กระบวนการดำเนินงานแบบเวอร์ชวลไลซ์ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและการมองเห็นภายในสนามบิน
ประสิทธิภาพการปฏิบัติการของสนามบินถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อประโยชน์และระดับบริการของสนามบินเอง โซลูชั่น Smart Airport 2.0 ของหัวเว่ยช่วยให้สนามบินสามารถดำเนินการจัดสรรหลุมจอดเครื่องบินอัจฉริยะ แสงไฟฟ้านำร่องอัจฉริยะ และการจัดการภาคพื้นแบบเวอร์ชวลไลซ์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติการให้ดีขึ้นและลดระยะเวลาการ Turnaround ของเที่ยวบินได้
ยกตัวอย่างการจัดสรรเครื่องบินแบบชาญฉลาด สนามบินอาจจะทำการจัดสรร โดยใช้บิ๊กดาต้าและ AI ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้งานระเบียงและสะพานเทียบเครื่องบินได้ และเพิ่มอัตราผู้โดยสารบนสะพานได้อีกร้อยละ10เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารประหยัดเวลาได้ 2,300 ชั่วโมงต่อวัน
โซลูชั่นระบบนำร่องอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoTจะสามารถติดตามและควบคุมแสงไฟนำทางได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นปัญหาของอุตสาหกรรมการบินมานานแล้ว ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการตรวจสอบโดยคนได้มากกว่า 10,000 ชั่วโมงต่อคนต่อปี ระบบนำร่องดังกล่าวยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของอากาศยานบนรันเวย์และแท็กซี่เวย์ นอกจากนี้โซลูชั่นที่จัดการระบบภาคพื้นแบบเวอร์ชวลไลซ์ ซึ่งอาศัยเทคโนโลยี LTE และแพลตฟอร์มการสื่อสารแบบบูรณาการของหัวเว่ยยังส่งสัญญาณไร้สายในระยะไกลได้สูงสุดถึง3 กิโลเมตรช่วยให้เครือข่ายกับอุปกรณ์ปลายทางสามารถส่งบริการเสียง ดาต้า และวิดีโอพร้อมกันทีเดียวได้ และตรวจสอบควบคุมยานพาหนะภาคพื้นดินได้ตามเวลาจริง พร้อมความสามารถในการตรวจสอบความเร็วและสถานที่ได้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจถึงความสามารถในการมองเห็นกระบวนการสนับสนุนการบินทั้งหมด ทั้งยังช่วยลดและควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย
ความปลอดภัยแบบวิชวลไลซ์ รังสรรค์ท่าอากาศยานอัจฉริยะ เปี่ยมประสิทธิภาพ
โซลูชั่นสมาร์ทแอร์พอร์ต 2.0 ของหัวเว่ยมีระบบกล้องวงจรปิดแบบพาโนรามาที่ปรับใช้งานได้ตามต้องการและระบบป้องกันอัจฉริยะครอบคลุมในพื้นที่เพื่อเสริมความปลอดภัยของสนามบิน ด้วยกล้องอัจฉริยะ 4K และเครือข่ายแบบพาสซีฟออพติคอลสำหรับช่องทางสื่อสารภาคพื้นดินที่รวดเร็วผ่านวิดีโอ เจ้าหน้าที่ในศูนย์สั่งการของท่าอากาศยานจึงสามารถตรวจสอบดูแลกระบวนการทั้งหมดในการเทคออฟและแลนดิ้ง การติดตามเที่ยวบินอัตโนมัติ และระบบรักษาความปลอดภัยแบบ UHD ได้อย่างสมบูรณ์โดยไร้ที่ติ จากการเชื่อมระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะเข้ากับเทคโนโลยี IoTระบบเตือนภัยเซ็นเซอร์จะมีการวิเคราะห์โดยอัตโนมัติผ่านระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะเพื่อคัดกรองข้อมูลที่คลาดเคลื่อนออกไป สามารถลดอัตราการแจ้งเตือนที่ผิดพลาดจากร้อยละ 99 ให้เหลือเพียงร้อยละ 10กระบวนการดังกล่าวจึงนำไปสู่การพลิกโฉมจากระบบป้องกันทางเทคนิคไปเป็นระบบป้องกันแบบอัจฉริยะ
บริการวิชวลไลซ์ ความสะดวกจากองค์กรสู่องค์กรและบริการคุณภาพสูงเพื่อผู้โดยสาร
โซลูชั่นบริการสมาร์ทแอร์พอร์ทแบบวิชวลไลซ์ของหัวเว่ยใช้เทคโนโลยีต่างๆ อาทิ IoTการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า และระบบจดจำข้อมูลทางชีวภาพ ช่วยให้สนามบินสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานแก่ผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสมที่สุด
ด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าของระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ผู้โดยสารจึงสามารถผ่านเข้าสู่จุดเช็คความปลอดภัยไปจนถึงขั้นตอนการขึ้นเครื่องได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่สแกนใบหน้า ระบบก็จะแสดงข้อมูลเที่ยวบินของผู้โดยสารและแผนที่นำทางไปยังประตูขึ้นเครื่องโดยอัตโนมัติผ่านหน้าจอแสดงผลข้อมูลเที่ยวบิน
จากการนำเทคโนโลยี IoTมาใช้งาน ผู้โดยสารจึงสามารถดูสถานะและตำแหน่งการโหลดกระเป๋าได้แบบเรียลไทม์ตั้งแต่จุด Drop-offสามารถติดตามการขนย้ายและแสดงสิทธิ์เพื่อป้องกันกระเป๋าสูญหาย การนำเทคโนโลยีระบุตำแหน่งภายในอาคารด้วย Wi-Fi มาใช้ช่วยให้โอเปอเรเตอร์ในสนามบินเก็บข้อมูลตัวเลขจำนวนผู้โดยสารได้อย่างรวดเร็ว และปรับระยะเวลาดำเนินการในบริเวณจุดตรวจเช็คความปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์ ช่วยลดระยะเวลาที่ผู้โดยสารต้องรอได้
“หัวเว่ยได้นำโซลูชั่น ICT แบบครบวงจรมาให้บริการในสนามบิน ซึ่งมีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน ครอบคลุมทั้งระดับคลาวด์ ไปป์ และดีไวซ์” มร. หลิวจ้งเหิงประธานบริหาร อุตสาหกรรมการขนส่ง กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ย กล่าว “โซลูชั่นนี้ได้ช่วยปรับปรุงการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของสนามบินให้มีความเป็นอัจริยะด้วยระบบไอซีที รวมถึงยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้โดยสารให้ดียิ่งขึ้นนับเป็นคุณค่าที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างหัวเว่ย ลูกค้าและพันธมิตรในการสร้างสรรค์สนามบินอัจฉริยะที่เชื่อมโยงสื่อสารได้อย่างเต็มรูปแบบ มีความชาญฉลาดและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร ในอนาคตหัวเว่ยจะยังคงคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เน้นพัฒนาโซลูชั่น ICT ที่ใช้คลาวด์คอมพิวติ้ง ระบบเชื่อมต่อผ่านโมบายล์ เทคโนโลยี IoT และบิ๊กดาต้า ทำให้ลูกค้าสามารถก้าวไปสู่การพลิกโฉมทางดิจิทัลได้สำเร็จ และสร้างสนามบินอัจฉริยะที่พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคต”
หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรผู้สร้างการพลิกโฉมทางดิจิทัลให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมการบินซึ่งที่ผ่านมาหัวเว่ยได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และบริการด้าน ICT แก่สนามบิน สายการบิน และหน่วยงานผู้รับผิดชอบด้านการจราจรทางอากาศกว่า 50 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีสนามบินระดับโลก 15 แห่งที่มีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่า 30 ล้านคนในแต่ละปี หัวเว่ยมุ่งหวังที่จะยกระดับความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สร้างประโยชน์ที่พึงมีร่วมกันทั้งกับสนามบิน ลูกค้าและพันธมิตรในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อพลิกโฉมใหม่ให้กับอนาคตด้วยนวัตกรรม
หัวเว่ยร่วมกับพันธมิตรและลูกค้านำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ ที่เตรียมพร้อมไปสู่การพลิกโฉมสู่ความเป็นดิจิทัล โดยได้ร่วมกันแสดงนวัตกรรมที่งาน CEBIT ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี ดินแดนต้นตำรับแห่งดนตรีคลาสสิค ภายในงานยังมีกิจกรรมและการแบ่งปันแนวปฏิบัติต่างๆ มากมายเกี่ยวกับคลาวด์คอมพิวติ้ง, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), บิ๊กดาต้า, อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และ Software-Defined Networking (SDN หรือเครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์) ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพลิกโฉมสู่ดิจิทัลในปัจจุบัน