ในส่วนของ “Eathai” (อีทไทย) ชวนอร่อยกับเทศกาลอาหารพื้นบ้านทั่วไทย จาก 4 ภูมิภาค กับงาน “ครบเครื่องครัว ๔ ภาค คราที่ ๒” ระหว่างวันที่ 21-31 ก.ค. 60 ที่รวบรวมของอร่อยต้นตำรับ จากทุกภาคมาเสิร์ฟความอร่อยถึงใจกลางเมือง เริ่มกันที่ภาคเหนือ ลำแต้ อิ่มขนาด ของกิ๋นถิ่นล้านนาจาก ครัวป้าตา เชียงใหม่ ยกเมนูพื้นบ้านจากภาคเหนือมาให้อร่อยกัน กับ ไข่ป่าม การเจียวไข่บนใบตองโดยไม่ใช้น้ำมัน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อความสะดวกในการทำอาหารระหว่างไปทำไร่ทำนา, ลาบหมูคั่ว ปรุงด้วยสมุนไพรที่มีกลิ่นแรง และคลุกเคล้ากับเลือดสด (ลาบดิบ) และทานแบบสุกเรียก ลาบคั่ว, เห็ดเผาะน้ำพริกข่า ความพิเศษคือเห็ดเผาะเป็นเห็ด ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในต้นฤดูฝน ไม่สามารถเพาะได้ นิยมทานคู่กับน้ำพริกข่า (พริกตำกับข่าสด), จิ้นส้มหมกไข่ คือแหนมที่ผ่านการหมกจนทำให้แหนมสุก ลดความเปรี้ยวด้วยการเติมไข่และนำไปปิ้งบนใบตอง, แกงโฮะ ทำมาจากการทำแกงฮังเล นำมาปรุงกับหน่อไม้ดอง วุ้นเส้น และผักต่างๆ, ตำขนุน คือการนำเอาขนุนอ่อนมาตำกับน้ำพริกแกง แล้วนำไปผัด เป็นเมนูที่นิยมรับประทานในช่วงวันสงกรานต์ หรือวันปากปี เพื่อเป็นสิริมงคล และอีกหนึ่งเมนูหารับประทานยาก อย่างข้าวแรมฟืนทอด อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของ จ.เชียงราย ที่หากใครได้ลองเป็นต้องติดใจ ถัดมากับภาคใต้ ชวนมาหรอยอย่างแรง กับเครื่องแกงรสจัดจ้านจาก ร้าน ณ ฉลอง ทั้งกุ้งผัดพริกแกงสะตอ, แกงส้มปลากระพงยอดมะพร้าวอ่อน ที่พริกแกงตำสดตามแบบฉบับเฉพาะของภาคใต้, ใบเหลียงผัดไข่, ขนมจีนน้ำยาปูใบชะพลู, ผัด 3 เกลอ, สะโพกไก่ทอดขมิ้น, เนื้อย่างแกงคั่ว เป็นต้น ต่อด้วยความอร่อยกับเมนูเด็ดจากภาคกลาง กับ ร้านข้าวแกงชื่อดัง ครัวอัปสร ที่ยกเมนูยอดนิยมห้ามพลาด อาทิ แกงเผ็ดเป็ดย่าง, แกงมัสมั่น, แกงเขียวหวานเนื้อ มาเสิร์ฟให้รับประทานกันถึงที่ ปิดท้ายที่ ภาคอีสานชวนมาเทิงแซ่บเทิงนัว รสอีสานบ้านเฮา กับส้มตำสุดแซ่บหลากหลายเมนู อาทิ ส้มตำสี่ภาค, ส้มตำถาด, ไก่บ้านย่าง และเมนูแซ่บๆ อีกมากมาย