ผู้บริโภคชาวจีนกำลังยกระดับรูปแบบการใช้จ่ายไปยังสินค้าที่ต้องตัดสินใจอย่างสุขุมรอบคอบ พวกเขาใช้จ่ายเรื่องที่อยู่อาศัยและอาหารน้อยลง แต่เพิ่มการเดินทางและความบันเทิงมากขึ้น เมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ แสดงถึงโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของทุกประเทศทั่วโลก ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ สถาบันวิจัย Credit Suisse สำรวจการใช้จ่ายรายเดือนตามหมวดสินค้า จากผู้ตอบแบบสอบถาม 2,500 ราย นักวิเคราะห์ พบว่า ผู้บริโภคชาวจีนกำลังใช้จ่ายมากขึ้นกับสินค้าและบริการ เช่น การศึกษา รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และโทรศัพท์มือถือ ขณะเดียวกันการใช้จ่ายในหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์นม เครื่องสำอาง เครื่องดื่มอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเบียร์ชะลอตัวลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนมีภาพการเร่งการใช้จ่ายด้านการบันเทิงอย่างรวดเร็ว เทียบกับแนวโน้มการใช้จ่ายเรื่องอาหารที่สัดส่วนไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก สัดส่วนการใช้จ่ายด้านอาหารของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ที่ 17% ของรายได้ต่อเดือน เทียบกับ 19% ในปี 2554 สัดส่วนการใช้จ่ายการท่องเที่ยวและความบันเทิงปัจจุบันคิดเป็น 11% ของรายได้ต่อเดือน เพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ ปี 2554 การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มีปัจจัยสนับสนุน ทั้งจากรายได้ที่สูงขึ้น และความคาดหวังว่ารายได้ของครอบครัวจะสูงขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญ คือ คนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2528 ถึง พ.ศ. 2538 หรือวัย 20-30 ปี คนหนุ่มสาวกลุ่มนี้ กำลังก่อร่างสร้างฐานะเป็นชนชั้นกลาง (Middle Class) ของจีนในอนาคต ประมาณการว่า การใช้จ่ายของคนกลุ่มนี้จะมีสัดส่วน 35% ของการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้งหมดในจีนใน 5 ปีข้างหน้า
คนเมืองสนุกกับการเที่ยวต่างประเทศ Urbanization เป็นปัจจัยสำคัญในการปรับรูปแบบพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงความต้องการเดินทาง ผู้ตอบแบบสอบถาม ที่เป็นคนเมืองในจีน ตั้งใจเที่ยวต่างประเทศ ในปี 2016 มากกว่าคนจีนในชนบท 7 เท่า ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า คนจีนมีสัดส่วนเป็นผู้เดินทางไปต่างประเทศมากที่สุด ในบรรดาผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด และมีความตั้งใจที่จะทำเช่นนี้มากที่สุด
ยิ่งกว่านั้น จีนยังแซงรัสเซีย ในฐานะประเทศกำลังพัฒนา โดยมีสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่คาดว่าจะเดินทางไปต่างประเทศมากที่สุดในปี 2017 ด้วย
ไลฟ์สไตล์เน้นคุณภาพ ผู้บริโภคชาวจีน เริ่มเน้นการมีไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพดีขึ้น หรือตั้งใจจะทำเช่นนั้น เกือบ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามกำลังวางแผนเพิ่มเวลาที่ใช้ในการเล่นกีฬามากขึ้น ขณะที่เกือบ 80% ยอมรับว่าพวกเขาเริ่มทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ความจำเป็นในการดำเนินชีวิตที่มีสุขภาพดี และให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น เห็นได้ชัดจากการจับจ่ายใช้สอยด้าน Healthcare ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น ปัจจัยสำคัญมาจากความอยากมีอายุยืนขึ้น และจำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอนุมานว่า ยิ่งมีผู้บริโภคแบบ Health-Conscious มากขึ้น ย่อมหมายความว่าการบริโภคอาหารไม่มีประโยชน์ย่อมลดลง ผลสำรวจอื่นๆ เช่น Nielsen's Global Health and Ingredient Sentiment Survey (สิงหาคม 2559) ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคในประเทศเกิดใหม่ สนใจในสิ่งที่ตนกินมากกว่าผู้บริโภคในประเทศที่พัฒนาแล้ว ตัวอย่าง เช่น เกือบ 40% ของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) นิยม Low-Fat Diet (มากกว่าผู้บริโภคในยุโรปหรืออเมริกาเหนือเกือบ 2 เท่า) ขณะที่ก็ยังมีการบริโภค Low Sugar และ Low-Carbohydrate Diets ในละตินอเมริกาแอฟริกาและเอเชียแปซิฟิกมากกว่าในยุโรปหรืออเมริกาเหนือ นอกจากนี้ การบริโภคเบียร์สุรา และบุหรี่ ลดลงจากปีก่อนในหลายประเทศที่สำรวจ
กีฬา …ได้รับความนิยมในทุกกลุ่มอายุ รัฐบาลจีนมุ่งเน้นขยายการเติบโตของอุตสาหกรรมกีฬา และตามที่ระบุไว้ข้างต้น กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ตั้งใจที่จะเพิ่มกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการกีฬาของพวกเขา โดยกลุ่มอายุ 18-29 ปี ตั้งใจทำแบบนั้นมากที่สุด 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มนี้ ระบุว่า ต้องการใช้เวลาเล่นกีฬามากขึ้น มีเพียง 3% เท่านั้น ที่ตอบว่าไม่สนใจกีฬาเลย ส่วนในกลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 56 ปีขึ้นไป) เกือบ 20% ต้องการเพิ่มกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬามากขึ้นโดยมีเพียง 2 % ที่วางแผนลดการเล่นกีฬาลง
สินค้าพรีเมียม เป็น Preferred Choice ข้อมูลที่รวบรวมได้จาก CSRI Emerging Consumer Survey แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวจีนมีแนวโน้มซื้อผลิตภัณฑ์ Premium หรือมีราคาสูงกว่าสินค้า Mass โมเมนตั้มการซื้อสินค้าที่เป็นบวก เห็นได้เฉพาะกับสินค้าราคาแพง เช่น อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และเครื่องประดับ และสินค้า "ไลฟ์สไตล์" (เสื้อผ้ากีฬา และแฟชั่น) ในทางตรงกันข้าม คือหมวดหมู่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตกลงไปมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงว่ามี 30% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ที่ซื้อคอนยัดราคาแพงกว่าเดิมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โมเมนตั้มเชิงลบที่เกิดขึ้นอาจเป็นผลมาจาก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อสินค้าราคาถูก และมีคุณภาพต่ำกว่า
สมาร์ทโฟนเป็นข้อยกเว้น กระนั้น มีสินค้าประเภทหนึ่ง ที่ความตั้งใจในการเปลี่ยนไปใช้สินค้าพรีเมียมของผู้บริโภคยังคงมีน้อยอย่างเห็นได้ชัด คือสมาร์ทโฟน จาก 92% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ที่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเองแล้ว สูงกว่าปี 2015 ซึ่งอยู่ที่ 90% และ 2014 อยู่ที่ 84 % อย่างไรก็ตาม 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ชอบโทรศัพท์ที่มีราคาต่ำกว่า 2,500 หยวน (12,500 บาท) เป็นคำตอบที่อธิบายได้ว่า ทำไม 52% ของผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่าพวกเขาเลือก Android เมื่อเทียบกับ 24% คาดว่าจะเลือก iPhone ใน 12 เดือนข้างหน้า รวมถึงเห็นชัดว่า สมาร์ทโฟน Local Brand ได้รับความนิยมสูงขึ้น จากปัจจัย Value for Money
ที่มา www.creditsuisse.com