ลองมาดูกันว่าปัจจัยที่ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น สามารถทำเรื่องดังกล่าวนี้ได้มีอะไรบ้าง
1.จำนวนสาขาที่มีอยู่จำนวนมาก ล่าสุดเซเว่น อีเลฟเว่นในบ้านเรามีสาขาทะลุหลัก 10,000 สาขาไปแล้ว โดยยังคงลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 700 สาขา พร้อมกับตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2564 นี้ ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในเมืองไทยตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดร้านเซเว่น อีเลฟเว่นให้ครบ 13,000 สาขา ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้ยักษ์คอนวีเนียนสโตร์รายนี้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น การที่เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นมากกว่าร้านค้าปลีกทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ใช่แค่ร้านค้าปลีกธรรมดา แต่เป็นการขายความสะดวกในรูปแบบ Convenient Service ที่มีขายตั้งแต่อาหาร, หนังสือ, กาแฟ, เบเกอรี่อบสด, Grocery, อาหารเสริมสุขภาพ, ชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าตั๋วหนังผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือแม้แต่การเสริมบริการอื่นๆ อาทิ การรับส่งพัสดุภัณฑ์ เป็นต้น
ด้วยการมีจำนวนสาขาอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่เพียงแค่จะเป็นตัวเทสต์ที่ดีของสินค้าก่อนวางจำหน่ายในช่องทางอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยในการทดลองบริการ หรือปั้นโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ของกลุ่มซีพี ล่าสุดกับการเทสต์เรื่องของการดิลิเวอรี่สินค้าของเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะถูกนำมาใช้ ซึ่งนั่นจะช่วยในแง่ของการเข้าถึงโอกาสในการขายได้มากขึ้น
2.เรื่องของโมเดล หรือฟอร์แมตของสโตร์ก็มีส่วนสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า โดยเซเว่น อีเลฟเว่น ในบ้านเรามีการปั้นโมเดลของสาขาในรูปแบบใหม่ๆ ออกมาให้บริการอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยน ไป ไม่ว่าจะเป็นการส่งโมเดลของร้านที่มีพื้นที่นั่งชิลในร้านในโลเกชั่นที่เป็นเมืองท่องเที่ยว หรือการให้พื้นที่สำหรับนั่งทานในร้านในสาขา
แต่สาขาที่ส่งลงมาในตลาดในช่วงหลังที่เข้ามาช่วยสนับสนุนในการทำหน้าที่เป็น “ตู้กับข่าว” ของคนรุ่นใหม่ก็คือ สาขาขนาดใหญ่ที่มีที่จอดรถหน้าร้าน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนตามการขยายตัวของชุมชน จำนวนรถที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งลูกค้าสามารถแวะจอดรถเพื่อซื้ออาหารพร้อมทานในมื้อเย็น หรือในระหว่างวันได้
3.นอกจากการขยายสาขาด้วยโมเดลที่หลากหลายแล้ว ในแง่ของสินค้าที่วางจำหน่าย เซเว่นยังมีการพัฒนาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีการทยอยเพิ่มเมนูสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมีบริษัทในเครือซีพีด้วยกันทั้งซีพีแรม และซีพีเอฟ กลายเป็นแรงสนับสนุนชั้นดีในการทำตลาดอาหารของเซเว่น อีเลฟเว่น
ปัจจุบัน สินค้าประเภทอาหารที่วางขายในเซเว่น อีเลฟเว่น มีการแบ่งออกได้ตั้งแต่ตัวเมนูที่เป็นของทานเล่น หรือสแน็ค เมนูหลัก และของหวาน เมนูที่เป็นสแน็คนี้ มีโอกาสทางการตลาดค่อนข้างดี เพราะผู้บริโภคสามารถกินได้อย่างต่อเนื่องไม่จำกัดมื้อ ซึ่งเซเว่น อีเลฟเว่น จะมีสินค้าในส่วนนี้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งอกไก่ ไก่ป๊อป เบเกอร์ และไส้กรอก เป็นต้น
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เซเว่น อีเลฟเว่น พยายามที่จะทำให้ราคาของสินค้าประเภทอาหาร และเครื่องดื่มที่ทำเองให้มีราคาใกล้เคียงกับบรรดาร้านอาหารข้างทาง ซึ่งเป้าหมายของการเข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคนให้เข้ามาหาเซเว่น อีเลฟเว่น จำเป็นต้องมีการทำราคาให้ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาขายของร้านอาหารข้างทาง
ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการทำให้กาแฟสดมีราคาที่ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับร้านกาแฟทั่วไป เป็นการรองรับการยกระดับการดื่มกาแฟจากกาแฟสำเร็จรูปทั่วไปมาสู่กาแฟสดได้เป็นอย่างดี ทำให้ร้านกาแฟสด ออลคาเฟ่ มีการเติบโตค่อข้างดี โดยตลอดทั้งปี 2561 นี้ คาดว่าจะมีการเปิดเพิ่มอีก 2,000 สาขาในปีนี้ จากปัจจุบันมี 5,000 สาขา เมื่อปลายปีที่แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเพิ่มเมนูเครื่องดื่มใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูเครื่องดื่มนอนกาแฟ เช่น ชาสมูทตี้ เป็นต้น
4.การสร้างโอกาสในการขายผ่านรูปแบบต่างๆ อาทิ การสร้างโอกาสในการบริโภค ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารให้เห็นถึงการมีเมนูอาหารที่สามารถรองรับการจัดมินิปาร์ตี้ได้ หรือการครีเอทการบริโภคในรูปแบบต่างๆ อย่างการจับคู่เมนูอาหารเช้า เพื่อกระตุ้นผ่านแวลู่ของสินค้าที่มีให้มากกว่าแค่การซื้อแบบแยกเดี่ยวๆ เป็นต้น