สำหรับ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2018 แข่งขันวันที่ 18 ส.ค. ถึง 2 ก.ย.นี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย มี 2 เมืองเป็นเจ้าภาพ คือ จากาตาร์ เเละปาเล็มบัง โดยมี 45 ชาติสมาชิกทั่วเอเชียร่วมชิงชัย จัดแข่งขันทั้งสิ้น 40 ชนิดกีฬา รวม 462 เหรียญทอง ประกอบด้วย 1.กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ , กระโดดน้ำ, ระบำใต้น้ำ และโปโลน้ำ ), 2.ยิงธนู, 3.กรีฑา, 4.แบดมินตัน, 5.เบสบอล/ซอฟท์บอล, 6.บาสเกตบอล, 7.โบว์ลิ่ง, 8.มวยสากล, 9.บริดจ์, 10.เรือแคนู-คยัค, 11.จักรยาน, 12.ขี่ม้า, 13.ฟันดาบ, 14.ฟุตบอล, 15.กอล์ฟ, 16.ยิมนาสติก, 17.แฮนด์บอล, 18.ฮอกกี้, 19.เจ็ตสกี, 20.ยูโด, 21.กาบัดดี้, 22.คาราเต้-โด, 23.มาร์เชียลอาร์ตส์, 24.ปัญจกีฬาสมัยใหม่, 25.พาราไกลดิ้ง, 26.เรือพาย, 27.รักบี้ 7 คน, 28.เรือใบ, 29.เซปักตะกร้อ, 30.ยิงปืน, 31.ปีนหน้าผา, 32.สควอช, 33.เทเบิลเทนนิส, 34.เทควันโด, 35.เทนนิส, 36.ไตรกีฬา, 37.วอลเลย์บอล, 38.ยกน้ำหนัก, 39.มวยปล้ำ และ 40. โรลเลอร์สปอร์ต (สเก็ตบอร์ดดิ้ง และโรลเลอร์สเก็ต) ขณะที่ผลงานของทัพนักกีฬาไทยรวมทุกครั้งที่ผ่านมา คว้ามาได้ทั้งสิ้น 121 เหรียญทอง 159 เหรียญเงิน 233 ทองเเดง โดยล่าสุดเมื่อปี 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ทำได้ 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 28 เหรียญทองแดง จบอันดับ 6 บนตารางเหรียญ (อันดับ 1-5 ประกอบด้วย จีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-คาซัคสถาน-อิหร่าน)
ส่วน เอเชียนพาราเกมส์ 2018 แข่งขันวันที่ 6-13 ต.ค.นี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย มี 42 ชาติสมาชิกทั่วเอเชียเข้าร่วมชิงชัย จัดแข่งขันทั้งสิ้น 17 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ยิงธนู, โกลบอล, เทเบิลเทนนิส, กรีฑา, ยูโด, วอลเลย์บอล, แบดมินตัน,บอคเซีย, โบว์ลิ่ง, จักรยาน, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, ลอนโบว์, ยกน้ำหนัก, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์เทนนิส และวีลแชร์ฟันดาบ โดยครั้งที่แล้วเมื่อปี 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ทัพนักกีฬาไทย จบอันดับ 6 บนตารางเหรียญ คว้ามาได้รวมทั้งสิ้น 107 เหรียญ แบ่งเป็น 21 เหรียญทอง 39 เหรียญเงิน และ 47 เหรียญทองแดง (อันดับ 1-5 ประกอบด้วย จีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-อิหร่าน-อุซเบกิสถาน)