“ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะผลักดันให้เยาวชนได้สร้างจุดเปลี่ยนทางสังคมและตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นเสมือนเวทีให้เยาวชนได้แสดงความคิดเห็น แนวทาง ที่พร้อมจะลงมือทำหลังจากที่ทุกคนรู้ว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวแต่อาจละเลย และผมอยากให้มีโครงการลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกหลายโครงการที่ไม่ใช่เฉพาะสิ่งแวดล้อม เพราะในสังคมไทยยังมีอีกหลายด้านที่ต้องเร่งแก้ไข เชื่อว่าหากเริ่มสร้างความตระหนักอย่างจริงจังในทุกเรื่อง จะทำให้ไทยเป็น’สังคมที่ยั่งยืน’ได้ไม่ยาก ขอเพียงแค่ทุกคนช่วยกัน” ณัฐพัชร์กล่าว
มารี เคดารี นิสิตคณะวิศวกรรมศสาตร์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โครงการนี้ทำให้เห็นว่าปัจจุบันมีการดำเนินการเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นในสถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จากการลงพื้นที่โรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้ายพบว่าที่โรงเรียนแห่งนี้ได้สอนให้นักเรียนตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยการนำสิ่งของที่จะกลายเป็นขยะกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอนการแยกขยะ การฝึกให้นักเรียนรู้จักนำขยะมาแลกเป็นเงินเพื่อสร้างรายได้และเก็บออมเข้าสู่ธนาคารโรงเรียน นับเป็นการปลูกฝังตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะทำให้เยาวชนตระหนักรู้มากขึ้น
“จากความคิดเดิมคิดว่าปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมยังมีอุปสรรคอยู่มาก ต่อให้ประชาสัมพันธ์ รณรงค์มากเท่าไหร่ ก็ยังไม่ทำให้เห็นภาพ หนำซ้ำอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เกี่ยวอะไรกับตัวฉัน แต่เมื่อเข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้เห็นคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ได้มองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป และเป็นจริงได้หากทุกคนพร้อมช่วยกันแก้ปัญหา และทุกคนที่เข้าร่วมโครงการพร้อมที่จะเป็นผู้นำในหน่วยย่อยที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงสังคม เหมือนกับตัวอย่างของโรงเรียนเทศบาลบ่อฝ้ายที่เริ่มปลูกฝังนักเรียนให้ตระหนักปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็กๆ ” มารีกล่าว