สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ พีไอเอ็ม เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (iCRAS) รวมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ครบที่สุด ล้ำสมัยด้วยหุ่นยนต์รุ่นใหม่ของโลก และชุดจำลองระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ รุ่นใหม่ล่าสุด ชุดแรกในไทย ผลิตบัณฑิตคุณภาพด้านการควบคุมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ผ่านรูปแบบการเรียนทฤษฎีควบคู่การปฏิบัติจริง “Work-based Education” รับไทยแลนด์ 4.0 และ กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve)
รองศาสตราจารย์ ดร.พิสิษฐ์ ชาญเกียรติก้อง คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) คาดการณ์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ทั่วโลก จะมีอัตราการเติบโตของหุ่นยนต์ใหม่ ในช่วงปี 2018 - 2020 เพิ่มขึ้นปีละ 15% หรือคิดเป็นจำนวนถึง 521,000 ยูนิต สำหรับประเทศไทยนับเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอาเซียน ที่จะใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด จากการเติบโตนี้ แสดงให้เห็นถึง การยอมรับและความต้องการใช้หุ่นยนต์เป็นตัวช่วยในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พีไอเอ็มมั่นใจว่าจะสามารถผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ด้วยการสร้าง System Integrator (SI) ซึ่งเป็นผู้ที่จะสามารถออกแบบและวางระบบ Robotics รวมถึงวิเคราะห์ได้ว่าสามารถใช้เทคโนโลยีมาเสริมสร้างการทำงานให้เกิดประสิทธิผล และเป็นนักวิจัยพัฒนาด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูง
จากความต้องการดังกล่าว สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) จึงได้จัดตั้งสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน ในปี 2560 ที่ผ่านมา โดยมีวิชา “การออกแบบ Robot Gripper” ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะทาง ที่เปิดสอนที่พีไอเอ็มเพียงแห่งเดียว ที่จะทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ สามารถประยุกต์ทักษะ ผลิตชิ้นงานที่เอื้อต่ออุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีวิชาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในการผลิต วิชาการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ทั้งนักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) และการเชื่อมต่อระบบ Cloud ซึ่งได้จัดการเรียนการสอนในภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติงานจริง (Work-based Education) เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงาน (Ready to Work) เน้นให้มีทักษะความรู้ และสามารถปฏิบัติงานจริงได้ทันทีหลังจบการศึกษา โดยนักศึกษามีโอกาสผ่านการฝึกงานในองค์กรชั้นนำระดับโลกที่เป็นพันธมิตรของสถาบัน รวมระยะเวลากว่า 18 เดือน คิดเป็น 40% ของการเรียน เพื่อได้เรียนรู้ระบบการทำงานจริงอย่างเต็มที่ในกลุ่มงาน อาทิ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics), อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics), อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals), อุตสาหกรรมดิจิตอล (Digital) และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) เป็นต้น ทำให้บัณฑิตที่จบการศึกษา มีทั้งความรู้ และความสามารถในการปรับตัวเข้าสู่สังคมการทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยมีโครงการนำร่องส่งนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไปฝึกงานต่างประเทศ เช่น การร่วมมือฝึกงานระยะยาวกับ เทศบาลเมือง คิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และมีแผนจะขยายสถานที่ฝึกงานไปที่ประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น
เพื่อเป็นการพัฒนาบัณฑิตที่เพียบพร้อมทั้งความรู้ และความสามารถในการปฏิบัติงานได้จริงตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ จึงได้จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (iCRAS) ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นสื่อการสอน ที่เน้นการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมกับโรโบติกส์และดิจิทัลเทคโนโลยี สำหรับสร้างผู้ที่มีความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ในการผลิตทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ สามารถควบคุมระบบอัตโนมัติ ออกแบบวิเคราะห์ระบบการผลิตและเครื่องมือช่วยในการผลิต ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยภายในศูนย์ได้แบ่งห้องปฏิบัติการออกเป็น 5 ห้อง ดังนี้