีมมิ่ง และดีวีดี หรือบลูเรย์ แต่เชื่อว่า หลังจากนี้ช่องว่างด้านเวลาคงไม่มีการขยับให้สั้นลงไปกว่านี้อีกแล้ว

ขณะที่การทำตลาดในรูปแบบของมูฟวี่ ออนดีมานด์นี้ กำลังเป็นเทรนด์ที่เริ่มมีผู้ประกอบการในหลายประเทศนำไปให้บริการ โดยนอกจากเมเจอร์แล้ว ยังมีที่ประเทศฮ่องกง และที่สหรัฐอเมริกาที่ใช้กลยุทธ์ในรูปแบบนี้

“เมเจอร์ทดลองเทสต์ตลาดมูฟวี่ออนดีมานด์มา 8 เดือน พบว่า ลูกค้าให้ความสนใจ และตอบรับเป็นอย่างดี โดยเราเริ่มจากการฉายแค่สัปดาห์ละรอบ ใน 8 สาขา มีคนซื้อตั๋วเข้าชมเฉลี่ยต่อโรงถึง 50% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี เมื่อเห็นมีดีมานด์เข้ามาจึงเริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง”

การเปิดให้บริการในเฟสแรกนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนนี้ ลูกค้าสามารถรับชมภาพยนตร์ได้ที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป รวม 24 สาขา เป็นสาขาในกรุงเทพฯ 17 สาขา (พารากอน ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต, เมกา ซีนีเพล็กซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา และงามวงศ์วาน-แคราย, อีสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์, เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์, ซีคอน ซีนีเพล็กซ์, อีจีวี ซีคอน บางแค, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต, ฟิวเจอร์ รังสิต, รัชโยธิน, พระราม 2, พระราม 3, ปิ่นเกล้า, บางกะปิ, แฟชั่น ไอส์แลนด์)  และต่างจังหวัด 7 สาขา (โคราช ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล อุบลราชธานี, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อุดรธานี, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล ระยอง และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อยุธยา ซิตี้ พาร์ค โดยจะมีหนังให้เลือกโหวต 5 ประเภท คือ Wining-Award Movies หนังรางวัล, Recommended Movies หนังแนะนำ, Hollywood หนังฮอลลีวู้ด, Thai หนังไทย, Asian หนังเอเชีย ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน คิดราคาค่าตั๋วเท่ากับราคาของตั๋วในวันจันทร์ของแต่ละโลเกชั่น คือ เฉลี่ย 150 – 200 บาท

ส่วนในเฟสที่ 2 ที่จะเป็นการเปิดให้โหวตผ่านแอพพลิเคชั่นที่จะเริ่มในเดือนตุลาคม ส่วนเฟสที่ 3 จะเป็นการใช้ AI และแมชชีน เลิร์นนิ่ง เข้ามาช่วยจัดการในเรื่องของการโหวต ซึ่งจะมีการขยายในเรื่องของหนังที่จะนำมาฉายทั้งที่เป็นหนังจากประเทศต่างๆ และหนังที่ฉายอยู่ในสตรีมมิ่งด้วย หลังจากที่ในเฟสแรกจะเป็นหนังที่เพิ่งออกจากโรงไม่เกิน 3 เดือน รวมถึงการขยายสาขาให้ครอบคลุมการฉายครบ 141 สาขาทั่วประเทศ โดยเมเจอร์มีจำนวนโรงหนังทั้งหมด 733 โรง 166,444 ที่นั่ง เป็นสาขาในประเทศไทย 135 สาขา 705 โรง 159,257 ที่นั่ง (แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 41 สาขา 333 โรง 75,522 ที่นั่ง ต่างจังหวัด 94 สาขา 367 โรง 83,735 ที่นั่ง) และต่างประเทศ 6 สาขา 33 โรง 7,187 ที่นั่ง (แบ่งเป็นประเทศกัมพูชา 4 สาขา 24 โรง, ประเทศ สปป.ลาว 2 สาขา 9 โรง)

“เราคาดหวังว่ามูฟวี่ออนดีมานด์นี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายตั๋วให้กับเมเจอร์ใน 6 เดือนที่เหลือของปีนี้ประมาณ 1 ล้านใบ เป็นการตั้งเป้าที่มองจากตัวเลขการตอบรับของลูกค้าที่มีคนตีตั๋วเฉลี่ยเข้าชมหนังแต่ละเรื่องที่โหวตถึง 50% ของจำนวนที่นั่งในโรง ซึ่งมากกว่าตัวเลขเฉลี่ยในบางรอบของวันธรรมดาที่มีประมาณ 30% ไม่เพียงแค่การดึงคนกลับเข้ามาดูหนังเท่านั้น เรายังสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างโอกาสการขายใหม่ๆ ได้อีก อาทิ การขายให้กับลูกค้าที่ต้องการมีโมเม้นต์พิเศษอย่างการขอแฟนแต่งงาน อาจจะมีการเหมารอบเพื่อฉายหนังรัก หรือหนังโรแมนติก เป็นอีกแนวทางการเพิ่มความถี่ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มเป้าหมายการเติบโตของยอดการขายตั๋วในปีนี้ที่จะเพิ่มเป็น 34 ล้านใบ จากปีที่แล้วที่ขายได้ 32 ล้านใบ”  

เมื่อ ‘จอกว้าง’ คือ “จิตวิญญาณ” เจาะลึกเหตุผลที่ฮอลลีวูดปกป้องโรงภาพยนตร์ในยุคสตรีมมิ่งครองเมือง

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้ PALLY SOCKS เป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ เปิดตัวโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก “PALLY Kids Cinema” ที่เมกา ซีนีเพล็กซ์ บางนา

“Disney and Pixar’s Inside Out 2 มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2” ยกขบวนมาทักทายผู้ชมบนท้องถนนทั่วกรุงเทพฯ ก่อนฉายจริง 12 มิถุนายน ในโรงภาพยนตร์

“เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ปลุกธุรกิจโรงภาพยนตร์คึกคัก กำไร Q1 โต 2 เท่า บิ๊กเนมพาเหรดร่วมทำ “Naming Sponsor”

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คว้ารางวัล Top Influential Brands Awards 2023 ตอกย้ำความสำเร็จสุดยอดแบรนด์โรงภาพยนตร์ที่ครองใจผู้บริโภค

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คว้ารางวัล “2024THAILAND’S MOST ADMIRED BRAND” ตอกย้ำแบรนด์โรงภาพยนตร์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุด

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact