พีดีเอส : ปฏิบัติการ แหวกฟ้าคว้าดาวของเสี่ยภูธร
การรวมตัวกันตั้งชมรมห้างสรรพสินค้าภูธร หรือพีดีเอส ชมรมที่ก่อตั้งโดยห้างสรรพสินค้าทั้ง 34 ห้างทั่วประเทศ เมื่อปี 2531 ซึ่งในช่วงนั้นถือเป็นเรื่องที่ฮือฮาไปทั่ววงการค้าปลีกและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นห้างยักษ์ใหญ่จากส่วนกลางเองและบรรดาซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะคู่ค้าสำคัญ
พัฒนาการของการรวมตัว เริ่มจาก “หนึ่งมิตรชิดใกล้” คือความเป็นเพื่อนที่อยู่ในวงการเดียวกัน ซึ่งมีการพูดคุย ปรึกษาหารือถึงการทำธุรกิจก่อนที่จะขยายความสัมพันธ์มาสู่การรวมตัวก่อตั้งเป็นชมรม เพื่อแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ในการทำธุรกิจค้าปลีกร่วมกัน การรวมตัวในครั้งนั้น มีคีย์แมนที่เป็นเสมือนคนประสานให้เกิดการตั้งชมรมก็คือ มานิตย์ อุดมคุณธรรม ผู้บริหารของห้างโรบินสันในยุคโน้น เป็นคนชี้แนวทางในการรวมตัวกันให้ โดยมีแกนนำของการตั้งชมรมนี้คือ ห้างตันตราภัณฑ์จากเชียงใหม่ แฟรี่แลนด์ นครสวรรค์ คลังพลาซ่า จากโคราช แฟรี่ ขอนแก่น เจริญศรี อุดร และยิ่งยง อุบลราชธานี
จริงๆ แล้ว แรงกดดันอย่างหนึ่งของการรวมตัวกันก็คือ การรุกเข้ามาของห้างจากส่วนกลางอย่างเซ็นทรัล ที่มีนโยบายในการขยายสาขาออกสู่ต่างจังหวัดอย่างชัดเจน และในหลายพื้นที่ที่มีห้างสรรพสินค้าภูธรอยู่ก็เป็นเป้าหมายที่เซ็นทรัลชายตามองด้วย การขยายสาขาของเซ็นทรัลที่เป็นตัวจุดชนวนก็คือ การเปิดสาขาที่เชียงใหม่ ซึ่งชนกับห้างตันตราภัณฑ์ตรงๆ
ไพบูลย์ จงสุวัฒน์ หนึ่งในแกนนำจากห้างยิ่งยง ที่เป็น 1 ใน 3 ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานชมรม เคยเล่าให้ฟังถึงการก่อกำเนิดของชมรมพีดีเอสว่า พีดีเอส เกิดเพราะห้างภูธรต้องการพัฒนาตัวเองเพราะก่อนหน้าไม่เคยมีการจัดการในรูปแบบใหม่เข้ามาบริหาร ที่สำคัญ ผู้บริหารของแต่ละห้างในยุคนั้น เป็นรุ่นลูกที่เข้ามาบริหารแทนรุ่นพ่อที่ทำธุรกิจอยู่เดิม จึงต้องการที่จะมีการพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และนำความรู้เรื่องการจัดการใหม่ๆ เข้ามาใช้
แกนนำในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยนาย” วรวัชร ตันตรานนท์ จากตันตราภัณฑ์ เชียงใหม่ “เฮียเล้ง” สันติ คุณาวงศ์ จากแฟรี่แลนด์ นครสวรรค์ “เฮียเหลียง” ไพรัตน์ มานะศิลป์ จากคลังพลาซ่า และ “โกเฒ่า”ไพบูลย์ จงสุวัฒน์ จากห้างยิ่งยง อุบลราชธานี ฯลฯ ล้วนแต่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง
ผลงานแรกของชมรมนี้ก็คือ การไปดูงานด้านค้าปลีกที่สหรัฐอเมริกาเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะกับการนำรูปแบบค้าปลีกใหม่ๆ เข้ามาในเมืองไทย เพื่อขยายธุรกิจทั้งในแนวราบและแนวลึก ซึ่งว่าไปแล้ว การแยกเซ็กเม้นต์ค้าปลีกอย่างชัดเจนนั้น ห้างภูธรก็เป็นรายแรกๆ ที่เห็นแนวโน้มตรงนี้ จึงมีการขยายสาขาในรูปแบบของค้าปลีกเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ที่ต่างจากห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่เดิม อาทิ การเปิดริมปิง ซูเปอร์สโตร์ ของกลุ่มตันตราภัณฑ์ ที่เป็นการนำซูเปอร์สโตร์เข้ามาเปิดตลาดในต่างจังหวัดเป็นรายแรก
การไปดูงานที่อเมริกา ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเซ็กเม้นต์ค้าปลีกว่ามีอะไรบ้าง ทำให้แกนนำของชมรมมองเห็น Trend ว่า ต่อไปเมืองไทยค้าปลีกจะมีการแบ่งเซ็กเม้นต์อย่างชัดเจนแบบนั้น นอกจากนี้ยังทำให้พวกรู้ว่า การบริหารค้าปลีกต้องมีเครื่องมืออย่างศูนย์กระจายสินค้า หรือดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ เพื่อทำหน้าที่กระจายสินค้า หรืออย่างการบริหารพื้นขายที่จะบริหารอย่างไรจึงจะได้ผลกำไรสูงสุด