“เราเชื่อในเรื่องของการเติบโตไปด้วยกัน เชื่อเรื่อง Partnership เสมอมา เพราะแต่ละคนมีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกันไป หากต่างคนต่างเอาจุดแข็งของตัวเองมาช่วยกัน ก็จะทำให้ประเทศสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ เรามีพันธมิตรที่อยากเข้าร่วมอีกเป็นจำนวนมาก ผู้เข้าร่วมสัมมนาเองก็มีการตอบรับที่ดี เราจึงยังคงเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป มีแผนกระจายไปทั่วประเทศ โดยมี AIS Academy เป็นหน่วยงานในการเริ่มทำ หากอะไรที่ทำแล้วได้ผลดี เราก็จะกระจายไปสู่คนไทย ด้านกิจกรรมที่เกิดขึ้นอาจไม่มีสูตรตายตัวว่าเราจะทำแบบไหน ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคต้องการอะไรและเทรนด์เปลี่ยนไปอย่างไร”
ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อสะท้อนตัวตนของการเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการยกระดับความรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่ AIS ได้จัดทำโครงการ “The Bloom” เพื่อเป็นเวทีในการคัดเลือกคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ได้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน เนื่องจาก AIS มองว่า คนรุ่นใหม่ที่โตมากับยุคของเทคโนโลยี เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถไม่แพ้คนเจนเนอเรชั่นก่อน ต่างคนต่างมีสิ่งที่อีกรุ่นไม่มี ดังนั้นการผสมผสานการทำงานซึ่งกันและกัน จะทำให้เกิดความยืดหยุ่น และสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตได้อย่างรวดเร็ว
“เราต้องยอมรับว่าเด็กรุ่นใหม่มี ศักยภาพมาก เขาโตมากับเทคโนโลยี เราจึงต้องเชื่อมั่นในความแข็งแรงของเขา สิ่งเดียวที่คนรุ่นนี้ขาดคือประสบการณ์ คน Gen เก่า กับ Gen ใหม่ ต่างมีสิ่งที่อีกคนไม่มี เมื่อทำงานสอดคล้องกันแล้ว จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เรือใหญ่ออกสู่ปากน้ำได้เร็วขึ้น
ภารกิจสำคัญของ AIS คือ การก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรและยกระดับความรู้ด้านดิจิทัล ให้แก่คนไทย ภายใต้สำนึกของความเป็นคนไทย การคิดเผื่อ และการร่วมมือ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” คุณกานติมา กล่าวทิ้งท้าย