BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
10,684
VIEWS

Nokia Return วันนี้...จะทำได้แค่ไหน???

มิ.ย. 30, 2560 P.Patikom

การเปิดตัวโทรศัพท์มืถือ Feature Phone รุ่น 3310 ของ Nokia เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2017 คือ หนึ่งในการพยายามกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของ Nokia ยักษ์ใหญ่ผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือของโลกในอดีต ที่ครองความเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องถึง 14 ปี

แม้โทรศัพท์มือถือกลุ่มสมาร์ทโฟนกำลังโตอย่างรวดเร็ว แต่ตลาดโทรศัพท์มือถือประเภท Feature Phone ก็ยังใหญ่มากอยู่ ปัจจุบันมีส่วนแบ่งมากกว่า 33 เปอร์เซ็นต์

Nokia 3310 คือโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ขายดีที่สุดในโลกรุ่นหนึ่ง Nokia วางตลาดโทรศัพท์รุ่นนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2000 และสามารถทำยอดขายรุ่นนี้รุ่นเดียวได้สูงถึง 126 ล้านเครื่อง

การรีล้อนช์ Nokia 3310 ของ Nokia เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาถ้าประสบความสำเร็จ ก็อาจจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะช่วยให้แบรนด์ Nokia ก้าวสู่วิถีทางที่เติบโตได้อีกครั้ง

14 ปีของการเป็นผู้นำ

Nokia เข้าสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือเต็มตัวตั้งแต่ปี 1987 และวางตลาดโทรศัพท์มือถือระบบ GSM ครั้งแรกในปี 1991 หลังจาก Nokia ทำยอดขายชิงส่วนแบ่งตลาดเอาชนะ Motorola ได้ในปี 1998 Nokia ก็ครองความเป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์มือถือของโลกต่อเนื่อง 14 ปี จนถึงปี 2011

ในช่วงเวลาแห่งการเป็นผู้นำนั้น Nokia ดำเนินกลยุทธ์การตลาดอย่างชาญฉลาด ทั้งด้านการสื่อสารการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายทุกกลุ่ม และตัวผลิตภัณฑ์ที่มีจำนวนรุ่นหลากหลายเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ทุกไลฟ์สไตล์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีจำนวนหลากหลายดีไซน์ ซึ่งล้วนมีดีไซน์สวยงาม หลากหลายฟีเจอร์ หลากหลายระดับราคา มีตั้งแต่โทรศัพท์มือถือที่เป็น Feature Phone จนถึง Smart Phone ซึ่ง Nokia เป็นผู้บุกเบิกตลาด Smartphone และมีจำนวนผลิตภัณฑ์รุ่นต่างๆนับร้อยรุ่น มากกว่าคู่แข่งมาก 

Nokia มีผลิตภัณฑ์ตอบสนองผู้บริโภคตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้ชาย กลุ่มชอบเล่นกีฬา กลุ่มผู้บริหาร ทุกระดับรายได้ ฯลฯ

รวมทั้ง Nokia และพันธมิตร คือ แบรนด์โทรศัพท์มือถือเกือบทุกค่ายในช่วงเวลานั้น ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian สำหรับโทรศัพท์มือถือ ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว รวมกับดีไซน์ที่โดดเด่นของ Nokia จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Nokia ได้รับความนิยมสูงสุดต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาสิบกว่าปี

ด้วยความโดดเด่นเหล่านี้ ทำให้ Nokia ครองความเป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลกทุกตลาดรวมทั้งในไทย ในเวลานั้น Nokia เป็นขวัญใจผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในไทยส่วนใหญ่

14 ปีกับส่วนแบ่งตลาดโลกของ (1998-2011)

1998 22.5 เปอร์เซํนต์, 1999 26.9 เปอร์เซ็นต์, 2000 30.6 เปอร์เซ็นต์, 2001 35 เปอร์เซ็นต์, 2002 35.8 เปอร์เซ็นต์, 2003 34.7 เปอร์เซ็นต์, 2004 30.7 เปอร์เซ็นต์, 2005 32.5 เปอร์เซ็นต์, 2006 34.8 เปอร์เซ็นต์, 2007 37.8 เปอร์เซ็นต์, 2008 38.6 เปอร์เซ็นต์, 2009 36.4 เปอร์เซ็นต์, 2010 28.9 เปอร์เซ็นต์, 2011 23.8 เปอร์เซ็นต์

เมื่อถึงปี 2012 ส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือโลกของ Nokia ก็ตกเป็นอันดับสอง Samsung ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ในปีต่อๆมา ส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือของ Nokia ก็ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง จนต่อมาก็ไม่ติด Top 5 และอันดับหนึ่ง และสอง ในตลาดโทรศัพท์มือถือโลก ก็มีแต่ Samsung และ Apple iPhone มาจนปัจจุบัน

และในปี 2014 Microsoft ก็ซื้อกิจการ Nokia ด้วยมูลค่า 7.2 พันล้านดอลลาร์ แต่ในช่วงที่ Microsoft ซื้อ Nokia ไปนั้น Nokia มีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดน้อยมาก เมื่อเทียบกับยุคที่ Nokia ยังครองตลาดมีผลิตภัณฑ์ใหม่นับสิบรุ่น สาเหตุอาจจะเป็นเพราะ ในช่วงเวลาที่ Microsoft ซื้อ Nokia ระบบปฏิบัติการ Windows Phone บนโทรศัพท์มือถือของ Microsoft ก็ได้รับความนิยมน้อยมาก แม้จะมีรุ่นที่ใช้ Android ก็ไม่ได้ทำการตลาดจริงจังนัก

ในที่สุด Microsoft ก็ขายกิจการส่วนโทรศัพท์ Nokia Feature Phone ให้แก่บริษัทย่อยของ บริษัท Foxconn Technology ไต้หวัน บริษัท FIH Mobile to HMD Global ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในราคา 350 ล้านดอลลาร์ ในปี 2016 หลังจากนั้นตั้งแต่ต้นปี 2017 เริ่มมี Nokia รุ่นใหม่ๆที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ตัวใหม่ออกสู่ตลาดหลายรุ่น เช่น Nokia 3, 5, 6, P1 รวมทั้ง Feature Phone รุ่นคลาสสิค Nokia 3310 ที่หน้าตาเหมือนเมื่อวางตลาดครั้งแรกทุกประการ

Symbian OS จุดเปลี่ยนสำคัญ

การที่ส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือของ Nokia ในตลาดโลกตกลงมาเป็นที่สองและหลุดจาก Top 5 ในเวลาต่อมานั้น เหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ การเกิดขึ้นของโทรศัพท์มือถือ iPhone กับระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple, การเกิดของระบบปฏิบัติการ Android ของ Google และการรุกอย่างจริงจังในตลาดโทรศัพท์มือถือโลกของ Samsung

ระบบปฏิบัติการ Symbian ที่ Nokia ใช้นั่นมีส่วนสำคัญในการทำให้ Nokia ครองตลาดโทรศัพท์มือถืออย่างยาวนาน แต่ระบบปฏิบัติการ Symbian ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Nokia ต้องเสียสถานะของความเป็นผู้นำ และถูกคู่แข่งรายใหม่ยึดครองตลาดโทรศัพท์มือถือของโลกไปในที่สุด

เมื่อโทรศัพท์มือถือ iPhone ของ Apple พร้อมระบบปฏิบัติการ iOS วางตลาดในปี 2007 ในเวลาไล่เลี่ยกับการที่ Google และพันธมิตรพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android และมีโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ออกสู่ตลาดในปี 2008

ในช่วงเริ่มต้นของ iPhone และ Android Phone ดูไม่น่ากลัวนัก เพราะยังมีผู้ใช้ในกลุ่มที่ไม่ใหญ่มาก ขณะที่ Nokia และระบบปฏิบัติการ Symbian ยังครองตลาดอยู่

แต่ก็มีนักวิเคราะะห์เริ่มมองแนวโน้มว่า โทรศัพท์มือถือ iPhone และ Android Phone จะได้รับความนิยมมากแน่นอน เพราะระบบปฏิบัติการของทั้งสองแบบนี้ ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยให้การใช้งานโทรศัพท์มือถือ ง่ายและหลากหลายมาก โดยการใช้งานผ่าน Application (App.-แอพ) ต่างๆ ที่ให้มีผู้พัฒนาขึ้นใช้กับระบบปฏิบัติการทั้งสองนี้เป็นจำนวนมาก

แม้ระบบปฏิบัติการ iOS ของ iPhone จะเป็นระบบปิด แต่ Apple ก็ให้ผู้พัฒนาแอพสามารถสร้างแอพต่างๆได้ ส่วนระบบปฏิบัติการ Android ของ Android Phone เป็นระบบเปิด ที่ผู้พัฒนาแอพก็สามารถพัฒนาแอพต่างสำหรับการใช้งานกับระบบได้มากมายหลากหลายเช่นกัน ในที่สุด ทั้ง iPhone และ Android Phone แต่ละระบบต่างก็มีแอพใช้งานนะบบละมากมายหลายแสนแอพ แอพเหล่านั้นครอบคลุมการใช้งานหลากหลาย ทั้งก่ารใช้เพื่อการทำงาน เพื่อความบันเทิง การเล่นเกม การจัดการการเงิน การติดต่อสื่อสาร ฯลฯ

ขณะที่ Symbian ไม่มีการเปิดให้สามารถสร้างแอพได้เช่นนั้น และ Nokia ก็ยังยึดติดกับระบบ Symbian อยู่ ขณะที่แบรนด์อื่นๆเริ่มหันไปหาระบบปฏิบัติการ Android ส่วนระบบปฏิบัติการ iOS ของ iPhone แม้จะเริ่มจากการใช้งานในวงแคบๆ ในกลุ่มคนรัก Apple เดิม แต่ก็ขยายความนิยมออกไปในวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว มีคนรักและใช้ iPhone จนถึงระดับเป็นสาวกมากขึ้น

2012 สิ้นยุคของ Nokia

ขณะที่ Samsung ก็บุกเข้าสู่ตลาดโทรศัพท์มือถืออย่างจริงจัง การวางตลาดโทรศัพท์มือถือในตระกูล Galaxy ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เริ่มจาก Galaxy S รุ่นแรกในปี 2010 และ Galaxy Note โทรศัพท์มีปากกา รุ่นแรกในปี 2011 ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดโทรศัพท์มือถือโลก อย่างชัดเจนในปี 2012

ในปี 2012 Samsung ขายโทรศัพท์มือถือได้ประมาณ 384.6 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งของโลก 22 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Nokia จากที่เคยครองตลาดอันดับหนึ่งต่อเนื่องมายาวนาน ตกมาเป็นอันดับสอง ขายได้ประมาณ 333.9 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่งตลาด 19.1 เปอร์เซ็นต์ ในปัถัดมา 2013 ส่วนแบ่งตลาดของ Nokia ก็ยังอยู่ที่อันดับสอง แต่นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นไป ก็ไม่ปรากฏแบรนด์ Nokia อยู่ในอันดับ Top 5 ของโลกอีก ขณะที่ iPhone ของ Apple ทำยอดขายมากขึ้นจนอยู่ที่อันดับสองของโลก และขับเคี่ยวกับโทรศัพท์มือถือตระกูล Galaxy ของ Samsung กันเรื่อยมาจนปัจจุบัน

แน่นอนความสำเร็จชอง Samsung และ iPhone ย่อมมาจากระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ที่ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ใช้งานง่าย ใช้งานสนุก หลากหลายคุณประโยชน์ ที่สามารถโหลดได้ง่ายๆจาก Google Play สำหรับ Android และ Play Store สำหรับ iPhone

ความสำเร็จของ Samsung และ iPhone นั้น ไม่ได้เกิดจากซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการแต่เพียงอย่างเดียว ยังเกิดจากเทคโนโลยีของฮาร์ดแวร์ ที่ต่างก็อัดเทคโนโลยีใหม่ๆเข้าไป และเมื่อรวมกับระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพได้ทำให้โทรศัพท์มือถือปัจจุบัน เป็นเสมือนคอมพิวเตอร์มือถือไปแล้ว

ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้น Nokia ได้มีการออกรุ่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Window Phone ของไมโครซอฟท์ที่มีแอพใช้งานด้วยเช่นกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นเพราะจำนวนแอพไม่หลากหลายพอ และก็เริ่มมีรุ่นที่ใช้ Android แต่ก็ขายกิจการไปก่อน

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ Nokia ยังคงยืนหยัด และพยายามจะหวนคืน การวางตลาด Nokia 3310 โทรศัพท์ Feature Phone ยอดนิยมในอดีตใหม่ เป็นตัวอย่างหนึ่ง และ Nokia เองก็เริ่มรุกเข้าสู่ Android Phone อย่างจริงจัง โดย Nokia รุ่นไฮเอนด์รุ่นใหม่ Nokia P1 ที่เพิ่งวางตลาด ก็ใช้ระบบปฏิบัติการ Android version ล่าสุด Android 7.01 Nougat รวมทั้งยังมีรุ่นอื่นๆ เช่น Nokia 3, Nokia 5, Nokia 6

จึงเป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้ามองความสำเร็จของ Nokia ในอนาคตต่อไปว่า จะหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้มากน้อยเพียงใด

ภาพประกอบ แสดงส่วนหนึ่งของความหลากหลายของดีไซน์ของ Nokia ยุครุ่งเรือง Nokia 3310 (2017), Nokia 7210, Nokia 7600, Nokia N-Gage, Nokia 9110 : รุ่น N-Gage นั้นเจาะกลุ่ม Ganmer โดยเฉพาะ

Cr : WIRED / BUSINESS INSIDER /CNBC / Statista / The Company

Ultra V Thailand ฉลองครบรอบ 11 ปี สุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Glow GALA” พร้อมเปิดตัว ULTRACOL Brand Ambassador นักแสดงชื่อดังระดับโลก Lee Dong Wook

“แม่บุญล้ำ” ปลดล็อกภาพจำปลาร้าไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่เครื่องปรุงระดับอุตสาหกรรมที่ครองใจผู้บริโภค

ถอดรหัส 3 แกนความสำเร็จของ Samsung AI TV เบื้องหลังการครองอันดับ 1 2026 Thailand’s Most Admired Brand 12 ปีติดต่อกัน

“HomePro” จากผู้ค้าปลีกสู่ Home Lifetime Companion พร้อมสร้างจิ๊กซอว์เติมเต็ม Ecosystem ครองใจลูกค้าระยะยาว

ไปรษณีย์ไทย ขับเคลื่อนอนาคตสู่ยุค Lifestyle Logistics ด้วยยุทธศาสตร์ Trust-driven Growth

ถอดสูตรความสำเร็จลาซาด้า กับการเปลี่ยนสนามรบของ E-commerce จาก “ราคาถูกที่สุด” เป็น “เชื่อถือได้ที่สุด”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact