1.มุ่งเสาะหาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น และน่าสนใจเพิ่มเติม ทิ้งสินค้าที่หายาก และสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้อถิ่น เพื่อให้เป็นที่รู้จักและนิยมในวงกว้าง พร้อมเร่งผลักดันให้กลายเป็นสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง
2.เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชน ด้วยการแปรรูป และปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับยุคสมัย เช่น การดีไซน์ผ้าฝ้ายท้องถิ่นให้ตอบโจทย์วัยรุ่น หรือตามรสนิยมนักท่องเที่ยว ทำของที่ระลึกจำหน่าย
3.ขยายความช่วยเหลือให้กับชุมชนเดิมและเพิ่มชุมชนใหม่ ๆ จนเกิดเป็นเครือข่ายชุมชนยั่งยืน เพื่อลดปริมาณคนยากจน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม รวมถึงการสนับสนุนสิ่งปลูกสร้างตามจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
4.ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ นอกเหนือจากเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อป และไทวัสดุ เช่น การจัดโรดโชว์อีเวนท์สินค้าชุมชนไปยังภูมิภาคต่างๆ การนำสินค้าชุมชนมาจำหน่าย หรือเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารของโรงแรมเครือเซนทารา แฟมิลี่มาร์ท และร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสเตอรองท์ กรุ๊ป (CRG)
ทางด้าน บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานมหกรรมสินค้าชุมชนของเรา ประจำปี 2560 ภายใต้แนวคิด “สินค้าชุมชน เรียนรู้ด้วยกัน พัฒนาด้วยกัน มีสุชด้วยกัน” พบกับบูธสินค้าชุมชนกว่า 60 บูธ จาก 55 ชุมชน มีสินค้าไฮไลท์กว่า 100 รายการ ทั้งกลุ่มอาหารสด-แห้ง, กลุ่มผักผลไม้, กลุ่มเครื่องใช้-ของประดับ โดยสามารถจำแนกสินค้าที่จัดจำหน่ายออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้
1) สินค้าหายาก เป็นสินค้าที่มีเฉพาะแหล่งและเฉพาะฤดูกาลเท่านั้น
2) สินค้าจีไอ (GI) ของดีขึ้นชื่อจากแหล่งปลูกเฉพาะที่ของแต่ละจังหวัด
3) สินค้าเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพทั้งของตนและคนรัก
4) สิน้คาปลอดสารพิษและออแกนิค กลุ่มผัก,ผลไม้สดคุณภาพเยี่ยมปราศจากสารพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค
พิชัย จิราธิวัฒน์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ในปีนี้เป็นปีครบรอบ 70 ปี ของ กลุ่มเซ็นทรัล แน่นอนว่าจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจออกมาเร็วๆนี้แน่นอน เช่น ช่วงเวลานี้ก็จะเป็นช่วง Mid Year Sale และในปีนี้มีชื่อว่า The Greatest Grand Sale ลดกระหน่ำตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 16 ก.ค. 2560 และที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็เริ่มกลับมาให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการค้าขายภายในประเทศที่จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ