ส่วนการเข้าสู่ตลาดเมืองไทยของ Happy Dog และ Happy Cat จะเน้นการทำตลาดด้วยกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ และการตลาดเชิงอารมณ์ (Emotional Marketing) ซึ่งเป็นแนวทางการทำตลาดของ Happy Dog – Happy Cat ทั่วโลกตามนโยบายของบริษัทแม่รวมถึงในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการใช้ Real Life Presenters ในแง่ของการสื่อสารเพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ และสร้าง Top of Mind Brand ในใจผู้บริโภค เพื่อขึ้นเป็นผู้นำอาหารสุนัข และแมว
“การเข้ามาทำตลาดอาหารสุนัขและแมวระดับซูเปอร์พรีเมียมในเมืองไทยของ Happy Dog และ Happy Cat นอกจากความต้องการเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่มีคุณภาพให้แก่คนรักสุนัขและแมวและเป็นผู้นำทางด้านอาหารสุนัขและแมวที่ให้โภชนาการแบบ “องค์รวม” เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วนและใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดแล้ว ยังหวังมุ่งสร้างเทรนด์การเน้น “ความสุข” ให้แก่สัตว์เลี้ยงทั้งกายและใจ ด้วยจุดต่างของสินค้าคุณภาพระดับซูเปอร์พรีเมียมที่ผลิตในประเทศเยอรมนีจากกระบวนการผลิตที่ได้รับการควบคุมมาตรฐานสูงสุดของประเทศเยอรมนี
ในอนาคตทางบริษัทยังเตรียมขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านแถบ CLMV หลังการสร้างฐานที่แข็งแกร่งในประเทศไทยได้สำเร็จ โดยอาศัยเครือข่าย และสายสัมพันธ์ที่เข้มแข็งของผู้จัดจำหน่าย (Distributor) จากการผนึกกำลังของหุ้นส่วนในประเทศไทย พร้อมวางจำหน่ายแล้วตามร้านค้าจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (Pet Shop) และโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำทั่วประเทศ”
โดย Happy Dog และ Happy Cat เป็นแบรนด์อาหารสุนัข และแมวระดับซูเปอร์พรีเมียมของ บริษัท อินเตอร์เควล จำกัด โดยมี จอร์จ มูลเลอร์ ประธานบริหาร ทายาทรุ่นที่ 7 ของตระกูลเป็นผู้บริหารกิจ ปัจจุบันที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 1 จากประเทศเยอรมนี และมียอดขายจาก 66 ประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรปตะวันตก และตะวันออก เอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ โดยนโยบายของบริษัทจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “เราทำให้สุนัขและแมวมีความสุข เพราะเรารู้ว่ามันชอบอะไร”
จุดขายของ Happy Dog และ Happy Cat คือการมีสูตรอาหารที่หลากหลาย มาจากแหล่งโปรตีนหลายชนิด และยังมีสูตรอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงที่แพ้ง่ายอย่างสูตร Grainfree หรือไม่มีธัญพืช หรือสูตร Single Protein ที่มาจากเนื้อสัตว์ประเภทเดียวอย่างนกกระจอกเทศ เป็นต้น รวมถึงมีแนวความคิด Natural Life Concept® และ All in One® อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะของแบรนด์ที่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงได้รับอาหารที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจากหลากหลายแหล่ง มีความหลากหลายในรสชาติ และอร่อย ช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างองค์รวมทั้งข้อต่อ ผิวหนัง และขน โดยเลือกสรรแต่วัตถุดิบธรรมชาติ คุณภาพดีเทียบเท่าอาหารของมนุษย์ และมีการเพิ่มสารอาหารและกากใยของสมุนไพรธรรมชาติและผลไม้อย่างแอปเปิ้ลเข้าไปในสูตรอาหาร