และเทรนด์ต่อไปที่จะมาแทนนักท่องเที่ยวจีนก็คือ อินเดีย ซึ่งแอคคอร์โฮเทล ก็มีตัวเลือกแบรนด์ที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของอินเดียเช่นกัน ไม่ว่าจะมาเที่ยว พักผ่อน หรือแม้กระทั่งมาจัดงานแต่งงาน เพราะมีโรงแรมขนาดกลางประมาณ 100 ห้องหลายแห่งซึ่งเป็นไซส์ที่เหมาะแก่การปิดโรงแรมเพื่อจัดงานสังสรรค์ได้
หลายปีมานี้ เรายังเห็นการปรับตัวของ แอคคอร์โฮเทล ที่ไม่มีเฉพาะแต่แบรนด์แมส แต่ยังมีการแบรนด์ที่เจาะตลาดนิชแตก Fragment เข้าไปอีก อย่าง “ไอบิส” ซึ่งเป็นโรงแรมในเมืองก็แตกเป็น “ไอบิส สไตล์” เป็นโรงแรมในเมืองที่ให้อารมณ์ Pop Culture มากขึ้นเพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ “โซฟิเทล” โรงแรมลักชัวรี่ ก็แตกเป็น “โซ โซฟิเทล” โรงแรมที่เพิ่มลูกเล่นให้เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้นแต่ยังลักชัวรี่ เป็นต้น
ทั้ง ไอบิส สไตล์ และ โซ โซฟิเทล เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตที่ก้าวกระโดด เพราะภายในปี 2020 แอคคอร์โฮเทลมีแผนจะเปิดไอบิส สไตล์ ทั้งหมด 8 แห่ง โดย 2 แห่งอยู่ที่ภูเก็ต ที่เหลืออยู่ที่สุขุมวิท ซ.4 รัชดาภิเษก ขอนแก่น สมุย และสุราษฎร์ธานี และโซ โซฟิเทล อีก 1 แห่งที่สมุย
ทั้งนี้แบรนด์ โซ โซฟิเทล ก็เพิ่งเปิดขยายเฟสใหม่ไปที่หัวหิน ซึ่งเป็นการเพิ่มทั้งห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งห้องพักที่เชื่อมกับสระว่ายน้ำ และเพิ่มกิจกรรม เช่น คอร์ทเทนนิส คอร์ทพิคเคิลบอล คอร์ทบาสเกตบอล ลู่จักรยาน เครื่องเล่นเป่าลมลอยน้ำ Witbit และมินิกอล์ฟ 18 หลุมในธีมวันเดอร์แลนด์ เพื่อครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้กว้างยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนที่มาเป็นแก๊ง กลุ่มที่มาเป็นคู่จนไปถึงกลุ่ม MICE และกลุ่มอี-สปอร์ตที่กำลังเติบโต
“จุดแข็งของเราคือ การมีแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ ทั้งโรงแรม และที่อยู่อาศัย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เรามีการซื้อโรงแรมทั้งเป็นแบรนด์ที่ Establish มานานแล้ว หรือแบรนด์เล็กๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่อย่าง 25hours, 20cMuseum ในคอนเซ็ปต์ Art Museum Hotel และสร้างแบรนด์โรงแรมใหม่ขึ้นมา อย่าง JO & JOE ในคอนเซ็ปต์ Hostel ตอนนี้เรามีแบรนด์รวมทั้งหมด 22 แบรนด์ ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ”