BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
31,706
VIEWS

เลิกเถอะ... 5 โปรโมชั่นที่ทำแล้ว “ซวย” มากกว่า “รวย”

พ.ค. 24, 2560 S.Vutikorn
ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองปฏิเสธไม่ได้ว่าโปรโมชั่นจะถูกหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือการตลาดที่ได้ผล แต่สิ่งที่ตามมาอย่างหนึ่งก็คือ หากการทำโปรโมชั่นนั้นไม่เหมาะสมก็จะส่งผลโดยตรงกับแบรนด์โดยตรงอย่างเลี่ยงไม่ได้
 
​ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิผลกับผู้บริโภคมากมาย แบรนด์จึงเปรียบเสมือนคนที่ยืนอยู่ในที่โล่งแจ้งมีโอกาสที่จะถูกพาดพิงและโจมตีอยู๋ตลอดเวลา พบว่ามีหลายกรณีศึกษาด้วยกัน ที่การทำโปรโมชั่นกลับสร้างความปั่นป่วนกลับมาที่แบรนด์ในโลกของโซเชียลมีเดีย วันนี้ทีมงานได้รวบรวม 5 กรณีศึกษาการทำโปรโมชั่นที่อาจจะส่งผลเสียกับแบรนด์โดยตรงหากทำไม่ดีมาให้อ่านกัน เพื่อให้นักการตลาดทุกคนได้ใช้เป็นเครื่องเตือนใจ

1.  หลอกให้ดีใจเก้อ

เคยได้ยินคำว่า Fake Original Price กันบ้างไหม

ที่จริงแล้ว Fake Original Price นั้นมีมานานมากแล้วก่อนที่กระทะเกาหลีจะเอามาใช้ปูพรมในหน้าจอทีวีบ้านเราเสียอีก

Fake Original Price ก็คือ การตั้งราคาสินค้าโดยไม่มีการอ้างอิงใดๆ ทั้งสิ้น ให้แพงกว่าราคาขายหลายๆ เท่า แล้วจึงค่อยลดราคาลงมา แบบน่าตื่นตาตื่นใจมาก แถมยังมีเงื่อนไขเรื่องเวลามาเกี่ยวข้อง เช่น โทรมาใน 5 นาทีแรก หรือโทรมา 50 สายแรก เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปิดการขายให้เร็วขึ้น

ผลก็คือ ของที่ได้ราคาถูกลงไปหลายร้อย % ชนิดที่จากราคาร่วม 20,000 บาท แต่สามารถหาซื้อได้ในราคาเพียงพันกว่าบาท หรือถูกลงไปร่วม 10 เท่า

ที่ผ่านมา ในบ้านเรามีแบรนด์ที่ขายสินค้าในลักษณะนี้มานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการขายสินค้าแบบ Direct Marketing ทั้งหลาย เพียงแต่ว่าปัญหาการตั้งราคาแบบ Fake Original Price นั้น ก็มีใช้ในแบบที่เกินจริงจนไม่สมเหตุสมผล หรือแบบที่ผู้บริโภคยังพอรับได้ปะปนกันไป

หลายคนอาจจะแย้งว่าการตั้งราคาเป็นเรื่องของเจ้าของสินค้า ส่วนใครจะซื้อก็เป็นเรื่องของผู้บริโภค ไม่เช่นนั้นกระเป๋าหนังใบเล็กๆ ใบเดียวทำไมขายได้เป็นแสนๆ

กับประเด็นนี้ต้องขออธิบายแบบนี้ว่า การตั้งราคาที่แพงเวอร์แล้วลดราคาลงมาบวกกับการแถมของเยอะให้ดูเหมือนว่าสินค้านั้นมีราคาถูก กับการสร้าง Positioning ของสินค้า Luxury นั้นมีความแตกต่างกันตรงที่ ความตั้งใจที่จะกระตุ้นแรงจูงใจของผู้บริโภค ณ เวลานั้นด้วยการให้เวลาคิดน้อยๆ ตรงข้ามกับสินค้า Luxury ที่แม้ว่าจะมีการตั้งราคาที่สูงมากๆ แต่แทบจะไม่มีการลดราคาลงมาเลย เพราะเขาขายคุณภาพจริงๆ

ดังนั้น ในยุคที่สังคมสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางกว่าสมัยก่อน การใช้โปรโมชั่นแบบแทคติคการขายด้วย Fake Original Price จึงส่ง “ผลเสีย” กับแบรนด์มากกว่า “ผลดี” ในระยะยาว

นอกจากเรื่องของการตั้งราคาหลอกแล้ว ยังมีอีกหลายแทคติคที่พยายามหลอกลวงผู้บริโภค เช่น การทำหนังแผ่นคุณภาพต่ำออกมาวางจำหน่าย แต่ใช้วิธีเข้าไป “ชุบตัว” ในโรงภาพยนตร์ ซึ่งจะทำเงินหรือไม่ จะได้ฉายกี่วันไม่สำคัญ เพราะวัตถุประสงค์คือ ต้องการเอาไปเคลมกับคนซื้อแผ่นว่าเป็นหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์มาแล้ว

2. มองลูกค้าเป็นขอทาน

โดยปกติแล้ว เวลาเราจะจัดแคมเปญแจกของรางวัลในโซเชียลมีเดีย ลำพังการจะแจกเฉยๆ โดยให้คนมาลงชื่อก็คงเป็นอะไรที่ง่ายเกินไปทำให้ของรางวัลดูไม่มีค่าเอาเสียเลย ดังนั้นส่วนใหญ่จึงมักจะมีการตั้งเงื่อนไขให้แฟนเพจมาร่วมสนุกแบบง่ายๆ เช่น ทายสีของแบรนด์, บอกคำขวัญของแบรนด์ ซึ่งคำถามเหล่านี้มีมาเพื่อให้ลูกเพจทำตามเงื่อนไขเท่านั้น เพราะทาง Admin ก็ทราบดีว่าสามารถ Copy คำตอบที่ถูกต้องข้างบนได้ วิธีนี้เหมาะสำหรับที่จะแจกรางวัลที่มีมูลค่าไม่มากนัก ประมาณสินค้า Sampling ไม่แจกออนไลน์ก็ไปแจกต่างสถานที่สาธารณะอยู่แล้ว

เมื่อใดที่สินค้าเป็นของที่มีมูลค่าขึ้นมาหน่อย Admin ก็มักจะใช้วิธีให้เขียนบอกความรู้สึกที่มีเกี่ยวกับแบรนด์ ซึ่งก็เป็นวิธีการที่เหมาะสม เพราะว่าของมีมูลค่า และเราก็ได้ Feedback จากแฟนเพจโดยตรง ซึ่งก็มีทั้งที่เป็นลูกค้าจริงๆ และเป็นพวก "แก้งล่ารางวัล" จากโซเชียลมีเดียที่ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันปะปนกันไป

แต่ปัจจุบันเนื่องจากทาง Facebook ได้มีการปรับ Algorithm ใหม่โดยมีเปอร์เซ็นต์ที่แฟนเพจจะมองเห็นเพียง 1-2% ดังนั้นจึงมี Admin หลายรายที่เอาความอยากได้ของตนเองมาตั้งเป็นกติกา เพื่อแลกกับของรางวัล ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ร่วมสนุกต้องตอบคำถามหลายข้อ, ต้องใส่ E-Mail, ต้องแชร์ไปหน้าเพจของตัวเอง, ต้องติด # มากมาย

ยกตัวอย่างอย่างเคสล่าสุด ที่มีแคมเปญการตลาดของแบรนด์แบรนด์หนึ่งที่ชักชวนให้คนโพสต์ภาพขาวดำและแชร์ใน social media เพื่อรวบรวมเงินบริจาคให้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทำให้ผู้คนร่วมแชร์ภาพกันเยอะมากกว่า 200,000 ราย ด้วยได้ข้อมูลมาว่าทุกภาพที่แชร์จะได้บริจาคคนละ 10 บาท

แต่แบรนด์ก็ดันมี remark เงื่อนไขด้านล่างว่าแบรนด์จะบริจาคสูงสุด 100,000 บาท และที่สำคัญคือจำกัดเฉพาะผู้เล่นใน IG ทำให้เกิดกระเเสแชร์ต่อๆ กันไปเป็นจำนวนมาก โดยที่บางคนก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่แชร์ไปได้บริจาคจริงๆ หรือไม่ แต่ที่สำคัญคือแบรนด์ได้ Awareness ไปเต็มๆ 

สิ่งเหล่านี้ถ้าทำจนเกินพอดีกลับไม่เป็นผลดี เพราะนอกจากจะได้คนที่มาร่วมสนุกน้อยลงไปแล้ว ยังมีลูกค้าส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าตวเองเป็นเหมือน "ขอทาน" ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รางวัลดังกล่าว

บางทีสิ่งที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับภาพพจน์และความรู้สึกต่อแบรนด์ที่เสียไป

3. ของตายเอาไว้ก่อน

ถ้าคุณทำธุรกิจบริการมีลูกค้าเป็นจำนวนมากและมีวิธีการชำระเงินรายเดือนมากกว่า 1 ประเภท จงจำเอาไว้ให้ดีว่าการเลือกทำโปรโมชั่นด้วยการเลือกปฏิบัติด้วยการละเว้นลูกค้าที่คิดว่าเป็น "ของตาย" เอาไว้ก่อน เป็นเรื่องที่ไม่ดีมากๆ

เคยมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จัดแคมเปญโปรโมชั่นให้รางวัลกับลูกค้ารายเดือนคนที่ไปชำระค่าบริการตรงเวลา ด้วยการมอบของสมนาคุณเป็นของที่ระลึกหรือได้โทรฟรีตามเงื่อนไง ผลก็คือ แคมเปญการตลาดนั้นถูกลูกค้าที่ใช้บริการแบบรายเดือน และเลือกชำระเงินด้วยวิธีการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต เข้ามาถล่มที่หน้า Facebook Fanpage จนเละเป็นโจ๊ก

4. ฝนตกไม่ทั่วฟ้า

เคยเจอไหม โปรโมชั่นดีๆ น่าสนใจอยากร่วมสนุกมาก แต่เรามารับรู้ข่าวสารก็ตอนใกล้จะหมดเวลาร่วมสนุกไปแล้ว ทั้งๆ ที่เราก็เป็นลูกค้าคนหนึ่งเหมือนกัน

เหตุผลมาจากเจ้าของแบรนด์ที่มีลูกค้าผูกพันธ์หลายราย อาทิ บัตรเครดิต บัตรสมาชิกร้านค้า แล้วพยายามทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยาก ด้วยการตั้งเงื่อนไขต้องส่ง SMS ไปลงทะเบียนก่อนเท่านั้น แถมแคมเปญการตลาดดังกล่าวใช้การสื่อสารเฉพาะอินเตอร์เน็ต หรือจดหมายข่าวรายเดือน ซึ่งแน่นนอนว่าไม่มีทางที่ลูกค้าของตนเองจะรับรู้ได้ครบ 100%

หลายคนมารู้เอาช่วงท้ายก็จะเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ยิ่งมารับรู้เอาตอนที่แคมเปญหมดเวลาร่วมสนุกไปแล้ว จาก Brand Love จะกลายเป็น Brand ร้าย ได้ทันที

5. แอบแจกโปรลับ

ใครที่ติดตามข่าวสารทางหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสังคมออนไลน์เราคงจะมีโอกาสได้เห็น กระทู้โวยวายการให้บริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และขู่ที่จะย้ายไปใช้ค่ายอื่นกันบ้าง

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเบื้องหลังการร้อนเรียนการให้บริการดังกล่าวนั้น ทางผู้ประกอบการได้มีการหาทางแก้ไขทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้าชั้นดีอยู่กับตัวเองต่อไป

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลก็คือ ให้ข้อเสนอ "โปรลับ" ซึ่งเป็นการมอบส่วนลด หรือสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคลที่กำลังมีปัญหาและมีความพยายามที่จะย้ายค่าย ซึ่งบางคนได้ข้อเสนอมากถึงลด 50% ก็ยังมี

แน่นอนว่า คนที่ได้ข้อเสนอย่อมจะถูกอกถูกใจ แต่คนที่เป็นลูกค้าชั้นดีย่อมไม่เป็นที่ถูกใจแน่นอน เพราะเสมือนว่ากำลังถูกหักหลังจากคนที่เรารัก          

การเสนอให้ลูกค้าลักษณะเช่นนี้ ทางคณะกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เคยชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า การจัดทำแคมเปญทุกชนิดต้องส่งให้กสทช. เพื่อเปิดเผย แต่ถ้าโปรไหนไม่ส่ง ถือว่าปกปิดข้อมูล ซึ่งผิดกฎหมาย ซึ่งหมายความว่าค่ายมือถือทุกค่ายมีหน้าที่ต้องส่งโปรโมชั่นทุกแบบให้กับ กสทช. เพื่อทำการตรวจสอบ และเผยแพร่เป็นสาธารณะ

แต่ก็พบว่ายังมีคนที่มาโพสต์ข้อความอวดเพื่อนๆ ว่าได้รับข้อเสนอ "โปรลับ" อยู่เสมอ

เพราะการทำการตลาดด้วยการยื่นข้อเสนอที่ไม่เท่าเทียมกันจึงเป็นเสมือนกับดาบสองคมที่ต้องระวังให้ดี ในยุคที่ความลับไม่มีในโลกออนไลน์อีกต่อไป

Ultra V Thailand ฉลองครบรอบ 11 ปี สุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Glow GALA” พร้อมเปิดตัว ULTRACOL Brand Ambassador นักแสดงชื่อดังระดับโลก Lee Dong Wook

“แม่บุญล้ำ” ปลดล็อกภาพจำปลาร้าไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่เครื่องปรุงระดับอุตสาหกรรมที่ครองใจผู้บริโภค

ถอดรหัส 3 แกนความสำเร็จของ Samsung AI TV เบื้องหลังการครองอันดับ 1 2026 Thailand’s Most Admired Brand 12 ปีติดต่อกัน

“HomePro” จากผู้ค้าปลีกสู่ Home Lifetime Companion พร้อมสร้างจิ๊กซอว์เติมเต็ม Ecosystem ครองใจลูกค้าระยะยาว

ไปรษณีย์ไทย ขับเคลื่อนอนาคตสู่ยุค Lifestyle Logistics ด้วยยุทธศาสตร์ Trust-driven Growth

ถอดสูตรความสำเร็จลาซาด้า กับการเปลี่ยนสนามรบของ E-commerce จาก “ราคาถูกที่สุด” เป็น “เชื่อถือได้ที่สุด”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact