ข้อดีของตลาดค้าปลีกในยุคดิจิทัลก็คือ ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการช้อปปิ้งได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านช่องทางออนไลน์ที่เข้ามาเสิร์ฟความต้องการของพวกเขาได้อย่างลงตัว
แน่นอนว่า การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ นี้ เข้ามา Disrupt และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หากต้องการอะไรแล้ว ต้องได้ทันทีโดยไม่รีรอ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรรมดังกล่าว มองว่าเป็นโอกาสคงไม่ผิดนัก เพราะมีหลายธุรกิจที่สามารถเข้ามาเติบโต และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือการเติบโตทางธุรกิจของเคอรี่ ที่เข้ามาปฏิวัติการส่งสินค้าแบบ Same Day เป็นต้น
ต่อเรื่องนี้ วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า เทคโนโลยี โดยเฉพาะออนไลน์ เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างสิ้นเชิง อยากได้อะไรต้องได้ อยากเห็นอะไรต้องเห็น ผู้ประกอบการค้าปลีกจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำตลาด ต้องนำเทคโนโลยีมาช่วย เพราะเทคโนโลยีมันเน้นมาตลอดในเรื่องของความรวดเร็ว
“เพราะฉะนั้นแล้ว การทำตลาดค้าปลีกผ่านช่องทางออนไลน์จึงต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่เปลี่ยน แปลงไปดังกล่าว โดยเฉพาะกับเรื่องของสปีดที่มันต้องสามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้ในทันที เพราะพวกเขาจะซื้อของ หรืออยากได้อะไรก็คลิก สปีดจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทนไม่ได้ถ้ามันช้า พวกเขาต้องการความไวในทุกมิติ ตั้งแต่หาข้อมูล เลือกซื้อ หรือรับสินค้า ถ้าทุกอย่างมันช้าจะยอมรับไม่ได้”
คำกล่าวของ วรวุฒิ อุ่นใจ สะท้อนให้เห็นถึงการก้าวเข้าสู่ยุคของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการตอบสนองพวกเขาในเรื่องของสปีด ที่กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดในยุคนี้
เขามองว่า ผู้บริโภคยุคนี้สมาธิค่อนข้างสั้น ตัวผู้ประกอบการเองจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับกับการเปลี่ยน แปลงดังกล่าว ในแง่ของการตลาด หรือการสื่อสารกับลูกค้าจึงต้อง On Spot หรือตรงจุดทันที เรียกได้ว่าอ่านปุ๊บต้องแคปเจอร์ได้ จะมามัวอารัมภบทไม่ได้แล้วในยุคนี้ ยิ่งผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโซเชียลมีเดีย จึงต้องทำทั้ง 2 มิติในเวลาเดียวกัน นั่นคือ เมื่อสร้าง Engagement แล้วต้องปิดการขายในทันที