ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “แหล่งท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา สู่การเชื่อมโยงแอ่งท่องเที่ยว” เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ในปีที่ผ่านมา ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ทั้งยังได้รับกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก ดังนั้นปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้สร้างกิจกรรมเพื่อต่อยอด โดยจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเผยแพร่ศาสตร์แห่งองค์ราชา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สู่สากล โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชา มาบูรณาการกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการเดินทางเพื่อเชื่อมโยงแอ่งท่องเที่ยว รวมถึงการเดินทางสู่ 55 เมืองรองทั่วประเทศไทย ยังเป็นการเผยแพร่ ศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ
โดยเราได้เชิญคณะเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ กว่า 28 ประเทศ คือ ประเทศเคนยา, ศรีลังกา, คาซัคสถาน, เกาหลี, อียิปต์, สวีเดน, เนเธอร์แลนด์, สโลวาเกีย, ติมอร์เลสเต,โคลัมเบีย ,โปแลนด์, ตุรกี, ไนจีเรีย, มาเลเซีย, มองโกเลีย, ภูฏาน, นิวซีแลนด์, ไอร์แลนด์, อินเดีย, แคนาดา, ปานามา, โมร็อกโก, ฟิลิปปินส์, อาร์เมเนีย, ออสเตรีย, รัสเซีย, เปรู และชิลี เข้าร่วมเดินทางใน 5 เส้นทาง ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับการตอบรับจากคณะทูตจากประเทศต่างๆ เป็นอย่างดี ”
นาง ไลลา อัมเหมด บาฮาเอลดิน (Mrs.Laila Ammed Bahaaeldin) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงความรู้สึกจากการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “มีความประทับใจที่ได้เข้าร่วมเดินทางท่องเที่ยวในโครงการตามรอยศาสตร์พระราชาฯในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองคาดไม่ถึงว่าจะมีคนคิดโครงการดีๆ แบบนี้ และสามารถทำให้เป็นจริงจนประสบความสำเร็จ ตนเองได้เดินทางไปยังโครงการพระราชดำริ ในจังหวัดเชียงใหม่ และบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่น่าทึ่งมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตร ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับประเทศอื่นๆได้ เพราะแต่ละประเทศมีความแตกต่างทางภูมิภาค เช่น จังหวัดเชียงใหม่ มีการทำการเกษตรแบบขั้นบันได ซึ่งหากมีการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศนั้นๆ อยากให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในสถานที่ตามรอยศาสตร์พระราชาฯ ซึ่งจะได้ประสบการณ์และการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น หากอยู่แต่ในเมืองหลวง ก็จะไม่ได้เห็นวิถีที่แท้จริงของความเป็นไทย”