อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงทั่วโลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เหมือนคนอย่างเข้มข้น สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนคลายเหงาหรือผู้เฝ้าบ้านอีกต่อไป แต่กลับมีอิทธิพลที่ผลักดันให้เจ้าของเป็นบทบาทไปสู่ Pet Parent ที่พร้อมจทุ่มเทและแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัว พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟชั่นที่มาเร็วไปเร็ว แต่วันนี้กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยด้วยมูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท โดยมีเซกเมนต์ของน้องแมวเติบโตอย่างโดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนเมืองที่เปลี่ยนไปสู่การพักอาศัยในคอนโดมิเนียมและการเลี้ยงสัตว์ในระบบปิดมากขึ้น โดยที่การเลี้ยงแมวตอบโจทย์กว่าสุนัข
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากทั้งยักษ์ใหญ่ในท้องถิ่นและแบรนด์ข้ามชาติ โรยัล คานิน (Royal Canin) ในฐานะผู้นำด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพระดับโลก กำลังเดินเกมที่ลึกซึ้งกว่าการชิงส่วนแบ่งตลาด แต่เป็นการสร้างความผูกพันผ่านกลยุทธ์ Experience-Led Marketing ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่จับต้องได้จริง โดยการปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อตลาดสูงสุดในปัจจุบัน กลายเป็นโจทย์หลักที่ โรยัล คานิน ต้องตีให้แตกผ่านการสื่อสารที่รวดเร็ว ตรงประเด็น และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

Healthy is Worthy
ปฏิวัติโภชนาการที่มากกว่าการอิ่มท้อง
การขยับจากการเป็นแบรนด์อาหารสัตว์ เพื่อยกระดับสู่ Health Ecosystem โรยัล คานิน สร้างจุดเด่นผ่าน 3 เรื่องหลัก คือ Precision Nutrition, Digital & AI และ Experience-led / Education-led Marketing พร้อมเข้าถึงอินไซต์ในกระแสหลักของ Humanization และ Pet Parent
โดยหัวใจสำคัญที่เป็นดีเอ็นเอของโรยัล คานิน คือแนวคิด "Healthy is Worthy เพราะสุขภาพดี คุ้มค่าที่สุด" ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการขายผลิตภัณฑ์ (Product-Centric) สู่การให้ความรู้ (Education-Led) อย่างเต็มรูปแบบ แบรนด์เชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงไม่สามารถหาซื้อได้ทันที แต่ต้องสร้างขึ้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องของเจ้าของ การสื่อสารในปีนี้จึงถูกออกแบบมาในรูปแบบ Edutainment เพื่อลดช่องว่างความซับซ้อนของข้อมูลด้านโภชนาการเฉพาะโรคให้กลายเป็นเรื่องที่สนุกและเข้าใจง่าย โดยมุ่งเน้นไปที่ช่วงเวลาสำคัญอย่าง Start of Life หรือช่วงปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะกำหนดสุขภาพของน้องหมาน้องแมวไปตลอดอายุขัย
สพ.ญ. วรัทยา ประสมทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดช่องทางค้าปลีกเฉพาะทาง บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Global Trends ที่ส่งผลต่อแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจปัจจุบันมี 4 เรื่องหลัก คือ 1. Humanization การเลี้ยงสัตว์เหมือนคน 2. Health & Well-being การเน้นสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อให้สัตว์มีอายุยืนยาวขึ้น 3. Sustainability ความยั่งยืนด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และ 4. Digital Behavior การใช้ AI และออนไลน์มาช่วยในการเลี้ยงดู ส่งผลให้เจ้าของเปลี่ยนสถานะจาก Pet Owner กลายเป็น Pet Parent อย่างเต็มตัว
โรยัล คานิน ตระหนักถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การใส่ใจเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Care) จึงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เจาะจงเฉพาะสายพันธุ์และช่วงวัยที่ละเอียดมากขึ้น เช่น อาหารสำหรับแมวเลี้ยงในบ้าน (Indoor) ตอบโจทย์แมวที่มีกิจกรรมน้อย หรือกลุ่มสินค้า Aging สำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้นจากการดูแลที่ดี การนำเสนอนวัตกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการออกสินค้าใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำจุดยืนในการเป็นแบรนด์ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงในทุกช่วงจังหวะชีวิตอย่างแท้จริง
“สำคัญของ Healthy is Worthy คือการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง เพราะเชื่อว่าสุขภาพดีซื้อไม่ได้แต่สร้างได้ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง โดยเน้นการสื่อสารผ่านรูปแบบ Edutainment เพื่อให้เข้าถึงง่าย ซึ่งปัจจุบัน 70% ของผู้เลี้ยงสัตว์เป็นคนกลุ่ม Gen Z ที่หาข้อมูลผ่านออนไลน์และ AI มาอย่างดีก่อนซื้อ กลุ่มนี้ไม่ได้เชื่อคำโฆษณาจากแบรนด์โดยตรง แต่จะเชื่อ KOC (Key Opinion Consumer) หรือผู้เลี้ยงจริงที่มาแชร์ประสบการณ์แบบ Authentic การตัดสินใจซื้อจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลและความน่าเชื่อถือในคอมมูนิตี้มากกว่าเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว”

Omni-channel & AI
ตอบโจทย์ Pet Parents ยุคดิจิทัล
สพ.ญ. วรัทยา กล่าวเสริมว่า โรยัล คานิน มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของน้องแมวน้องหมา ผ่านการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการและการดูแลที่ถูกต้องแก่พ่อแม่สัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ด้วยช่องทางการสื่อสารทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ควบคู่ไปกับคอนเทนต์ที่ผสมผสานที่ให้ทั้งความรู้และความสนุก เพื่อเปลี่ยนเรื่องโภชนาการที่ซับซ้อนให้เป็นความรู้และประสบการณ์ที่เข้าถึงได้ เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง
โดยแผนการตลาดในปี 2026 ของโรยัล คานิน คือการรุกคืบสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มที่เพื่อรับมือกับพฤติกรรมการหาข้อมูลผ่านออนไลน์ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยย้ายแพลตฟอร์ม Royal Canin Club มาไว้บน Line OA เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่ายกว่าแอปพลิเคชันแบบเดิม ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ ความรู้ และการบริการเข้าไว้ด้วยกันในที่เดียว
ในส่วนของตลาดอีคอมเมิร์ช ปัจจุบัน TikTok เป็นช่องทางที่เติบโตสูงสุดกว่า 100% เนื่องจากเป็น Social Commerce ที่ผสมผสานความบันเทิงและการขายเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีการใช้ AI "น้องพอใจ" มาช่วยไลฟ์ขายของและให้ความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีประสิทธิภาพด้านยอดขายต่อชั่วโมงใกล้เคียงกับคนจริงแต่ต้นทุนต่ำกว่าถึง 7 เท่า
สำหรับงาน Pet Expo Thailand 2026 ทางบริษัทได้ยกระดับรูปแบบกิจกรรมให้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา โดยให้ Pet Parent ได้สัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่การทำความเข้าใจการเลือกอาหารตามโภชนาการที่เหมาะสมตามความต้องการที่แตกต่างกันของน้องแมวน้องหมาทั้งสายพันธุ์ หรืออายุตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิต (SOL) ไปจนถึงวัยชรา (Aging) รวมไปถึงกลุ่มน้องแมวน้องหมาที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ มีกิจกรรม “ภูมิLYMPIC” ที่เปิดโอกาสให้พ่อแม่สัตว์เลี้ยงได้ทำความเข้าใจเรื่องภูมิคุ้มกัน ระบบทางเดินอาหาร และพัฒนาการด้านสมองผ่านรูปแบบเกมสุดอินเทอร์แอคทีฟ ทำให้เจ้าของสามารถเชื่อมโยงความรู้กับการเข้าใจต่อความต้องการของสัตว์เลี้ยงของตัวเองได้จริง
โดยทางบริษัทได้นำระบบ Digital-led มาใช้แทนการทำแบบ Manual เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้เลี้ยงสัตว์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ และคุ้นเคยกับเทคโนโลยี AI เป็นอย่างดี การใช้ระบบดิจิทัลจึงเป็นการสื่อสารที่เข้าถึงวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมายหลักได้ดีกว่าเดิม

สพ.ญ. วรัทยา กล่าวย้ำว่า โรยัล คานิน ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Omni-channel ที่แข็งแกร่ง การรักษาสมดุลระหว่างช่องทาง Pet Shop โรงพยาบาลสัตว์ และแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซอย่าง TikTok คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์รักษาอันดับในตลาดได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างชุมชนผ่าน KOC จากกลุ่มผู้ใช้จริงที่พร้อมจะส่งต่อประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าการโฆษณาแบบเดิมๆ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ โรยัล คานิน สะท้อนผ่านส่วนแบ่งการตลาดที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 17% ในตลาดอาหารสัตว์รวม 35,000 ล้านบาท ถือเป็นอันดับ 2 ของตลาด รองจากแบรนด์สมาร์ทฮาร์ทในเครือซีพี แต่หากพิจารณาเฉพาะตลาดซูเปอร์พรีเมียม (มีสัดส่วนตลาด 25% จากตลาดรวม) โดย โรยัล คานิน ครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งสูงถึง 70-75% ซึ่งยอดขายส่วนใหญ่มาจากกลุ่มแมวถึง 70% เนื่องจากคนเมืองนิยมเลี้ยงแมวในคอนโดมากขึ้นและมีอัตราการใช้อาหารสำเร็จรูปสูงกว่าสุนัข
การขยับตัวของโรยัล คานินในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการปรับแผนการตลาดเพื่อสู้ศึกในระยะสั้น แต่เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของสินค้าอุปโภคบริโภคสู่การสร้าง Health Ecosystem ของสัตว์เลี้ยงภายใต้แนวคิด Healthy is Worthy ผ่านการวางรากฐานระยะยาวเพื่อเปลี่ยนสถานะจากผู้ผลิตอาหารสัตว์สู่การเป็น "คู่คิดในการดูแลชีวิต" ของ Pet Parents อย่างสมบูรณ์แบบ การผสานความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการเข้ากับเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย
ส่งผลให้ โรยัล คานิน ไม่เพียงแต่สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพไว้ได้ แต่ยังสามารถขยายฐานไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาแบรนด์ที่เข้าใจในคุณค่าของความผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง