ฟลูโอคารีล 40+
Segment by Age
กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในตลาดออรัล แคร์ สำหรับการออกฟลูโอคารีล 40+ ที่ดีเคเอสเอช ได้สิทธิในการทำตลาด เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการ เล่นกับกระแสที่มาแรงของยาสีฟันเพื่อสุขภาพปากและฟันเด้วยการฉีกหนีไปสร้างเซ็กเม้นต์ด้วย “อายุ” ที่ถือเป็นครั้งแรกในตลาดออรัล แคร์ ของบ้านเราเท่านั้น แต่ ยังเป็นการใช้นวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อนและสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในฐานะที่เป็นแบรนด์ที่เข้าใจในปัญหาเรื่องของช่องปากของผู้บริโภควัยดังกล่าว
ฟลูโอคารีล 40+ จับเอาปัญหาในเรื่องของช่องปากของกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาในเรื่องของสุขภาพฟันในด้านต่างๆมาสร้างเป็นจุดขายสำคัญ ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งของสินค้าที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสินค้าในตลาด เพราะที่ผ่านมา ตลาดยาสีฟันของบ้านเรา จะมีการแบ่งเซ็กเม้นต์ออกตามคุณสมบัติของยาสีฟัน ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟันเพื่อครอบครัว ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งหรือเพื่อฟันขาว ยาสีฟันเด็ก ยาสีฟันเซนซิทีฟหรือแก้อาการเสียวฟัน ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสมุนไพร และยาสีฟันเพื่อลมหายใจหอมสดชื่น ในช่วงหลังมานี้ เริ่มมีการเซ็กเม้นต์ที่แคบลงผ่านช่วงเวลาในการใช้ เช่น ยาสีฟันสูตรสำหรับกลางคืนที่มีเดนทิสเต้เป็นคนเปิดตลาด เป็นต้น
ตลาดยาสีฟันในบ้านเรามีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ยาสีฟันในเซ็กเม้นต์เพื่อการรักษายังคงเป็นเซ็กเม้นต์ใหญ่สุดมีสัดส่วนถึง 36% รองลงมาเป็นยาสีฟันทั่วไป 29% สมุนไพร 22% ยาสีฟันเพื่อฟันขาว 10% และยาสีฟันเด็ก 3%แนวโน้มที่น่าสนใจก็คือ ยาสีฟันมีการเปลี่ยนจากสินค้าที่เป็น Family Use มาสู่ Personal Use ที่ในแต่ละบ้าน เริ่มมียาสีฟันหลอดที่สองของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน แทนที่การมียาสีฟันเพียงหลอดเดียวใช้กันทั้งครอบครัวเหมือนในอดีต
เหตุผลดังกล่าว กลายเป็นโอกาสของยาสีฟันที่เจาะตลาดนิชที่มีจุดขายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเหงือกและฟัน นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยาสีฟันระดับพรีเมียมทั้งหลายมีการเติบโตค่อนข้างดี ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนสุดก็คือเดนทิสเต้ ที่เติบโตด้วยจุดขายที่แตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาดคือเป็นยาสีฟันที่ใช้เฉพาะช่วงเวลาที่มีคุณสมบัติในเรื่องของการกำจัดแบคทรีเรีย
ขณะที่แนวคิดในส่งฟลูโอคารีล 40+ สู่ตลาด เกิดจากผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ต้องการยาสีฟันที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการรักษาสุขภาพของเหงือกและฟันที่ตัวเองมีปัญหาอยู่ได้ การเลือกโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปนั้น เป็นการมองว่า คนกลุ่มนี้ เริ่มที่จะยอมรับในเรื่องตัวเลขอายุของตัวเองมากกว่ากลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่าอย่างกลุ่มอายุ 30 ปี ที่ไม่อยากหยิบสินค้าที่ถูกมองว่า เป็นของวัยดังกล่าว โดยกลุ่มคนที่อายุ 40 ปี ขึ้น ไป เริ่มมีการใส่ใจในเรื่องของสุยภาพเหงือกและฟันมากขึ้น เพราะมองเห็นว่าอวัยวะในส่วนดังกล่าว ถูกใช้งานมานาน และเริ่มจะมีปัญหา จึงน่าจะมีการดูแลหรือป้องกันซึ่งตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้สินค้าออรัล แคร์ ของผู้บริโภคชาวไทย ที่มองถึงการป้องกันก่อนการรักษา และสินค้าหลายๆตัวก็หันมาเล่นกับการสร้างการตื่นตัวในการป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาในช่องปาก
จุดแข็งอย่างหนึ่งของแบรนด์ฟลุโอคารีล ก็คือ การเป็นแบรนด์ที่สร้างคุณค่าในเรื่องของการปกป้องดูแลช่องปากมานาน แต่จุดขายในเรื่องของฟลูโอไรด์ ซึ่งเป็นจุดขายดั้งเดิมของแบรนด์นี้ ก็เริ่มถูกผลกระทบจากการรุกเข้ามาแชร์ตลาดของแบรนด์คู่แข่งที่มีไม่เฉพาะในตลาดพรีเมียมด้วยกัน แม้แต่ในตลาดแมสก็โหมเรื่องดังกล่าวอย่างหนักหน่วง ทำให้ฟลูโอคารีล ต้องหาตำแหน่งยืนที่แข็งแกร่งให้กับตัวเองอย่างคง และ ตัว 40+ ก็คือตัวที่เข้ามาเติมเต็มในเรื่องดังกล่าว
ว่าไปแล้ว คนวัย 40 ปี ไม่ใช่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ แต่เป็นกลุ่มที่ใช้ยาสีฟันในท้องตลาดอยู่แล้ว มีทั้งยาสีฟันทั่วไป และ ยาสีฟันมราช่วยดูแลเหงือกหรือลดอาการเสียวฟัน เพราะคนวัยนี้มักมีปัญหาในเรื่องของช่องปากที่หลากหลายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีใครที่จับเอาสาเหตุหรือปัญหาทั้งหมดมารวมกันไว้ในหลอดเดียว แล้วพลิกมุมไปเซ็กเม้นต์โดยใช้อายุเป็นตัวแบ่ง
ฟลูโอคารีล 40+ จึงเป็นรายแรกที่เข้ามาปักธงในเรื่องดังกล่าว โดยมองไปที่โอกาสทางการตลาดของลูกค้ากลุ่มที่ว่านี้ที่ส่วนใหญ่จะมีกำลังซื้อมากพอและเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพของตัวเองมากขึ้นตามเทรนด์ของโลก...