เมื่อต้องการคำแนะนำที่น่าเชื่อถือ คนแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่หันไปหา คือ เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว ซึ่งก็คือ คนที่เข้าใจพวกเขาจริงๆ ตอนนี้ตามข้อมูลล่าสุด ใน List มีเรื่องใช้ Search Engine หรือกลไกค้นหา รวมอยู่ด้วย
ขณะนี้ผู้บริโภคเชื่อว่า การใช้ Search สามารถให้คำตอบสำหรับคำถามที่เฉพาะเจาะจงมากที่สุด รวมทั้งยังสามารถเชื่อมั่นผลการค้นหา ที่ให้คำตอบถูกต้องในเวลาที่ต้องการ
ตัวอย่างคำถาม เช่น รถของฉันควรขายที่ราคาเท่าไหร่ ? บ้านเช่าใกล้ ๆ อยู่ตรงไหน ?
ผม/ฉัน ควรสระผมบ่อยแค่ไหน ? ถ้าต้องเกษียณ ฉันต้องมีเงินสะสมเท่าไหร่จึงจะพอกับการดำรงชีวิต ?
โดยปกติ คนทั่วไปใช้ Search เพื่อให้ได้คำแนะนำ หรือข้อมูลยามต้องตัดสินใจ ทั้งเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ รวมถึงเมื่อต้องการข้อมูลแม่นยำที่สุด ในเวลาสั้นที่สุด แน่นอนว่า คำตอบนั้น ต้องเกี่ยวข้องกับผู้ถามมากที่สุด
อีกด้านหนึ่ง วิธีการหาข้อมูลก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มที่เกิดขึ้น คือ การค้นหาเริ่มเน้นความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และใช้คำในภาษาพูดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำอย่าง I me และ my
ข้อมูลจาก Google ระบุว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คำค้น “………. สำหรับฉัน (for me)” เพิ่มขึ้น 60%
ขณะที่ “………. ฉันควรจะ (Should I) ..............” เพิ่มขึ้น 80%
ทั้งนี้ คำค้นที่มีผู้ใช้มากที่สุด ส่วนใหญ่อยู่ใน 3 หมวด ประกอบด้วย
การแก้ปัญหา (Solving The Problems)
เมื่อต้องการความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ คนส่วนใหญ่ไม่นิยมพึ่งพาครอบครัวกับเพื่อน ๆ ถ้าต้องการแก้ปัญหาหรือวินิจฉัยตัวเอง ผู้คนมักหันไปใช้การ Search และคาดหวังว่าเนื้อหาที่ได้จะมีความหมาย และตอบสนองความต้องการนั้นๆได้อย่างรวดเร็ว โดยคำถามส่วนใหญ่ เป็นเรื่องรถยนต์ ความสวยความงาม การเงิน การออกกำลังกาย และการดูแลสัตว์เลี้ยง
ตัวอย่างคำค้นหาที่มีมากที่สุดลำดับต้นๆ เรื่องรถยนต์ เช่น ผมควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยแค่ไหน ? ผมอยากขายรถ ? รถผมสตาร์ทไม่ติดต้องทำยังไง ? ตัวอย่างคำค้นหาเรื่องความสวยความงาม เช่น ทำไมผิวของดิฉันถึงแห้งอย่างนี้ ? ทำไมผมของดิฉันถึงร่วงเยอะขนาดนี้ ? ตัวอย่างคำค้นหาเรื่องการเงิน เช่น จะเช็คเครดิตบูโรได้ยังไง ผมจะเอาเช็คไปขึ้นเงินสด ต้องทำยังไง จะอายัดบัตรเครดิต ต้องทำยังไง เป็นต้น
ทำเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จ (Getting Things Done)
ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกๆ คนสามารถได้รับความช่วยเหลือเรื่องไม่ใหญ่มากนัก กลไกค้นหา ช่วยให้คุณจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันได้อย่างรวดเร็ว ทุกเวลาที่ต้องการ
คำถามส่วนใหญ่ เป็นเรื่องแอพพลิเคชั่น การสื่อสาร การศึกษา ฟังก์ชั่นต่างๆ ในสมาร์ทโฟน ช้อปปิ้งสินค้าอุปโภคบริโภค ตัวอย่างคำค้นหาลำดับต้นๆ เรื่องการศึกษา เช่น ฉันควรเรียนภาษาอะไรตอนนี้ ? ช่วยทำการบ้านหน่อยครับ ?
ตัวอย่างคำค้นหาเรื่องฟังก์ชั่นต่างๆ ในสมาร์ทโฟน เช่น ขอวิธีตั้งค่าอุปกรณ์ ? จะล็อกมือถือได้ยังไง ฯลฯ
สำรวจสิ่งรอบ ๆ ตัวฉัน (Exploring Around Me)
ทุกวันนี้ โลกทั้งใบเหมือนอยู่บนปลายนิ้วของทุกคน หากต้องการความช่วยเหลือในการหาร้านพิซซ่าตอนดึกๆ โรงพยาบาลใกล้ที่สุด สัญญาณ Hot Spot ในพื้นที่ใกล้เคียง ทุกคนล้วน Search เชื่อมต่อและค้นพบโลกรอบตัว
คำถามส่วนใหญ่ เป็นเรื่องรถยนต์ ความสวยความงาม แฟชั่น บ้านกับเฟอร์นิเจอร์ และการท่องเที่ยว ตัวอย่างคำค้นหาเรื่องบ้านกับเฟอร์นิเจอร์ เช่น ร้านเฟอร์นิเจอร์ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน ? ตัวอย่างคำค้นหาเรื่องการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมราคาประหยัดสุดใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน ?
Search กลายเป็น “ที่ปรึกษาส่วนตัว”
Lisa Gevelber รองประธาน Marketing for the Americas ของ Google เคยให้ข้อมูลว่า คำแนะนำจากเดิม ที่ขอจากเพื่อนๆ ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะได้รับจากมือถือของพวกเขาด้วย นักการตลาดที่เข้าใจแนวโน้มการค้นหาที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ย่อมได้เปรียบ
ตัวอย่าง การค้นหาบนมือถือที่เกี่ยวข้องกับ "รองเท้าสำหรับ ......... " เพิ่มขึ้นกว่า 120% (เช่น "รองเท้าที่เหมาะสำหรับการเดินทาง")
ว่ากันไปแล้ว มันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล ปัจจุบัน ผู้บริโภคหาข้อมูลได้มากมายด้วยปลายนิ้ว แต่การหาสิ่งที่เราต้องการ และอยากได้จริงๆ ในโลกที่มีทางเลือกไร้ขีดจำกัดนี้ ย่อมเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง ทุกคนหวังว่าจะได้คำตอบ (แม้ไม่แน่ใจว่า นั่นคือสิ่งที่กำลังมองหาจริงๆ) ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเป็นคำแนะนำที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการของพวกเขาโดยลงทุนลงแรงน้อยที่สุด
ผู้บริโภคปัจจุบัน ล้วนตระหนักว่า การใส่คำค้นหาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ต้องการอย่างรวดเร็ว แชมพูสำหรับผมบางชนิดก็เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ การ Search มือถือ สำหรับคำค้นหา "แชมพูสำหรับ (shampoo for) ____" เพิ่มขึ้น 130% (เช่น "แชมพูสำหรับทำไฮไลท์เส้นผม")
รูปแบบที่ปรึกษาส่วนบุคคลนี้เริ่มเป็นแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่าง เช่น ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การ Search บนมือถือที่มีตัวคัดกรอง "สำหรับฉัน" (for me) เพิ่มขึ้นกว่า 60%
ตัวอย่าง เช่น ผู้บริโภคไม่เพียงค้นหา "ประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุด" อีกต่อไป แต่พวกเขาค้นหา "ประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับฉัน "หรือ" สุนัขพันธุ์ใดที่เหมาะกับฉัน " สำหรับการ Search เลือกสุนัขอาจมีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังสงสัยเรื่องที่ว่า อะไรที่พวกเขาควรทำ และไม่ควรทำด้วย
การ Search บนมือถือกับคำค้น "ฉันควร" ("should I" ) เพิ่มขึ้นมากกว่า 65%
"กลางวันนี้จะทานอะไรดีนะ ?" เป็นสิ่งที่คนมักจะถามเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน แต่ตอนนื้ คำถามข้างต้นเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคใช้ Search ด้วย แนวโน้มที่น่าสนใจ คือ การค้นหาข้อมูลเกิดขึ้นกับความต้องการทุกประเภท
เช่นเดียวกับคำ ".......... ที่อยู่ใกล้ฉัน (Near Me) " เป็นสัญญาณของบริบทที่ว่า คนๆ นั้นต้องการหาบางสิ่งบางอย่างใกล้ๆ ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่
การค้นหาสำหรับคำว่า "ตัวฉัน" (Me กับ I) เป็นสัญญาณว่า คนๆนั้นกำลังคาดหวังเนื้อหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวเขา นักการตลาดที่เข้าใจเจตนาการค้นหา รวมทั้งค้นพบรูปแบบที่ผู้บริโภคคัดสรรสิ่งที่ตรงตามความต้องการของพวกเขาอย่างไร ย่อมมีโอกาสอย่างมาก
มีคำตอบค่อนข้างชัดเจนว่า ถ้ามีใครคนหนึ่งสงสัยว่า มื้อกลางวันนี้ เขาหรือเธอควรทานอะไร ร้านอาหารที่ได้รับข้อมูล น่าจะอยากเป็นคนแรกๆ ที่เสนอเมนู หรืออาหารรายการพิเศษในช่วงมื้อกลางวันนั้นๆ
แต่สำหรับการค้นหา "___ สำหรับฉัน (For me) " ตัวอย่าง เช่น "รองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉัน" แสดงว่า คำตอบต้องเพิ่มข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ มาด้วย คำตอบของนิตยสารอย่าง Runner's World หรือแบรนด์เช่น Brooks, Nike และ Asics ใช้วิธีเสนอตัวเอง เข้ามาช่วยเพื่อให้นักวิ่งหารองเท้าที่สมบูรณ์แบบจนพบ
ตัวอย่างข้างต้นใช้กับคำค้นหาเช่น "แชมพูที่ดีที่สุดสำหรับฉัน" Redken เสนอเครื่องมือวิเคราะห์ลักษณะเส้นผม ส่วนคำค้นหาที่ว่า "ฉันควรเลี้ยงสุนัขพันธุ์อะไร " American Kennel Club และ Pedigree เสนอแบบทดสอบหลายๆ ข้อ (Quiz) พร้อมคำแนะนำ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสุนัขพันธุ์ที่เหมาะสม
ดังนั้น นักการตลาดที่เก่งๆ ย่อมรู้ว่า นอกจากคำตอบแล้ว ผู้บริโภคยังต้องการความคิดและแรงบันดาลใจด้วย ที่สำคัญ คือ พวกเขาอยากได้สิ่งเหล่านั้นเร็วๆ ผู้สามารถสนองความต้องการแต่ละบุคคลตรงจุดย่อมได้เปรียบ
Source : Google data, U.S., Mobile