ขณะที่ Mr.Rudy de Waele(Futurist, Innovation Strategist)อีกหนึ่งวิทยากรระดับโลกผู้มากประสบการณ์ในเวที ACADEMY for THAIs ได้ขึ้นมาฉายภาพให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เห็นถึงพลังของโลกเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างน่าสนใจ โดยมองว่า AI, IoTและ Blockchainจะเป็น 3 เทคโนโลยีที่เข้ามามีผลกับภาคธุรกิจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมการผลิต, การค้าปลีก, เกษตร, สุขภาพ และการขนส่ง ซึ่งที่ผ่านมา ก็เริ่มมีสัญญาณออกมาให้เห็นบ้างแล้ว แต่เทคโนโลยีเหล่านี้เอง
ก็ล้วนมีประโยชน์ในแง่ธุรกิจด้วย อย่างเช่นระบบเซ็นเซอร์ ที่ช่วยเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์ไปจากเดิม
อย่างไรก็ตาม Rudy ยังเชื่อว่า ทักษะมนุษย์ จะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่จะต้องพัฒนาทักษะให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และทำในสิ่งที่เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ทำไม่ได้โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ และที่มากไปกว่านั้น
คือทักษะความเป็นผู้นำ “ภาวะผู้นำ เป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องอาศัยคนที่มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลถึง 10 ปี ซึ่งยังหาได้น้อยมาก และต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย
อย่างในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งในไทย จะมีโอกาสจากเทคโนโลยี AI,IoTและ5G ภายปี2020 เทคโนโลยี5G จะเข้ามาสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นมากมาย สอดรับกับข้อมูลปริมาณมหาศาลที่จะไหลเวียนในแต่ละวัน เมื่อรวมกับเทคโนโลยีAIและIoTก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นมาก บริการด้านดิจิทัลจะเติบโตขึ้น ทั้งการรับชมวิดิโอบนโทรศัพท์มือถือ ดิจิทัลคอนเทนต์ การโฆษณา เรื่องสุขภาพ การชำระเงิน ล้วนเป็นโอกาสของธุรกิจด้านโทรคมนาคม ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น”
สุดท้าย Rudy ได้เผยถึงทักษะแห่งอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมองว่า จะมีความเฉพาะทางมากขึ้น คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ จะมีแนวคิดเป็นลักษณะ Partnership เอาข้อมูลมาทำงานร่วมกัน ส่วนคนที่เข้าใจและสื่อสารได้ดี จะมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้สามารถอธิบายสิ่งที่ซับซ้อนที่อยู่เบื้องหลังได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความโปร่งใสในการทำธุรกิจก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึง เพราะปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการรู้มากขึ้น บริษัทต้องมีธรรมาภิบาล และส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้ผู้บริโภครู้ด้วย ซึ่งผลก็อาจจะทำให้มีแนวโน้มการซื้อสินค้าได้มากขึ้นด้วยสำหรับการรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต Rudy เน้นหลักความเข้าใจ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ในยุคดิจิทัล 4 ข้อ คือ 1. ต้องเข้าใจลูกค้า และรู้ว่าเรามีเครื่องมืออะไร แล้วจะนำเครื่องมือนั้น ไปใช้หรือส่งเสริมความต้องการให้กับลูกค้าอย่างไร 2. รู้ว่ามูลค่าของพนักงานหรือทีมของเราคืออะไร3. เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน จะต้องรู้ให้ลึกถึงแก่นแท้ ในองค์กรมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง นำมาใช้อย่างไร เทรนด์โลกภายนอกจะเป็นอย่างไร จะนำเทรนด์มาใช้ยังไงได้บ้าง และ 4. หัดเรียนรู้จาก StartUpเพื่อเรียนรู้ถึงวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภค หรือชวน StartUpมาทำงานร่วมกัน ให้ทีมได้รู้จักมุมมองของStartUp และสุดท้ายคือ ต้องรู้อนาคตว่า โอกาสจะเกิดอะไร องค์กรจะต้องเตรียมพนักงานให้รู้ ให้เท่าทัน
ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของงาน ACADEMY for THAIS โดย AIS ร่วมกับหลายองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, เมืองไทยประกันชีวิต,Minor InternationalและSEACจัดขึ้น โดยมุ่งหวังให้เกิดเป็นองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสำหรับสังคมไทย ที่จะพร้อมก้าวและเติบโตด้วยศักยภาพและความสามารถบนโลกยุคดิจิทัลนี้ไปด้วยกัน