Q : แล้วมีการศึกษาคู่แข่งไหม ?
A : ก็ได้ดูๆ อยู่บ้างครับ กลุ่มแบรนด์ที่เป็นแบรนด์เสื้อยืดเหมือนกัน เช่น Oldskull Rudedog A.M.P. แบรนด์เหล่านี้เขาก็มีกลุ่มลูกค้าในตลาดที่ใกล้เคียงกันและกลายเป็นคู่แข่งกันเอง แต่เราเลือกที่จะกระโดดออกมาจากกลุ่มนั้น ถ้าหากเราเข้าไปแข่งก็จะกลายเป็นว่าเราเสียเปรียบ เพราะแบรนด์เราพึ่งเริ่มและผลิตปริมาณน้อย ต้นทุนเราสูง เลยฉีกออกมาดีกว่า
Q : เชื่อไหมว่าตลาดนี้มันขายได้ ?
A : เอาจริงๆก็ไม่ได้เชื่อเต็มร้อยนะ แต่เราก็อยากเข้าไปลองทำดู เพราะตลาดนี้มันมีช่องว่างอยู่ ด้วยความที่อยากรู้ว่ามันจะได้หรือไม่ได้เลยเลือกที่จะลองทำดู ถ้ามันไม่ได้ก็ค่อยปรับเปลี่ยนเส้นทางไปเรื่อยๆ
Q : คิดว่าตลาดนี้เสี่ยงหรือไม่ ?
A : มันก็ไม่ถึงกับเสี่ยงมาก ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นก็ประมาณ 50 เปอร์เซ็น หรือครึ่งๆ รวมทั้งอาศัยความรั้นของตัวเองด้วยว่า มันต้องได้สิวะ ทำไปแล้วยังไงมันต้องได้สิ สู้กับความเสี่ยงด้วยความดื้อ (หัวเราะ)
Q : ตอนที่เริ่มทำได้วาง Concept ของแบรนด์ไว้ยังไงบ้าง ?
A : อยากได้เสื้อที่มันไม่ใช่เสื้อยืดธรรมดา คนใส่แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ซื้อไปใส่ตัวสองตัวก็พอละเปลี่ยนไปซื้อแบรนด์อื่น เลยคิดว่าต้องทำเสื้อที่มีเรื่องราวและมี Content ของแต่ละลายแตกต่างกันออกไป เช่น ลาย Space collection ตัวนี้มันมีที่มามาจากการหยิบเอาเรื่องราวในเพลงของ เดวิด โบวี่ ที่เล่าถึงนักบินอวกาศที่ออกไปนอกโลกแล้วมองกลับมายังโลก เราก็หยิบจับมาทำให้เป็นเรื่องเป็นราวในรูปแบบ Sci-fi แล้วเวลาเราขายเราจะเล่าถึงที่มาและเนื้อหาของเสื้อ เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจนั้นอินไปเรื่องราวที่เราจะสื่อผ่านลายเสื้อ
Q : หมายความว่าแบรนด์ Parran ขาย Story
A : ใช่เราขายเรื่องราวบนเสื้อ คอลเล็กชันแรกเราทำเสื้อยืดลายกราฟิก ‘Space Collection’ ซึ่งจะมีคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับอวกาศ อย่างหนึ่งก็คือเราเห็นว่าที่ต่างประเทศมีกลุ่มคนที่ชอบเสื้อยืด Sci-Fi เพราะเรื่องของวิทยาศาสตร์และอวกาศ มีความน่าพิศวงอยู่ อย่างถ้าเราลองเซิร์จหา Sci-Fi T-shirt ใน Google ดูก็จะพบว่ามีออกมาเต็มไปหมด แต่บ้านเรานี่เราเห็นน้อยมาก หรือถ้ามีก็เป็นงานกราฟิกดีไซน์ที่ค่อนข้างธรรมดา แถมการสกรีนก็หยาบมากด้วย พูดง่ายๆ เราก็คือเราอยากจะทำเสื้อที่เราชอบใส่เองแล้วก็ลองขายดูด้วย ก็คิดว่าถ้าที่ต่างประเทศพอจะมีกลุ่มคนที่ชอบอะไรแบบนี้ ที่บ้านเราก็น่าจะมีอยู่บ้าง เพียงแต่เราจะหาพวกเขาเจอหรือเปล่า
สเปซ คอลเล็กชันที่ทำออกมา เราหยิบจับองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของอวกาศ ทั้งที่เป็นความรู้ ปรัชญา วัฒนธรรมป็อบ และทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับอวกาศมาสร้างสรรค์ออกเป็นลายเสื้อ
ยกตัวอย่างเช่น มีลายที่เราได้รับแรงบันดาลใจมาจากเนื้อเพลง Space Oddity ของ David Bowie ที่ร้องว่า For here am i sitting in a tin can far across the world...Planet earth is blue and there’s nothing i can do. ก็เลยออกแบบมาเป็น 2 ลายจากเนื้อเพลง 2 ท่อนนี้ เป็นการอุทิศให้กับเดวิด โบวี่ นักร้องชื่อดังที่หลายคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเพลงของเขาหลายเพลงได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของอวกาศ หรือว่าจะเป็นเสื้อลายสุริยะจักรวาลในรูปแบบของผลไม้ ซึ่งหากเปรียบเทียบขนาดของดาวต่างๆ ในระบบสุริยะ ก็จะมีขนาดเทียบได้ใกล้เคียงกับผลไม้ชนิดต่างๆ เหล่านี้ที่เป็นตัวแทนอยู่บนเสื้อ มีเสื้อที่เราใช้โควทคำพูดของ Carl Sagan นักดาราศาสตร์ชื่อดัง มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลาย ซึ่งเขาบอกว่า For small creatures such as we the vastness is bearable only through love และเราก็นำโควทนี้ของเขามาใส่ไว้ในเสื้อด้วย นอกจากนี้ยังมีลายที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากทฤษฏีที่บอกว่าเรามีชีวิตอยู่ในโลกเสมือนจริง ซึ่งเป็นการจำลองของคอมพิวเตอร์ซิมูเลชัน (simulation hypothesis) อะไรอย่างนี้เป็นต้น