BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
20,312
VIEWS

Destination Concepts กลยุทธ์สำคัญของการทำศูนย์การค้า - ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา

ก.ค. 10, 2561 R.Somboon

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อมุมมองของการทำตลาดศูนย์การค้าก็คือ ศูนย์การค้าได้ข้ามจากแค่การเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ไปสู่การใช้ชีวิต

 แน่นอนว่า คนทำศูนย์การค้าเอง ต้องมีการปรับกลยุทธ์ตาม เพื่อให้สามารถรองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในมุมมองของ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ศูนย์การค้ามากมาย อาทิ เซ็นทรัลพลาซ่า เซ็นทรัล เฟสติวัล เซ็นทรัลเวสต์เกต และเซ็นทรัลเวิลด์ ฯลฯ มองว่า การพัฒนาศูนย์การค้าจึงต้องทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนกลุ่มต่างๆ  มุมมองต่อผู้บริโภคจึงต้องปรับเปลี่ยนไป โดยการทำตลาดนั้นไม่ได้แบ่ง Segment ตามอายุ เพศ และรายได้เหมือนแต่ก่อน แต่ต้องมองลึกถึง ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตที่หลากหลายและ ไหลลื่นไปในแต่ละกลุ่ม กล่าวคือคนยุคใหม่ชื่นชอบการได้มาใช้ชีวิตและแบ่งปันประสบการณ์ กับกลุ่มคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน ซีพีเอ็นจึงได้เริ่มสร้างสิ่งใหม่ๆ สร้างความเชื่อมโยงกับลูกค้า สร้างคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่มีความชอบคล้ายๆ

“การทำตลาดตรงนั้น ต้องทำผ่านกลยุทธ์สำคัญที่เรียกว่า Destination Concepts เช่น เรามี Food Destinationที่จะรวบรวมบริการทุกรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกเรื่องด้านการรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นนั่งทานในร้าน, Take Home, Supermarket และ Cooking Studio หรือ  Fashion Destination ที่มีมากกว่าแค่ร้านค้าของแบรนด์ต่างๆ แต่เรายังเติมเต็มด้วยกิจกรรมเทรนด์ใหม่ๆ และบรรยากาศที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมี Co-Working Destination, Sport Destination, Family Destination และ Destination อื่นๆ อีกมากมายเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์หลากหลายของลูกค้าทั้งกลุ่มครอบครัว วัยรุ่น และคนทำงาน”

นอกจากเรื่องของการสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อให้ลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กันในแต่ละกลุ่มเข้ามาใช้ชีวิต หัวใจสำคัญที่เข้ามามีผลต่อความสำเร็จของการทำศูนย์การค้าก็คือ จะทำให้พวกเขารักแบรนด์ศูนย์การค้าของเราอย่างไร เพื่อให้สามารถก้าวเข้าไปเป็น Destination ที่พวกเขานึกถึงเป็นที่แรกๆ เมื่อคิดจะมาศูนย์การค้า

ดร.ณัฐกิตติ์ พูดถึงเรื่องนี้ว่า การจะสร้าง Brand Love ได้ ต้องเข้าใจและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค และต้องปรับตัวให้เร็วและทันกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งในส่วนของพฤติกรรมผู้คนและเทคโนโลยี ที่ส่งผลในวงกว้าง นอกจากนี้ เรายังต้องสร้างความแตกต่างทางด้านประสบการณ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์โดยซีพีเอ็นหวังส่งเสริมให้ลูกค้า ทั่วไปได้ลองมีประสบการณ์กับแบรนด์เนมในราคาที่เอื้อมถึง เพื่อเปลี่ยนจากคนรู้จักให้กลายเป็นคนรัก(From Like to Love)เพราะการที่ได้ซื้อสินค้าแบรนด์เนมในราคาที่เอื้อมถึงและคุ้มค่า อาจเปลี่ยนจากลูกค้าที่มาทดลองใช้สินค้าแบรนด์เนม ให้กลายเป็นลูกค้าที่มี Brand Love ได้

“การสร้าง Engagement กับกลุ่มลูกค้าหลักของศูนย์การค้า ซีพีเอ็นเราพร้อมสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ร้านค้าให้เป็นมากกว่าการมาจับจ่ายใช้สอย แต่ต้องการให้ร้านค้าในศูนย์การค้า เป็นเสมือน Lifestyle Destination ที่ดึงผู้บริโภคให้มามีส่วนร่วมมากขึ้น ด้วยการสร้างสรรค์คอนเทนท์ให้ตรงใจผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมและอีเว้นท์ต่างๆ ภายในศูนย์การค้าให้สอดคล้องกับ Lifestyle ที่หลากหลาย เพื่อเปลี่ยนผู้บริโภคทั่วไปให้เป็น Brand Loyalty รวมไปถึงการสร้าง Seamless Experience หรือช้อปปิ้งไร้รอยต่อ ที่ Online Communication มีบทบาทสำคัญอย่างมากในยุคดิจิทัลนี้ นอกจากนี้ ฐานข้อมูล (Big data) ยังถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเราวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยมีการเก็บ Big Data ผ่าน The 1 Card เพื่อศึกษาและเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เข้าใจในความหลากหลายและเข้าไปอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค”

ด้วยเป้าหมายดังกล่าว ทำให้ซีพีเอ็น ไม่ได้มอง Target Group ตามช่วงวัยแบบเดิมๆ แต่ยังมองไปถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ในอนาคตด้วย กล่าวคือ ปัจจุบัน นอกจากจะมีกลุ่มที่มีศักยภาพไม่แพ้ผู้ใหญ่กลุ่ม Baby Boomers (ค.ศ. 1946 – 1964) , Gen-X (ค.ศ.1965 – 1980), Gen Y (ค.ศ.1981 – 1997),  Gen Z (ค.ศ.1998-2009) แล้ว ยังมีกลุ่มล่าสุดที่เรียกว่า Gen Alpha (เด็กที่เกิดหลังปีค.ศ. 2010) ซึ่งเป็นเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงและชอบความรวดเร็วทันใจ ดังนั้นโจทย์ของเราคือต้องสร้างประสบการณ์และทำคอนเทนต์เพื่อสื่อสารให้ตรงใจคนทุกกลุ่มดังกล่าว

การมองหาโอกาสทางการตลาดกับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ นี้ ทำให้เกิดการสร้างศูนย์การค้าแนวใหม่ๆ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่มีเทรนด์การเติบโตที่ดี ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการลงทุนในศูนย์การค้าเซ็นทรัลวิลเลจ ซึ่งเป็นลักชัวรี่ พรีเมียม เอ้าท์เล็ตมอลล์ ซึ่งเป็นตัวช่วยเติมเต็มตลาดช้อปปิ้งของบ้านเรให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

“ทุกครั้งที่ซีพีเอ็นจะทำโครงการใดๆ ก็ตาม เราได้มีการประเมินตลาดและศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี ใช้ระยะเวลานานถึง 3-5 ปี โครงการเซ็นทรัล วิลเลจนี้ เรามีที่ดินอยู่แล้ว คุยกับคู่ค้ามาแล้วหลายราย และจะเริ่มตอกเสาเข็มในเดือนมิถุนายนนี้ เรายังเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์ต่างๆในมือของเครือ Central Group ที่มีอยู่มากมาย และเรายังมีพันธมิตรคู่ค้าที่ร่วมธุรกิจกับเราในศูนย์การค้าทั้ง 32 สาขา ทั่วประเทศ”

โครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ” นี้ จะชูจุดเด่นที่แตกต่างจากโครงการเอาท์เล็ตอื่นๆ คือมีความหลากหลายของลักชูรี่แบรนด์ ทั้งไทยและเทศระดับโลกกว่า 235 แบรนด์ เพื่อตอบสนองความต้องการคนทุกเพศทุกวัยทุกสัญชาติ รวมถึงความแข็งแกร่งของสินค้าในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป โดยมีราคาที่คุ้มค่า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการช้อปปิ้งลักชูรี่เอาท์เล็ต ด้วยส่วนลด 35-70%ที่มีทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องรอ Seasonal Sale หรือไปช้อปต่างประเทศ ส่วนบริการที่มุ่งเน้น Customer Centric มีบริการหลากหลายครบวงจรเทียบเท่าศูนย์การค้า รวมถึง Facility ที่ครบครัน อาทิ โรงแรม, ร้านอาหาร, จุดบริการนักท่องเที่ยว, Playground, และซูเปอร์มาร์เก็ต 

สุดท้ายคือเรื่องของทำเลที่ตั้งซึ่งห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพียง 10 นาทีซึ่งสนามบินแห่งนี้ติดอันดับ 1 มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกว่า 55 ล้านคนในปี 2560 และติด 1 ใน 10 อันดับของสนามบินที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในเอเชียและในปี 2563 คาดการณ์ว่า ส่วนขยายของสนามบินจะทำให้รองรับผู้โดยสารได้เป็น 60 ล้านคนต่อปี

ลักชัวรี่ พรีเมียม เอ้าท์เล็ตมอลล์ที่จะเปิดนี้ จะเป็นการรองรับกลุ่มเป้าหมายทั้งคนไทย และต่างชาติ โดยกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไทยส่วนหนึ่งจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีรายได้ดี แต่เป็นพวกช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาดที่ชอบสินค้าแบรนด์เนม แต่ถ้ามีสินค้าที่ลดราคา ก็พร้อมจะซื้อโดยไม่ต้องเป็นสินค้ารุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวก็ได้

หากมองเข้ามาที่โอกาสทางการตลาดแล้ว จะพบว่า มีทั้งนักช้อปปิ้งที่เป็นคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเข้ามาเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตชั้นดี โดยในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากถึง 35 ล้านคนมายังประเทศไทยโดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน (24.2%), ญี่ปุ่น (7.5%), และเกาหลี (6.2%)(Source: Ministry of Tourism and Sport 2017)

ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2560 ที่ผ่านมา  60% ของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศไทย เลือกที่จะพักค้างคืนอยู่ในกรุงเทพฯ(Source: Ministry of Tourism and Sport 2017) ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติใช้เงินสำหรับการ shopping ในประเทศไทยมากถึง 400,000 ล้านบาทหรือคิดเป็น 25% ของการจับจ่ายใช้สอยทั้งหมดในการมาท่องเที่ยวประเทศไทย(Tourism receipts from international tourist 2017, Ministry of Tourism and Sports)

เช่นเดียวกับที่ กรุงเทพเป็นจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยรายได้ต่อครัวเรือนสูงสุดในประเทศไทย (45,572 บาท/ครัวเรือน/เดือน)(Source: Monthly Household Income 2015, National Statistic Ministry of Information and Communication Technology) โดย ดร.ณัฐกิตติ์ เรียกผู้บริโภคกลุ่มนี้ว่า Young Affluent ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอล อายุ 25-40 ปี ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และมีรายได้สูง หากมองจากฐานข้อมูล The1 Card ของเราจะพบว่าคิดเป็น 15% หรือกว่า 2 ล้านคน มีรายได้อยู่ในระดับ B+ ขึ้นไป มีรายได้ประมาณมากกว่า 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป มีอาชีพที่หลากหลาย อาทิ นักธุรกิจ หมอ พนักงานบริษัท วิศวกร นักกฎหมาย นักการเงิน เป็นต้น

ที่สำคัญ ผู้บริโภคกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมการช้อปปิ้งเฉลี่ยแล้วอาทิตย์ละครั้ง โดยการจับจ่ายสินค้ากลุ่ม Luxury ของคนกลุ่มนี้จะเป็นนักช้อปที่ฉลาด มีแนวคิดที่จะลงทุนกับสินค้าที่มีคุณภาพคุ้มค่าคุ้มราคา มีความใส่ใจในรายละเอียดและงานออกแบบที่มีสไตล์ ชอบความเป็นของแท้ (Brand Authenticity) เพื่อแสดงสถานะของตนเอง ต้องการสินค้าและบริการอันเป็นเลิศและต้องการความสะดวกสบายในการช้อปปิ้ง เข้าถึงสินค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็วเป็นคนที่ High Brand Conscious และต้องการตอบสนองและให้รางวัลตัวเอง (Self-Rewarding)

“กลุ่มลูกค้าYoung Affluentเป็นกลุ่มที่น่าสนใจและกำลังมาแรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมาย(target)หลักของโครงการ“เซ็นทรัล วิลเลจ”เป็นจิ๊กซอว์อีกหนึ่งตัวสำคัญที่มาช่วย เติมเต็มค้าปลีกไทยให้ครบทุกมิติ ให้ประเทศไทยพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งแห่งเอเชียและระดับโลกพร้อมกันนี้เรายังได้ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง TOC (The Outlet Company) ที่พัฒนาโครงการเอาท์เล็ตชื่อดังจนประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศในเอเชีย”

ทำความรู้จัก “RSP” คัมภีร์ตั้งราคาของร้านค้าปลีก ตัวกำหนดเกมว่าขายเท่าไรลูกค้าถึงยอมซื้อ

เปิดกลยุทธ์ "Retail Transformation” ที่ใช้พลิกโฉม เดอะมอลล์ รามคำแหง จาก Transaction-based สู่ Community-driven เต็มรูปแบบ

Tops x No Brand จิ๊กซอว์อัปเกรดพอร์ต Own Brand ของท็อปส์ สู่ Value-Driven Retail เต็มรูปแบบ

“Retail Media” เทรนด์ใหญ่มาแรง เมื่อค้าปลีกพลิกโฉม จาก "ชั้นวางสินค้า" สู่ "สื่อโฆษณาที่ทรงพลัง"

เมื่อ Sukishi หนี Price War ร้านอาหาร พร้อมรุกตลาด Retail ในฐานะ Korean Flavor Solution Partner

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact