BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,539
VIEWS

เวทีการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2561 จัดขึ้นที่กรุงเทพ ฯ 2-3 ก.ค. นี้

ก.ค. 12, 2561

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ร่วมกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) และกระทรวงพาณิชย์ จัดการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2561 ในวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ  โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อจากการประชุมในปี 2560 ซึ่งกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานของนโยบายที่เอื้อต่อการสร้างแนวคิดใหม่ๆ ด้านการค้าและการพัฒนา เพื่อการรวมตัวในระดับภูมิภาค

ดร.กมลินทร์  พินิจภูวดล  ผู้อำนวยการ ITD กล่าวว่า “เวทีการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านไปสู่วาระแห่งนวัตกรรมด้านการค้าและการพัฒนาเพื่อการบูรณาการของภูมิภาค” (Transformation towards Innovative Trade and Development Agenda for Regional Integration)  เป็นเวทีในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมความคิดเห็นในประเด็นใหม่ๆ ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาในภูมิภาค ตลอดจนประเด็นท้าทายที่มีผลกระทบต่อการค้าและการพัฒนา และเพื่อเชื่อมโยงและกระตุ้นให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติการด้านการค้า การลงทุนที่สนองตอบต่อโลกยุคใหม่ และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะในปัจจุบันกระแสโลกาภิวัฒน์แบบรุนแรง (Hyper Globalization) การปฏิวัติอุตสาหกรรม รอบที่ 4 (Industrial 4.0) และการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิจิทัล (Digital Economy) เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งโอกาสและการคุกคาม ซึ่งมีนัยอันลึกซึ้งต่อการค้า การพัฒนาและการลงทุน ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้

โดยงานสัมมนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้แทนภาครัฐและเอกชนชั้นนำจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศรวม 300 คน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นความเคลื่อนไหวด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาต่างๆ ตลอดจนประเด็นท้าทายที่มีผลกระทบต่อการค้าและการพัฒนา ตลอดการจัดงานทั้งสองวัน ซึ่งมีรายละเอียดสรุปการประชุมดังนี้

การประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2561 ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2561

สรุปการปาฐกถาพิเศษ โดย ดร.มูคิซา คิทูยี เลขาธิการ อังค์ถัด

ดร.มูคิซา คิทูยี เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (UNCTAD) กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การเข้าสู่วาระแห่งนวัตกรรมด้านการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อการบูรณาการของภูมิภาค” ซึ่งกล่าวถึงความท้าทายของการพัฒนาที่ทั่วถึงคนทุกกลุ่มโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และอธิบายถึงช่องว่างที่เกิดขึ้นและการใช้ศักยภาพของอี-คอมเมิร์ซมาช่วยสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในระดับโลกแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในภูมิภาคเอเชียถูกขับเคลื่อนจากภายใน

นอกจากนั้น ดร. มูคิซา ได้กล่าวเน้นถึงแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นของภาระหนี้ที่เกิดจากการเป็นหุ้นส่วนลงทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน และการขาดความไว้วางใจในการลงทุนข้ามชายแดน ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันการค้าและการพัฒนาคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ผ่านการพัฒนานวัตกรรม การลงทุนเพื่อเพิ่มทักษะ และนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเหลื่อมล้ำในสังคมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม นโยบายการค้าต้องถูกออกแบบใหม่เพื่อรับมือการกีดกันทางการค้าและห่วงโซ่มูลค่าโลก (global value chain) ที่สั้นลงจากปัจจัยด้านเทคโนโลยีและการเมือง การกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านแนวทางปฏิบัติ การแลกเปลี่ยน และปฏิสัมพันธ์เชิงรุก มีความสำคัญมากต่อการรวมตัวระดับภูมิภาค  

สรุปการประชุมช่วงที่ 1 หัวข้อ “ความมั่งคั่งแห่งชาติที่เปลี่ยนแปลง: ยุทธศาสตร์สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในยุคแห่งความยั่งยืน”

การประชุมช่วงที่ 1 หัวข้อ “ความมั่งคั่งแห่งชาติที่เปลี่ยนแปลง: ยุทธศาสตร์สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในยุคแห่งความยั่งยืน” นำเสนอข้อค้นพบในช่วงเวลา 20 ปีจากรายงานการกระจายความมั่งคั่ง (Wealth Distribution Report) ของธนาคารโลก ซึ่งนอกจากแนวทางแบบดั้งเดิมที่ใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เป็นตัวชี้วัดแล้ว ธนาคารโลกได้ใช้องค์ประกอบ 4 ด้าน (ทุนด้านการผลิต ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนมนุษย์ และทุนต่างประเทศ) ในการวัดความมั่งคั่ง ในรายงานนี้เป็นครั้งแรกที่มีการนำทุนมนุษย์จากการสำรวจใน 144 ประเทศมาใช้ในการพิจารณาชี้วัดความมั่งคั่งด้วย นอกจากนี้ยังเน้นถึงความสำคัญของการลดความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งของประเทศต่างๆ ทั่วโลก 

การประชุมช่วงนี้ย้ำถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยธุรกิจสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรม รวมถึงการสร้างระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (new S-curve) ยกระดับธุรกิจตั้งแต่ SME ขึ้นไป และกระจายความมั่งคั่ง การพัฒนาสร้างทักษะต่างๆ ให้กับทรัพยากรมนุษย์ในสังคมจะช่วยสร้างงานและทำให้เกิดผลดีขยายออกไปเป็นวงกว้าง ผู้กำหนดนโยบายด้านการพัฒนาควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และการศึกษาที่ช่วยพัฒนาความคิดเชิงวิเคราะห์ การตั้งคำถามต่อระบบระเบียบที่เป็นอยู่ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน และทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล  

สรุปการประชุมช่วงที่ 2 หัวข้อ “การตระหนักถึงเป้าหมายการบูรณาการของภูมิภาคด้วยการค้าดิจิทัลอย่างทั่วถึง”

การประชุมช่วงที่ 2 หัวข้อ “การตระหนักถึงเป้าหมายการบูรณาการของภูมิภาคด้วยการค้าดิจิทัลอย่างทั่วถึง” กล่าวถึงบทบาท ภารกิจ และโครงการของหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ รวมถึงการสนับสนุนที่หน่วยงานเหล่านี้มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ทั้งในด้านการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อ การรับเทคโนโลยีมาใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจแบบ B2B และ B2C โลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกทางการค้า นโยบายเชิงบูรณาการ และโครงสร้างกฎระเบียบ)  รวมถึงการรวมตัวระดับภูมิภาค ทั้งนี้ UNCTAD และ ITD พบว่าประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ในภูมิภาคอาเซียนมีปัญหาด้านอี-คอมเมิร์ซ ระบบแวดล้อมล้าสมัย ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคส่วนต่างๆ และการขาดแคลนนักลงทุน (venture capitalist) ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ หน่วยงานของสหประชาชาติทำหน้าที่เป็นทั้งผู้อำนวยความสะดวก ที่ปรึกษา และคนกลางในการประสานงานกับนักลงทุน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมและเศรษฐกิจ แต่ละหน่วยงานทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจัดการกับความท้าทายอันซับซ้อนของเศรษฐกิจดิจิทัลในบริบทต่างๆ  

สรุปการประชุมช่วงที่ 3 หัวข้อ “รายงานการลงทุนโลก ประจำปี 2561”

การประชุมช่วงที่ 3 หัวข้อ “รายงานการลงทุนโลก ประจำปี 2561” กล่าวถึงเนื้อหาของรายงานดังกล่าว รวมถึงแนวโน้มระดับโลกและระดับภูมิภาค ความเป็นไปได้ในอนาคต และแนวโน้มของนโยบายด้านการลงทุน โดยแสดงให้เห็นว่าการลดลงของกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในปี 2560 กระจุกตัวอยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว และการลดลงของจำนวนโครงการใหม่ๆ (greenfield project) เป็นเรื่องหนึ่งที่น่ากังวล สำหรับแนวโน้มระดับโลกนั้นการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติเปลี่ยนจากการลงทุนที่จับต้องได้มาเป็นการลงทุนที่จับต้องไม่ได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่จะมีผลต่อกระแสการลงทุนจากต่างชาติในปีนี้คือการปฏิรูประบบภาษีของสหรัฐอเมริกา ส่วนนโยบายการลงทุนมี 3 ส่วนที่ต้องพิจารณา ได้แก่ สนธิสัญาใหม่ๆ การปฏิรูปข้อตกลง และกฎหมายด้านการลงทุนระดับชาติ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการลงทุนกับนโยบายใหม่ด้านอุตสาหกรรม ซึ่งเน้นที่บทบาทและประเภทของนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับการผลักดันจากประเทศกำลังพัฒนาให้มีนโยบายใหม่ด้านอุตสาหกรรมในวงกว้างขึ้น   

การประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2561 ประจำวันที่ 3 กรกฎาคม 2561

สรุปการปาฐกถาพิเศษ โดย ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก และอดีตเลขาธิการอังค์ถัด

ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO 2545-2548) และอดีตเลขาธิการอังค์ถัด (UNCTAD 2548-2556) กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ภาวะการสูญเสียดุลยภาพของระเบียบโลกและผลกระทบต่อระบอบการค้า” กระตุ้นให้ผู้ฟังเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ไม่ใช่สนใจแต่เพียงภาวะการค้าโลกในปัจจุบัน อีกทั้งแสดงความกังวลต่อการส่งเสริมการค้าเสรีในสภาพโลกาภิวัตน์ที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งถูกเรียกว่าความปกติใหม่ (new normal) ว่าจะนำไปสู่วิกฤตหรือการทำลายสภาพโลกาภิวัตน์ ดร.ศุภชัยย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างมีมนุษยธรรมหรือโลกาภิวัตน์ที่มีเป้าหมายที่การพัฒนา โดยแต่ละประเทศสามารถรักษาอธิปไตยทางสังคมและเศรษฐกิจเอาไว้ได้ และแสดงความกังวลว่าเมื่อการค้าก้าวหน้าไป WTO จะควบคุมดูแลได้ยากขึ้นและเสียงต่อการเกิดความไม่เป็นระเบียบ ดังนั้นองค์กรระดับโลกทั้ง 3 ได้แก่ ธนาคารโลก องค์การการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ WTO ต้องร่วมมือกันในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่มีความสอดคล้องกัน โดยมี UNCTAD ช่วยอำนวยความสะดวกในการเจรจาหารือกัน

ดร.ศุภชัยกล่าวว่ามีความจำเป็นที่จะต้องกำกับดูแลระบบการเงินโลกไม่ให้มีอิทธิพลมากเกินไป โดยทำให้การค้าและการลงทุนเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อลดความไม่เท่าเทียมกัน จัดการกับปัญหาคุกคามต่างๆ และให้องค์กรระดับโลกด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น WTO มีบทบาทหลักในการควบคุมดูแล และหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติเป็นผู้ดูแลส่งเสริมเส้นทางการค้าต่างๆ (มองหาโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศในซีกโลกใต้ เป็นต้น) ทั้งนี้จะต้องส่งเสริมเครื่องมือระหว่างประเทศ เช่น มาตรการริเริ่มเชียงใหม่พหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation - CMIM) และที่สำคัญที่สุดคือเพิ่มความเข้มแข็งของบทบาทของสำนักเลขาธิการ และอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการ WTO ดร.ศุภชัยเน้นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างความเป็นปึกแผ่นของระบบการจัดการความขัดแย้งซึ่งเป็นหน้าที่พื้นฐานของ WTO เพื่อให้กลไกการระงับข้อขัดแย้งมีความเข้มแข็ง ทำให้กลไกอนุญาโตตุลาการมีความเป็นกลางและโปร่งใสด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญที่มีความเป็นกลางเช่นเดียวกัน     

สรุปการประชุมช่วงที่ 4 หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงบทบาทของสถาบันเพื่อการบูรณาการของภูมิภาค”

การประชุมช่วงที่ 4 หัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงบทบาทของสถาบันเพื่อการบูรณาการของภูมิภาค” ลงลึกในประเด็นเรื่องความไม่เป็นระเบียบในระดับโลก (global disorder) ที่ ดร.ศุภชัย กล่าวถึงในกระประชุมช่วงก่อนหน้า สภาพดังกล่าวทำให้ต้องมีการปฏิรูปในด้านต่างๆ โดยมีการเสนอแนวความคิดต่างๆ ได้แก่ เกาหลีใต้กล่าวถึงความสำเร็จในการปรับโครงสร้างเชิงสถาบันหลังเกิดวิกฤตการเงิน รัฐบาลเป็นผู้นำในการปรับโครงสร้างภาคเอกชน พร้อมทั้งคัดเลือกผู้เล่นในตลาดที่มีศักยภาพและจัดสรรทรัพยากรให้ภาคธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ในการปฏิรูปนี้บทบาทของสถาบันต่างๆ รวมถึงความร่วมมือและการรวมตัวทางเศรษฐกิจเป็นกุญแจสำคัญ UNESCAP ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการทำงานร่วมกัน ได้เข้ามาช่วยในการก่อตั้งและบูรณาการของสถาบันใหม่ๆ โดยมีเสาหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ตลาดที่รวมตัวกัน โครงสร้างพื้นฐาน ระบบการบูรณาการทางการเงิน และความรับผิดชอบรวมถึงประเด็นปัญหาร่วมกัน นอกจากนี้การปฏิรูปต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น การปฏิรูปเชิงระบบ การจัดการด้านอุปทาน ประเด็นเกี่ยวกับประชากร (เช่น ทักษะการทำงาน) และนวัตกรรมด้านการผลิต 

สรุปการประชุมช่วงที่ 5 หัวข้อ “ทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4”

การประชุมช่วงที่ 5 หัวข้อ “ทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4” กล่าวถึงข้อค้นพบของ UNIDO-ธนาคารโลก และการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 พร้อมทั้งให้แนวทางแก่ผู้กำหนดนโยบายในการกำกับดูแลการปฏิวัตินวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถควบคุมและใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาที่ทั่วถึงทุกคนและสร้างวงจรระบบเศรษฐกิจที่ดีกว่าเดิม ความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานและทักษะของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศกำลังพัฒนามีความสำคัญมากในการสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ในด้านกฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องมีความยืดหยุ่นพอที่จะส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยังไม่อิ่มตัว ในขณะเดียวกันต้องไม่หละหลวมจนเกิดผลเสียจากเทคโนโลยีตามมา การประชุมช่วงนี้ยังกล่าวถึงภาพรวมการปฏิรูปกฎหมายของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อส่งเสริมการรวมตัวเป็นตลาดเดียวด้านดิจิทัล (Digital Single Market) รวมถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน EU กำลังมุ่งหน้าไปสู่การสมัครใจรับภาระหน้าที่ในการกลั่นกรองและดูแลการนำข้อมูลจากฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ประมวลผล (data mining) รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์

ในขณะนี้จึงจำเป็นต้องกลบช่องว่างของมูลค่าด้วยการนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุน ผลักดันเรื่องสิทธิของสำนักพิมพ์ในการใช้ประโยชน์เชิงดิจิทัลในประเทศเพื่อนบ้าน และสร้างกฎระเบียบเกี่ยวกับการสมัครสมาชิกออนไลน์เพื่อรับคอนเทนต์ต่างๆ ในระยะเริ่มต้น EU ได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลในเชิงกฎหมายของนวัตกรรมที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประเด็นที่ว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่คุ้มครองได้หรือไม่เมื่ออยู่ในโดเมนสาธารณะอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามในบริบทของประเทศไทยยังมีช่องว่างด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ดังนั้นโครงการของรัฐบาลและการอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมผลิตภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาสู่ยุคประเทศไทย 4.0    

สรุปการประชุมช่วงที่ 6 หัวข้อ “ความท้าทายของเทคโนโลยีอุบัติใหม่อันรวดเร็ว และอนาคตของสังคมที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง”

การประชุมช่วงที่ 6 หัวข้อ “ความท้าทายของเทคโนโลยีอุบัติใหม่อันรวดเร็ว และอนาคตของสังคมที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง” Ms. Schneegans แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความสามารถในการปรับตัวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และกล่าวว่าเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นแนวโน้มที่ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ เห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาด้านนี้ในหลายประเทศ ส่วนในด้านการศึกษา เนื่องจากประชากรจำนวนมากในอาเซียนเป็นคนรุ่นใหม่ การศึกษาระดับอุดมศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาหลายด้าน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปฏิรูปตนเองโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนการศึกษา และออกแบบหลักสูตรการศึกษาใหม่เพื่อสร้างคนทำงานที่มีทักษะความเชี่ยวชาญและก้าวทันความต้องการใหม่ๆ ด้านสังคมและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) มีการใช้กรอบแนวคิด STEAM (Science, Technology, Engineering, Art and Mathematics) ควบคู่ไปกับ SDG และ3 เสาหลัก เพื่อแก้ไขช่องว่างด้านการศึกษา ทางมหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนการศึกษาอบรมผู้เรียนเพื่อให้มีทักษะและความคิดที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัล นอกจากนี้ในการประชุมยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสังคมที่มีความสามารถในการปรับตัว ซึ่งอาจหมายรวมถึงการที่คนในสังคมสามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง ประเทศสามารถใช้หลักความพอเพียงในการผลิตสินค้าเพื่อใช้ในประเทศแทนการนำเข้า และการมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (climate change)

Merz Aesthetics Thailand จัดฟอรั่ม Thailand Aesthetics Business Forum 2026 สร้างความแกร่งให้ธุรกิจคลินิกความงาม พร้อมรับทุกวิกฤตแบบ Live A Better Look

บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมสนับสนุนงาน IGNITE Thailand-Korea Business Forum ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน “ไทย-เกาหลีใต้”

กรุงศรี จัดงานแห่งปี “Krungsri-MUFG Business Forum: Thriving to Sustainable Future” ก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืน ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของกรุงศรี

บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมงาน IGNITE Thailand-Korea Business Forum 2025 ณ เกาหลีใต้ ย้ำความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด

Pink Power Up Business Forum: ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจสีชมพู ก้าวข้ามสมรสเท่าเทียม สู่การเสริมพลังทางเศรษฐกิจ LGBTQIA2S+

Pink Power Up Business Forum: ปฏิวัติเศรษฐกิจสีชมพูไทย สู่ผู้นำโลก

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

ถอดรหัส 3 Intelligence Engines กลยุทธ์ปับลิซิส กรุ๊ป รับมือโลกการตลาดยุคซับซ้อน

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

Read More Stories  

Research

U.S. News & World Report เผย ‘ประเทศไทย’ ครองตำแหน่งค่าครองชีพถูกที่สุดในโลก ถูกสำหรับคนอื่น แต่ทำไมคนไทยยังรู้สึกแพง?

ยิ่งดึกยิ่งคึก! แกร็บ เผยอินไซต์คนเมือง ศุกร์-เสาร์ “คืนปล่อยจอย” เรียกรถพุ่ง 20% “ถุงยางอนามัย” สั่งมากกว่า 3 แสนชิ้นต่อปี

ไทยกำลังแก่ก่อนรวย? เปิดอินไซต์เมื่อแรงงานในประกันสังคมมีเพียง 12% ที่มีเงินออมเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หรือนี่คือเหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก ชะตากรรมเด็ก Gen Beta ปริญญาไร้ค่า ไร้งานออฟฟิศ บำนาญ+ประกันสังคมไม่พอใช้

Read More Stories  

Digest

FWD ประกันชีวิต ชวนลูกค้าใช้สิทธิ์บริการ FWD Telemedicine ผ่านแอปฯ MorDee (หมอดี) พบแพทย์ออนไลน์ได้จากทุกที่ ใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องสำรองจ่าย

ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “CARING VACCINE FOR LIFE” มอบสิทธิพิเศษวัคซีนดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม T Mark Clinic ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 100 รายสู่มาตรฐานสากล

Unboxing Ideas

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact