ซัพพลายเออร์แปลงร่างเป็นรีเทลเลอร์
หากไล่ย้อนดูยุคของการตลาดในบ้านเราแล้ว จะเข้าใจถึงเหตุผลที่ซัพพลายเออร์ต้องการจะเข้าไปเป็นรีเทลเลอร์ได้ดี โดยการตลาดในยุค 1.0 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงหลังปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา เจ้าของสินค้าหรือซัพพลายเออร์ จะให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ต้นน้ำ” หรือการผลิตที่มีการผลิตออกมาในสเกลแบบแมส เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด จะได้ขายออกไปในวงกว้างมากที่สุด
การตลาดในยุค 2.0 จะเป็นเรื่องของการแข่งขัน เนื่องจากสินค้าที่ผลิตออกมามีเป็นจำนวนมาก และหลายๆ ตัวก็มีความคล้ายคลึงกัน นอกจากการสร้างความต่างให้เกิดขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องของการให้ความสำคัญกับ “กลางน้ำ” หรือ การจัดจำหน่าย เพราะถ้าใครแข็งแกร่งในเรื่องนี้ โอกาสที่จะกุมชัยชนะก็อยู่แค่เอื้อม ทำให้เราได้เห็นซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่หลายราย หันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในเรื่องของระบบจัดจำหน่ายกันขนานใหญ่
เมื่อโลกการตลาดเข้าสู่ยุคปัจจุบัน ที่เรื่องของบิ๊กดาต้า และความเข้าใจผู้บริโภคแบบลึกซึ้ง ถ่องแท้ กลายเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งร้านค้าปลีกคือตัวที่จะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี เพราะแท็กโดยตรงกับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า นั่นคือเหตุผลใหญ่สุดที่ทำให้ซัพพลายเออร์หลายรายต้องเข้าไปลงทุนทำร้านค้าปลีกของตัวเองขึ้นมา โดยร้านค้าปลีกนั้นอาจจะเป็นร้านที่ขายเฉพาะสินค้าของตัวเอง ซึ่งรูปแบบนี้ สินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย หรือแม้กระทั่งของกินของใช้ บางรายนิยมทำกัน ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งก็คือการทำร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าของทุกค่าย ในส่วนนี้ก็มีเช่น การเข้าไปซื้อบิ๊กซีของกลุ่มบีเจซี เป็นต้น
ทีนี้ลองมาดูเหตุผลทั่วๆ ไป ในการเข้ามาทำร้านค้าปลีกของตัวเองดูบ้างว่ามีอะไรบ้าง
1.การมีร้านค้าปลีกของตัวเอง ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าที่ผลิตขึ้น เพราะสามารถคอนโทรลเชลฟ์ หรือพื้นที่ขาย ตลอดจนการดิสเพลย์ที่โดดเด่นได้ โดยไม่ต้องไปกังวลในเรื่องของการต่อรองกับเชนร้านค้าปลีกที่จะมีเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในเรื่องนี้เพิ่มขึ้น
2.โอกาสในการเพิ่มรายได้จากการทำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของห้าง
3. เพิ่มแต้มต่อในการแข่งขันกับสินค้าประเภทเดียวกันของคู่แข่ง
4.สามารถเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าผ่านข้อมูลการซื้อต่างๆ ที่จะช่วยในการวางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
5.สร้างโอกาสในการกระจายรายได้จากการขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ที่เกิดจากการต่อยอดจากเครือข่ายสาขาของร้านที่ลงทุนไป