ใน Phase ต่อไปเมื่อพัฒนาคนจนมีความพร้อมแล้ว ก็จะนำเครื่องใหม่ๆ เข้ามาใช้ อย่างเช่น Data ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในทุกวันนี้ เมื่อเขาได้รับการเทรนนิ่งมาก่อน เขาก็จะเข้าใจมากขึ้นว่าจะทำงานกับ Data อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่ง Data เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น รู้ Insight และนำไปแก้ปัญหาให้กับลูกค้าในรูปแบบของ Business Solution ได้ดีมากขึ้น
ทิศทางของ Publicis Groupe
Publicis Groupe มีหน่วยงาน 4-5 เอเยนซี อยู่ภายในเครือเดียวกัน ซึ่งในอนาคตทิศทางของ Publicis Groupe จะมีหน่วยงานด้าน Digital มากขึ้น เป็นบริษัทใหม่ที่ตั้งขึ้นมาทำด้าน Digital โดยเฉพาะ
โดยในปี 2019 บริษัทฯในเครือจะมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้น 3 บริษัท (เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือ Global อยู่แล้ว) ซึ่งจะมีความเป็น Specialist ในแต่ละด้าน
ดังนั้นการเปลี่ยนแปลง Publicis Groupe จะประกอบไปด้วย
- การเติบโตชองบริษัทในเครือ ถ้าเปรียบเทียบแล้วเครือ Publicis Groupe จะลีนในแง่ของโครงสร้างองค์กรไม่ใช่คน เพราะงานด้านดิจิทัลจำเป็นที่จะต้องใช้คนจำนวนมาก ซึ่งก็สอดคล้องกับช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคที่มากขึ้น ทำให้ต้องการคนจำนวนมากในการตอบโจทย์ลูกค้าในทุกๆ Touch Point
- การปรับโครงสร้างองค์กร คือจะไม่ใช้ Top Down Management เหมือนยุคสมัยก่อน เช่น จากเดิมในสายงานหนึ่งมี 5 ตำแหน่งก็จะลดลงเหลือ 3 ตำแหน่ง แล้วเอาคนที่เหลือไปทำหน้าที่อื่น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Speed ในการทำงานเพิ่มขึ้น
ความต้องการของลูกค้ามีมากขึ้น แต่ก่อนการใช้ดิจิทัลเป็นแค่ผลลัพธ์หนึ่งที่ใช้ในการวัดผล แต่ตอนนี้นอกจากเพิ่มยอดขายแล้ว ยังต้องกลับมาดู Positioning หรือภาพรวมของแบรนด์
ภารุจ ดาวราย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล บริษัท ลีโอเบอร์เนทท์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามักคิดว่าโฆษณาคือการรับจ้างทำงานเป็นชิ้นๆ แต่ปัจจุบันเราไม่สามารถทำงานแบบนั้นได้แล้ว เราจึงปรับสู่การเป็น Business Solution ซึ่งคือการตั้งต้นที่ปัญหา วิเคราะห์ให้เจอว่าปัญหาของลูกค้าคืออะไร ทำไมลูกค้าถึงเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่น เพราะช่องทางการจัดจำหน่ายเข้าไปถึงรึเปล่า อย่างนี้เป็นต้น การตั้งต้นที่ปัญหาร่วมกับลูกค้า มันจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ลิสปัญหาออกมาแล้วคัดเลือกวิธีการในการแก้ไขปัญหานั้น ออกแบบ แล้วสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้า”