Alibaba Cloud ธุรกิจด้าน Cloud Computing ของ Alibaba Group ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทมีแผนจะจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในกรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย มีกำหนดจะเปิดก่อนสิ้นไตรมาสที่ 1 ปีหน้า
ทางบริษัท Alibaba Cloud ให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า "Alibaba Cloud จะเพิ่มแหล่งรวบรวมทรัพยากรข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในเอเชีย อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"
นอกจากนี้ Alibaba Cloud ยังมีการเปิดศูนย์ใหม่ในอินเดียและเพิ่งประกาศแผนการที่คล้ายกันสำหรับมาเลเซีย
Alibaba Cloud มีศูนย์ปฏิบัติการเก็บข้อมูลทางธุรกิจระดับโลก ในประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศในเอเชีย จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์
ความต้องการจัดเก็บข้อมูลในระดับท้องถิ่นในอินโดนีเซีย สำหรับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Alibaba Cloud คือการตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่เชื่อถือได้ และสามารถปรับขนาดได้
"อุตสาหกรรมทั้งมวลกำลังบูม" NTT Indonesia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ NTT Data Corporation ของญี่ปุ่นบอกกับ หนังสือพิมพ์แนวธุรกิจการค้า ชื่อ Dynamics Data Center ว่า "ความต้องการเรื่องข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ทางธุรกิจกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ปี 2014 โดยมีสาเหตุมาจากการพัฒนาด้านอีคอมเมิร์ซ และความถี่ในการใช้อินเทอร์เน็ตสูงขึ้น"
บริการของ Amazon Web Services ได้รับความนิยมสูงมากจากบริษัทต่างๆในอินโดนีเซียแม้ว่า ทาง Amazon จะไม่ได้ตั้งศูนย์ข้อมูลในหมู่เกาะนี้
แต่ข้อบังคับของรัฐบาล (PDF) อินโดนีเซีย เมื่อปี 2012 ที่เพิ่งถูกทำให้รัดกุมโดยเฉพาะในภาค fintech, เมื่อปีที่แล้ว องค์กรการบริการทางการเงินแห่งอินโดนีเซีย (Indonesia’s Financial Services Authority) ได้ออกกฎระเบียบย่อยของตัวเองว่า ข้อมูลทางการเงินของอินโดนีเซียต้องไม่ถูกจัดเก็บไว้นอกประเทศโดยไม่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้า เรื่องนี้จะกระตุ้นให้บริษัทจำนวนมากและธุรกิจ Startups จำนวนมากต้องพิจารณาในการทำงานด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่มีฐานติดตั้งอยู่ในอินโดนีเซีย
สำหรับ Alibaba นอกจากการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในหลายๆประเทศในเอเชียที่กำลังก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญแล้ว เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ยังมีรายงานเรื่องความสำเร็จ (อีกแล้ว) ของตัวผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Jack Ma ที่มีรายงานว่า เขารวยขึ้นอีก 2,800 ล้านดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน
มูลค่าสุทธิของ Jack Ma เพิ่มขึ้น 2.8 พันล้านดอลลาร์ ในชั่วข้ามคืนเนื่องจากบริษัท Alibaba Group Holding Ltd. คาดการณ์การเติบโตของยอดขายสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ทุกราย แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวก็ตาม การเพิ่มขึ้นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัท อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของจีนรายนี้ ประมาณการการเติบโตของรายได้ 45 ถึง 49 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสิ้นปีบัญชีในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการช็อปปิ้งออนไลน์ และการจ่ายเงินในเรื่องนี้ กำลังเพิ่มขึ้น หุ้นใน Alibaba ซึ่ง Ma เป็นประธานเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ ทำ Record high ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นี่ทำให้ Ma อายุ 52 ปี กลายเป็นคนร่ำรวยที่สุดในเอเชีย และเป็นคนร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 14 ของโลก ตามดัชนี Bloomberg Billionaires Index มูลค่าสุทธิของเขาเพิ่มขึ้นอีก 8.5 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ รวมเป็น 41.8 พันล้านดอลลาร์
Ma ได้แสดงความเห็นต่อนักลงทุน เกี่ยวกับวิวัฒนาการ ของเทคโนโลยีในอนาคต ที่จะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ว่า
"Internet of Things กำลังเติบโตและใหญ่มาก เพราะในอดีตเครื่องจักรดื่มไฟฟ้า แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้าเครื่องจักรจะดื่มข้อมูล ในอนาคตไม่มีบริษัทใด ไม่มีประเทศใด ไม่มีธุรกิจใด สามารถอยู่รอดได้หากไม่มีข้อมูล"
Cr : TECH IN ASIA / Bloomberg