นายแพทย์คงศักดิ์ เตชะวิบูลย์ผล ผู้อำนวยการด้านการตลาด สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าธีรพร หนึ่งในทีมแพทย์ที่นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน และศัลยแพทย์มืออันดับต้นๆของเมืองไทย ไว้วางใจปั้นให้เป็นทีมแพทย์คุณภาพรุ่นต่อไปเพื่อยกระดับศัลยแพทย์ไทยฝืมือระดับสากล กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมศัลยกรรมตกแต่งเสริมความงามว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เรื่องการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ยังคงปกปิดกันอยู่ น้อยคนที่จะออกมายอมรับว่า ได้ทำศัลยกรรมมา แต่ปัจจุบันนี้กลับเป็นเรื่องที่ทุกคนให้การยอมรับและกลายเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในวิถีชีวิตทั่วไป
ในปี 2014 มีเม็ดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่ค่อนข้างสูงมาก และเมื่อธุรกิจนี้มีการเติบโตขึ้น ก็เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เพราะมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น จึงส่งผลดีต่อการพัฒนาด้านคุณภาพการผ่าตัด การให้บริการในรูปแบบใหม่ๆและรวมถึงราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ผลเสียต่อภาพรวมเมื่อมีผู้เล่นเข้ามามากขึ้น คือ การควบคุมดูแลมาตรฐานของสถานพยาบาล ที่หวังเข้ามาเพียงกอบโกย รวมถึงความรู้ความสามารถที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ที่เข้ารับบริการ ส่วนผู้บริโภคเองต้องมีความรู้และการตัดสินใจที่อยู่บนเหตุผลที่ดีมากพอในการเลือกรับบริการของสถานประกอบการนั้นๆ
การพัฒนาธุรกิจความงาม โดยการยึดหลักของ Value Base Management จะเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนยกตัวอย่างเช่นในเกาหลีก็มีการทำรายการ let me in ที่ใช้ศัลยกรรมตกแต่งในการเพิ่มคุณค่าในตัวบุคคลที่ได้รับการผ่าตัด ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เพิ่มมูลค่าของการผ่าตัดซึ่งนอกเหนือจากความสวยงาม โดยหากเป็นในประเทศไทยปัจจุบันนี้ ยังคงไม่ได้เห็นชัดเจนนัก โดยมองว่านโยบายบางประการของรัฐที่ยังไม่ได้ส่งเสริมศักยภาพด้านการประกอบการ ของภาคเอกชนที่ชัดเจนมากนัก โดยเฉพาะเรื่องการโฆษณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบียบปฏิบัติที่ออกมาใหม่ ส่งผลกระทบต่อการโฆษณาธุรกิจนี้เป็นอย่างมาก เพราะขบวนการของขั้นตอนตรวจสอบค่อนข้างล่าช้า เช่น การขอจัดทำโฆษณา หรือจัดแคมเปญต่างๆ ของสถานพยาบาลนั้น ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ในเชิงการทำธุรกิจต้องแข่งกันที่ความรวดเน็วและโอกาสที่มีขณะนั้น
ด้วยภาพลักษณ์ด้านการตลาด จะมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ต่อ ผลของการทำการตลาดกับธุรกิจในภาพรวม ที่เด่นชัดมากที่สุดคือ เกาหลี , เกาหลีได้ส่งออกวัฒนธรรม ทั้งทางด้านละคร เพลง และ การทำศัลยกรรม จนเป็นที่แพร่หลายไปทั่วเอเชีย จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ประเทศที่ทำผ่าตัดมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และ ไทย คำถามคือ คนจีนไปผ่าตัดที่ใดเยอะ คำตอบคือที่เกาหลี โดยได้ใช้วิธีการเดียวกับที่ใช้ในประเทศไทยผ่านการทำแบรนดิ้งที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเห็นได้ว่ามีคลีนิกเสริมความงามสัญชาติเกาหลีใต้หลายรายเข้ามาเปิดในไทย และใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือ ฮับ ในการดึงลูกค้าเพื่อนบ้านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม พม่า ลาว และกัมพูชา เข้ามาทำศัลยกรรม แล้วเม็ดเงินที่เกิดขึ้นก็ไปที่เกาหลีใต้ไม่ใช่ไทย