สำหรับผู้กำลังมองหาวิธีปรับปรุงเว็บไซต์ธุรกิจ ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่มี Conversion Rate สูง กระทั่งลูกค้าหลงรัก
ข้อเขียนของ Mark Walker-Ford ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการของ Red Website Design กิจการออกแบบเว็บแบบ Low Cost และยังทำเรื่อง Internet Marketing Company ซึ่งมีสำนักงานที่อังกฤษ ระบุว่า ผลสำรวจล่าสุด ของ Asgard Analytic น่าจะช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ๆ
ข้อมูลเบื้องต้น แยกเป็นหมวดหมู่ย่อยๆ ประกอบด้วย การเข้าถึง (Accessibility) เนื้อหา (Content) คุณค่าใช้สอย (Usability) ประสิทธิภาพ (Performance) ความน่าเชื่อถือ (Credibility) และข้อมูล (Data)
การเข้าถึง (Accessibility)
1.ทุ่มสรรพกำลังไปที่มือถือ
- ประชากรทั่วโลก 2,000 ล้านคน เข้าเว็บผ่านมือถือ
- 80% ของผู้ซื้อใช้มือถือในการช้อป
- 61 % ของผู้ซื้อหนีเว็บไซต์ทันที เมื่อเจอประสบการณ์ไม่ดี
เนื้อหา (Content)
2 สื่อสิ่งที่นำเสนอให้ชัด
- ผู้บริโภคใช้เวลา 17 นาที หรือน้อยกว่าในการสแกนดูแต่ละเว็บ
- ผู้บริโภคจะอ่านข้อมูลเพียง 20% ของแต่ละเว็บเท่านั้น
3. ลงเนื้อหาที่ส่วนบนของเว็บ
- 80% ของผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่กับการดูส่วนบนของเว็บ
4. ให้ความสำคัญคำว่า Why (ทำไม) มากกว่า What (อะไร)
- สิ่งที่เป็น High Quality เทียบได้กับส่วนกันฝนของร่ม
- เนื้อหาที่เป็นแบบ Value Driven หรือแบบให้ประโยชน์ สร้างยอดขายได้ดีกว่าและสร้าง Conversion ได้ถึง 165%
5. เนื้อหาแบบ Personalized
- เว็บที่สามารถสร้างประสบการณ์แบบ Personalized เพิ่มยอดขายได้มากกว่า 20%
- CTA (Call to Action) แบบ Personalized เพิ่มยอดขายได้มากกว่า CTA ทั่วไป 42%
-Personalization ทำให้การทำ Email Click-through Rate เพิ่มขึ้น 14% ขณะที่แบบConversion Rate เพิ่ม 10%
6.ใช้ภาพที่เชื่อมโยง บ่งบอก Personality ของแบรนด์ชัดเจน
7. ใช้ภาพผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงแบบ 360 องศา
-การใช้ภาพผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง สร้าง Conversion Rate เพิ่มขึ้นถึง 27%
8.เพิ่มการวิจารณ์ (Review)
- Influencer มีผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อถึง 90%
คุณค่าใช้สอย (Usability)
9.ทำ Call To Action (CTA) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
-มากกว่า 90% ของผู้บริโภคที่อ่านพาดหัว ทั้งหมดอ่าน CTA ด้วย
- 70% ของเว็บในปัจจุบัน ไม่มี CTA
10.ทำแบบฟอร์มที่ให้ประโยชน์สูงสุด
-ลดช่องตอบข้อมูลจาก 11 เหลือ 4 ช่อง ทำให้ Conversion Rate เพิ่มขึ้น 120%
11. ศึกษากระบวนการ Check Out ให้ละเอียด
-21% ของผู้บริโภคใส่ใจเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด
- 89% ของผู้บริโภค เคยลืมตะกร้าใส่สินค้าอย่างน้อย 1 ครั้ง
-67% ของผู้บริโภค เคยทิ้งตะกร้าไปเฉยๆ ทั้งๆที่เลือกสินค้าไว้แล้ว
- 47% ของผู้บริโภค เคยทิ้งตะกร้าไปเฉยๆ แม้มีการบอกว่ามีค่าธรรมเนียมในการใช้
12. ง่าย
-ลด Text Graphic ไม่มี CTA สามารถเพิ่ม Conversion Rate 600%
ประสิทธิภาพ (Performance)
13 เวลาโหลดเว็บน้อยสุด
-40% ของผู้บริโภค ทิ้งเว็บทันทีหากโหลดเกิน 3 วินาที
- ร้านค้าบนเว็บสูญเสียโอกาสในการขายประมาณ 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เป็นผลจากการโหลดเว็บช้า
ความน่าเชื่อถือ (Credibility)
14.สร้างความน่าเชื่อถือ
-รางวัล หรือสัญลักษณ์ ที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือ สามารถเพิ่ม Conversion Rate 72%
- 44% ของผู้บริโภค เคยทิ้งเว็บที่ไม่ได้ให้ข้อมูลหรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อ
ข้อมูล (Data)
15.ตรวจวัดทุกสิ่งอย่าง
- 42% ของนักการตลาด กล่าวว่า การขาดข้อมูลที่มีคุณภาพ เป็นขวากหนามสำคัญในการโน้มน้าวคนรุ่นใหม่ให้เชื่อถือ
16. A/B Test
- A/B Test สามารถเพิ่ม Conversion Rate 300%
- ประธานาธิบดี บารัก โอบามา เคยใช้ A/B Test ระดมทุนได้ถึง 60 ล้านเหรียญสหรัฐ
(หมายเหตุ) A/B Testing เป็นการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบว่ารูปแบบแรก (Original) กับรูปแบบที่สอง (Variation) รูปแบบใดผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยทั้ง 2 รูปแบบจะมีสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ยังถูกควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมือนกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับการทดสอบ
ที่มา blog: redwebsitedesign