นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้วางกลยุทธ์เชิงซ้อน ที่เรียกว่า “Platform + Ecosystem” ขึ้นมา เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลและนำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ โดยหัวเว่ยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรตามกลยุทธ์นี้ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และมีความปลอดภัย หัวเว่ยมีเจตจำนงค์อันแน่วแน่ที่ต้องการบ่มเพาะและสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ด้วยการผนึกความร่วมมือในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างชุมชนโอเพ่นซอร์สและแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา โดยมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโตออกไปในวงกว้างและสร้างชุมชนที่มีความสนใจร่วมกัน ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน เพื่อเติบโตไปด้วยกันและต่อยอดสู่สิ่งใหม่ๆ
เพื่อบรรลุตามเป้าหมายดังกล่าว หัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ เน้นให้ความสำคัญกับห้าอุตสาหกรรมหลัก นั่นคือ ความปลอดภัยสาธารณะ การขนส่ง พลังงาน การเงิน และภาคการผลิต รวมถึงดำเนินงานใน 3 จุดควบคุมหลัก คือ เทคโนโลยีขั้นสูง แพลตฟอร์มและเครือข่ายระบบนิเวศชั้นนำ เพื่อฝึกฝนผู้มีความสามารถในแวดวงและเพิ่มพูนศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้ารายหลัก
ระบบนิเวศด้านบริการของหัวเว่ย ประกอบด้วยสี่ส่วนหลักๆ ดังต่อไปนี้
- Huawei Certified Service Partners (CSPs) จากข้อมูลเมื่อเดือนธันวาคม 2560 หัวเว่ยมีพันธมิตรผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติกว่า 2,900 รายทั่วโลก ในจำนวนนี้กว่า 160 รายอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในขณะนี้มีพันธมิตรผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติ (Certified Service Partners) ระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว กว่า 70 ราย
- Huawei Service Platform ในปี 2560 สมาคมผู้สนับสนุนการบริการทางเทคโนโลยี (Technology Services Industry Association) ได้เปิดตัวโครงการรับรองคุณสมบัติความเป็นเลิศสำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน (Support Staff Excellence Certification) ซึ่งโครงการนี้มีศูนย์บริการระดับโลก (Global Services Centers: GSCs) ที่ได้รับการรับรองแล้วทั้งสิ้น 3 แห่ง และศูนย์ช่วยเหลือด้านเทคนิค (Technical Assistance Centers: TAC) 12 แห่ง ซึ่งสมาคมวิชาชีพด้านบริการสนับสนุน (Association of Support Professional) ได้จัดอันดับให้พอร์ทัลการสนับสนุนทางเทคนิคของหัวเว่ยติดอันดับ 1 ใน 10 ของเว็บไซต์ด้านการสนับสนุนทางเทคนิคระดับโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมร่วม 36 แห่ง และ OpenLab อีก 9 แห่งทั่วโลก เพื่อพัฒนาโซลูชั่นและบริการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรของหัวเว่ย
- Huawei Authorized Learning Partners (HALP) เป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านไอซีทีที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติและวิศวกรในองค์กรคู่ค้าของหัวเว่ย ปัจจุบัน หัวเว่ยมีพันธมิตรที่ทำหน้าที่ฝึกอบรมกว่า 100 รายและมีผู้ดำเนินการฝึกอบรมกว่า 200 รายทั่วโลก สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพันธมิตรที่ผ่านการอบรมในโครงการนี้ทั้งสิ้น 4 ราย ซึ่งได้ดำเนินการฝึกอบรมให้กับวิศวกรในองค์กรคู่ค้าของหัวเว่ยไปแล้วกว่า 1,800 ราย
- Huawei ICT Academy จากข้อมูลเมื่อเดือนธันวาคม 2560 หัวเว่ยได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านไอซีทีกว่า 300 แห่งทั่วโลก และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หัวเว่ยได้พัฒนาโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง โดยได้เปิดตัวโครงการ Huawei Authorized Information and Network Academy” (HAINA) ขึ้นมา และมีจำนวนนิสิตนักศึกษากว่า 100 คนที่ผ่านการอบรมและ ผ่านการรับรองจากโครงการดังกล่าว ซึ่งในประเทศไทยได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา
หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะลงทุนเพื่อพัฒนาผู้มีความสามารถให้มากยิ่งขึ้น และขยายขอบเขตเครือข่ายผู้มีความสามารถด้านไอซีทีให้กว้างไกลออกไปเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมและรับรองคุณสมบัติด้านเทคโนโลยี AI, บิ๊กดาต้า, คลาวด์คอมพิวติ้ง และ IoT ตลอดจนรับรองคุณสมบัติด้านเมืองปลอดภัย การเงิน และอุตสาหกรรมไอซีที เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับวิศวกรด้านเทคนิคในระบบเดิมให้พร้อมก้าวไปเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงของอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ Huawei ICT Academy และ Huawei Authorized Learning Partners (HALP) ได้ดำเนินการฝึกอบรมให้กับผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติจากหัวเว่ยไปแล้วกว่า 70,000 ราย และมีวิศวกรด้านไอซีทีกว่า 5,000 ราย ผ่านการรับรองในโครงการ Huawei Certified Internetwork Experts (HCIE) โดยในจำนวนนี้มี 120 รายที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหัวเว่ยตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2564 จะมีผู้ผ่านการอบรมในโครงการ HCIE กว่า 500 รายในภูมิภาคนี้