หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศนโยบายภาษีโต้ตอบ (Reciprocal Tariff Policy) กับประเทศ คู่ค้าทั่วโลก ผู้ผลิตยานยนต์แบรนด์ตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz ต้องปรับกลยุทธ์ เพิ่มการผลิตในตลาดจีน ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นตลาด EV ใหญ่ที่สุดในโลก ลดผลกระทบจากอัตราภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นสามารถต่อสู้อย่างทัดเทียมในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
นโยบายภาษีโต้ตอบ (Reciprocal Tariff Policy) ของสหรัฐเป็นแนวทางที่มุ่งเน้นการสร้างความเท่าเทียมทาง การค้าระหว่างประเทศ หลักการคือการตอบโต้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากประเทศอื่นด้วยการใช้มาตรการภาษีที่เทียบเท่ากัน
หลังสหรัฐประกาศใช้นโยบายภาษีโต้ตอบแบรนด์ยานยนต์โลกทั้ง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz หันไปเน้นกลยุทธ์ “In China for China” ให้ความสำคัญกับการผลิต การออกแบบ และพัฒนาในจีนมากขึ้น เน้นตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนโดยทำงานร่วมกับคนท้องถิ่น ตอบโจทย์ความต้องการตรงจุด เพื่อให้แบรนด์ของตัวเองยังคงอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะผันผวนรุนแรง

แบรนด์รถยนต์จีนชั้นนำหลายสิบแบรนด์มีแผนจัดแสดงรถรุ่นล่าสุดภายในสัปดาห์นี้ ในงาน Shanghai Auto Show สะท้อนภาพการครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และไฮบริดที่เพิ่มมากขึ้น การปรับเปลี่ยนที่มีนัยสำคัญของแบรนด์ระดับโลกที่น่า จับตา ประกอบด้วย
1.Volkswagen :
Volkswagen Group ลงทุนอย่างมากในจีนมีโรงงาน 38-39 แห่ง พนักงานรวมมากกว่า 90,000 คน ผลิตรถยนต์ และชิ้นส่วน
Volkswagen ถือหุ้น 75% ใน Anhui JV บริษัท Joint Venture กับ JAC Motors ผลิตรถอีวี 3 โมเดล เช่น ID. Unyx และ Cupra
ลงทุนประมาณ 700 ล้านดอลลาร์ กับ Xpeng ผู้ผลิต EV จีน
ประกาศสร้าง EV Development Center ลงทุนมากกว่า 1,100 ล้านดอลลาร์ ตั้งเป้าเร่งพัฒนา EV ให้เร็วขึ้น
มีการพัฒนาเทคโนโลยี China Electrical Architecture (CEA) มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือของ Volkswagen Group China, XPENG, และ CARIAD China นอกจากนั้น VW ยังมีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายรุ่น ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า ปลั๊กอินไฮบริด และ EV ที่วิ่งได้ไกลขึ้น
ความคืบหน้าสำคัญอีกเรื่อง คือการกลับสู่ตลาดด้วยรถแบบ High-Tech ใช้ระบบ ADAS- AI-powered Advanced Driver Assistance System เป็นรถไร้คนขับ ซึ่งคาดว่ารถคันแรกที่ใช้เทคโนโลยีนี้จะเข้าสู่ตลาดจริงๆ ช่วงปลายปี 2025
ปี 2023 VW Group China ส่งมอบรถ EV 3.2 ล้านคัน โต 1.6% เทียบกับปีก่อน ปัจจุบัน VW กำลัง Restructuring กระบวนการผลิต มีการลดกำลังการผลิตและการปิดโรงงาน เป็นส่วนหนึ่งของแผนลดต้นทุน สาเหตุมาจากส่วนแบ่งตลาดลดลงต่อเนื่อง เพราะพ่ายแพ้ในการแข่งขันกับ BYD คู่แข่งหลัก

2. BMW
ช่วงตกต่ำของ BMW ในจีน เริ่มมาตั้งแต่ 9 เดือนแรกของปี 2023 ซึ่งยอดขายลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และลดลง 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
ยอดขายในจีนมีสัดส่วน 25% ของยอดขายทั้งหมดในตลาดโลก อัตราลดลงของยอดขายมีนัยสำคัญอย่างมาก ขณะที่ BMW ยังคงมั่นใจกับตลาดจีนอย่างสูง โดยเปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งใหม่ มูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านหยวน หรือ 1,400 ล้านดอลลาร์
จุดที่เป็นแนวโน้มเชิงบวก คือพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวจีนเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับคุณสมบัติเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ ทําให้แบรนด์ต่างประเทศต้องปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เน้นเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้า ทั้งนี้โรงงาน BMW ในจีนผลิตรถรุ่นที่ได้รับความนิยมสูง เช่น i3, iX3, Series 3 และ X3 โรงงานใช้แรงงานคนจีนเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังเพิ่มการวิจัยและพัฒนาในท้องถิ่น ใช้เทคโนโลยีที่ปรับให้เหมาะกับผู้บริโภคชาวจีน