กรมชลประทานจึงต้องติดตามสังเกตการณ์ว่ามีการปล่อยน้ำเสียลงมาหรือเปล่า ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำหลายแห่งมีความเสี่ยงแบบนี้ แต่ด้วยอำนาจของกรมชลประทานไม่ครอบคลุมถึงการจัดการกับผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสีย แต่ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษ หรือฝ่ายปกครอง ให้ติดตามและจัดการ
แต่ มหิทธิ์ ก็อธิบายเพิ่มว่า “กรมชลประทานมีกฎหมายเหมือนกัน เช่น น้ำทิ้งที่ไม่ได้มาตรฐานของเรา ถ้าเขาทิ้งน้ำลงมาในระบบชลประทาน เราดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย ถ้าทางน้ำนั้นเป็นทางน้ำชลประทาน ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมเราจะแจ้งกรมควบคุมมลพิษหรือทางฝ่ายปกครองให้ดำเนินการ”
ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ยกตัวอย่างแถบภาคกลางเช่น ละแวกจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมค่อนข้างเยอะ กรมชล ประทานได้รับแจ้งหลายครั้งจากกรมควบคุมมลพิษว่ามีการทิ้งน้ำเสียลงลำน้ำชลประทาน แน่นอนว่ากรมชลประทานไม่นิ่งนอนใจ แล้วจัดการอย่างถึงที่สุด
การจัดการ ควบคุม ดูแลอย่างเข้มข้นจริงจัง ช่วยให้ปัจจุบันปัญหาคุณภาพน้ำทุเลาลงมาก แม้จะมีบ้างประปราย ทว่าก็จัดการได้อย่างดี