“นอกจากนี้ เพื่อปฏิบัติตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ของ กสทช. เพื่อให้ลูกค้าดีแทคที่ยังอยู่ในระบบสัมปทานเดิม ซิมไม่ดับและมั่นใจในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดีแทค และ CAT ได้ร่วมยื่นแผนคุ้มครองลูกค้ากรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน ต่อ กสทช. ซึ่งก่อนหน้านี้ กสทช. ได้เคยอนุมัติการเยียวยาแก่ผู้ให้บริการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งของดีแทคเป็นระยะเวลา 9 เดือน และ 26 เดือน อย่างไรก็ตาม กรณีของดีแทคที่กำลังจะหมดสัมปทานคลื่น 850 MHz ลงในวันที่ 15 กันยายนนี้ กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขในการได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ หากดีแทคเข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz ตามมติ กสทช. วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2561 ซึ่งเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประกาศมาตรการเยียวยาของ กสทช.”
“ในขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งยังไม่ได้นำส่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800 MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ซึ่งดีแทคพูดเสมอว่าเรายินดีที่จะชำระค่าใช้คลื่นในช่วงที่เข้าสู่มาตรการเยียวยาฯ”
“ขณะที่เหลืออีกเพียง 9 วันก่อนสิ้นสุดสัมปทาน ดีแทคจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติ กสทช. ดังกล่าว เพื่อสิทธิประโยชน์ของลูกค้าดีแทคในการใช้งานคลื่น 850 MHz โดยปัจจุบัน ดีแทคมีลูกค้าในระบบสัมปทานกับ CAT จำนวน 90,000 ราย นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าดีแทคไตรเน็ต หรือ DTN อีกเป็นจำนวนมากที่ใช้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศ (Domestic Roaming) บนคลื่น 850 MHz ทั่วประเทศ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการใช้งานของลูกค้า กสทช. ดีแทค และ CAT จำต้องร่วมรับผิดชอบในการดูแลคุ้มครองผู้บริโภค ตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ของ กสทช.”
อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิการใช้งานของลูกค้าดีแทคบนคลื่น 850 MHz รายได้จากการให้บริการที่เกิดขึ้นในช่วงการคุ้มครองจะถูกนำส่งให้รัฐหลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้รัฐไม่เสียผลประโยชน์ใดๆ ในทางกลับกัน หากไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความ 850 MHz จะนำความเสียหายมาสู่ทั้งรัฐและผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การคุ้มครองการใช้งานชั่วคราวจึงเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย
ในระหว่างที่รอการพิจารณาของศาล ดีแทคได้วางมาตรการในการคุ้มครองลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบ โดยดีแทคจะดำเนินการแจ้งลูกค้าในรายที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่ไม่ได้รับการคุ้มครองคลื่นความถี่จาก กสทช.
นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงข่าย ดีแทคได้เร่งขยายเสาสัญญาณ คลื่นดีแทคเทอร์โบ 2300 MHz ของทีโอทีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคลื่นดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดสูงสุดในประเทศไทยด้วยความกว้างแบนด์วิดท์ถึง 60 MHz และปัจจุบันสามารถให้บริการครอบคลุม 40% ของประชากรทั้งประเทศแล้ว เพื่อทดแทนประสิทธิภาพของคลื่น 1800 MHz
ขณะเดียวกัน ดีแทคยังได้เร่งขยายโครงข่าย 2100 MHz อย่างเต็มความสามารถ เพื่อทดแทนประสิทธิภาพของคลื่น 850 MHz และยังได้ย้ายลูกค้าจำนวน 340,000 ราย ที่ยังใช้ซิมดีแทคเดิมให้เปลี่ยนมาใช้ซิม DTN ภายใต้ระบบใบอนุญาต นอกจากนี้ดีแทคยังได้แบ่งประเภทของลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบ โดยจัดตั้งทีมทำงานขึ้นมาดูแลลูกค้าเป็นพิเศษในช่องทางศูนย์บริการ และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะได้รับข้อเสนอ ฟรีดาต้าและโทรฟรีโดยขึ้นอยู่กับการได้รับผลกระทบในการใช้งานของแต่ละคน
กลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ
ลูกค้า | ผลกระทบ | มาตรการคุ้มครอง |
กรณีที่ 1 ลูกค้าที่ใช้ซิมจดทะเบียนกับดีแทค ที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานในนามบริษัทดีแทค | ใช้งานไม่ได้ | ต้องมาเป็นเปลี่ยนซิมDTN ลูกค้าสามารถเช็คสถานะซิมที่ใช้งานอยู่โดยกด *444# โทรออก ลูกค้าจะได้เปลี่ยนซิมใหม่ฟรี พร้อมข้อเสนอมือถือราคาพิเศษ |
กรณีที่ 2 ลูกค้าที่ใช้มือถือปุ่มกดหรือฟีเจอร์โฟน ที่รองรับคลื่น 1800MHz ที่จดทะเบียนซิมDTN | สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตามปกติ | ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอมือถือราคาพิเศษที่รองรับการใช้งาน คลื่นดีแทคเทอร์โบ |
กรณีที่ 3 ลูกค้าที่อยู่บางพื้นที่ จะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้งาน | ได้รับผลกระทบจากการใช้งาน สามารถเช็คได้ที่*777 โทรออก(เริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.2561) | ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอดาต้าและโทรฟรี ให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้งาน ทั้งลูกค้าพรีเพดและโพสต์เพด |
อย่างไรก็ตาม ดีแทค ขอแนะนำให้ลูกค้ามาใช้บริการบนคลื่น 2300 MHz ดีแทคเทอร์โบ ซึ่งสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ลื่นขึ้น โดยดีแทคกำลังเร่งขยายโครงข่าย 2300 MHzให้ครบทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานบนคลื่น 2300 MHzได้อย่างมีประสิทธิภาพในกลางปี 2562 ลูกค้าที่สนใจและอยู่ในพื้นที่ให้บริการสังเกต dtac-T เช็คความพร้อมที่โทร. *2300#และ www.dtac.co.th/network สามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่ www.dtac.co.th/network