BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
7,941
VIEWS

ถอดรหัสยีนส์ Lee ในภาวะที่โดนผลกระทบจากฟาสต์แฟชั่น

พ.ย. 29, 2561 R.Somboon

ยีนส์ลี  กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจถึงวิธีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายของตลาดยีนส์มูลค่า 22,000 ล้านบาท.....

ความท้าทายแรก น่าจะอยู่ที่การลดหายไปของลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่ที่นิยมเข้ามาซื้อยีนส์ลีในบ้านเรา โดยลูกค้ากลุ่มนี้ ทำสัดส่วนการขายให้กับลีถึง 40% ของยอดขายโดยรวม แน่นอนว่า การขาดหายไปของลูกค้ากลุ่มนี้ที่แทบจะไม่เดินทางเข้ามาเที่ยวในบ้านเราเลยตลอดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงกับยอดขายของลีจนทำให้มีการคาดการณ์ว่า การเติบโตของยอดขายในปีนี้ที่เคยตั้งเป้าไว้ที่ 7% อาจจะเหลือแค่ 5% เท่านั้น

ความท้าทายที่ 2 จะอยู่ที่การทำอย่างไรให้ลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนการซื้อถึง 60% ของยอดขายรวมกลับมาซื้อในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะโยงไปสู่ความท้าทายที่ 3 นั่นคือ ผลกระทบที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าชาวไทยที่หันไปซื้อสินค้าจากบรรดาฟาสต์แฟชั่น ที่มีเรื่องของความครบ และราคาที่ดึงดูดใจมากกว่า

เราลองมาดูกันว่า “ลี” ที่เป็นเบอร์ 2 ในตลาดยีนส์ของบ้านเราด้วยสัดส่วนการตลาด 25% จะทำอย่างไร ในการรับมือกับความท้าทายในครั้งนี้...

 

ปรับกลยุทธ์

เพิ่มน้ำหนักรุกตลาดคนไทย

ยีนส์ลีกับลูกค้านักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่เป็นของคู่กันมานานร่วมทศวรรษ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวบ้านเราต้องซื้อยีนส์ลีกลับบ้าน แถมซื้อในจำนวนค่อนข้างมาก โดยตัวเลขเฉลี่ยต่ำสุดต่อคนประมาณ 7,000 บาท สูงสุดมีถึง 20,000 บาทต่อคนต่อบิลเลยทีเดียว

ทำไมคนจีนรุ่นใหม่ถึงชอบซื้อยีนส์ลีจากเมืองไทยกลับบ้าน นันทวรรณ สุวรรณเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายยีนส์ลีในเมืองไทย เฉลยให้ฟังว่า เป็นเพราะราคาของยีนส์ลีในบ้านเราถูกกว่าที่ซื้อในประเทศจีนถึง 40% ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของคุณภาพ และดีไซน์ที่หลากหลายมากกว่า ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวจีน

แต่เมื่อคนจีนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของลีแทบจะไม่เดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเลยในช่วง 4 – 5 เดือนมานี้ จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ โดยหันมาให้น้ำหนักการทำตลาดกับลูกค้าคนไทยมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการซื้อของลูกค้าชาวไทย

“จากเดิมที่ในช่วงครึ่งปีแรกเรามีการเติบโต 5% แต่หลังจากที่นักท่องเที่ยวชาวจีนหายไป ทำให้การเติบโตลดลงเหลือแค่ 3% การที่จะทำให้สามารถรักษาการเติบโตของยอดขายให้ได้ถึง 5% จึงต้องมีการบุกตลาดหนักขึ้นในช่วงท้ายปีนี้ โดยเฉพาะกับการจัดแอ็กทิวิตี้เพื่อกระตุ้นการซื้อของลูกค้าคนไทย”

การหันกลับมารุกทำตลาดกับลูกค้าชาวไทยมากขึ้นนี้ จะมีการร่วมมือกับห้างโรบินสันซึ่งอยู่ในกลุ่มเซ็นทรัลด้วยกัน จัดอีเวนท์เพื่อกระตุ้นการขาย รวมถึงการทำโปรโมชั่น โดยส่วนหนึ่งจะมีการมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าระดับครีม ที่มีการซื้อต่อบิลค่อนข้างสูง โดยจะเชิญลูกค้ากลุ่มนี้มาร่วมงานแฟชั่นโชว์ที่เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ๆ ซึ่งช่วงที่ผ่านมามีการจัดไปที่เชียงใหม่ ได้ผลค่อนข้างดี

“เรามีฐานข้อมูลจากบัตรเดอะวันคาร์ด ที่ทำให้รู้ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป็นอย่างดี ประกอบกับพันธมิตรอย่างโรบินสันเองที่มีฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัดมีการจัดกิจกรรมกระตุ้นการขายยีนส์ออกมาพอดี ทำให้สามารถ Synergy เพื่อร่วมกันทำตลาดได้”

 

รับมือกับฟาสต์แฟชั่น

อย่างไรก็ตาม หากมองเข้ามาที่แนวโน้มในเรื่องของช่องทางขายแล้ว จะพบว่า ปัจจุบันลูกค้าเริ่มเดินเข้าไปช้อปในพื้นที่ของดีพาร์ทเมนต์สโตร์หรือห้างสรรพสินค้าน้อยลง พร้อมๆ กับการหันมาช้อปจากช็อปที่อยู่ในส่วนของช้อปปิ้งพลาซ่าในศูนย์การค้ามากขึ้น

สิ่งที่สะท้อนในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือสัดส่วนการขายของลีจากเดิมที่ 80% จะมาจากเคาน์เตอร์ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า อีก 20% จะมาจากช็อปของลีในศูนย์การค้า แต่ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ สัดส่วนของการขายจากช็อปมีเพิ่มขึ้นเป็น 35% ขณะที่การซื้อผ่านเคาน์เตอร์จะเหลือสัดส่วนที่ 65% ทำให้ลีมีแผนที่จะรีโนเวทสาขาให้มีความน่าสนใจมากขึ้น หลังจากที่ช่วงก่อนหน้านั้นมีการเปิดแฟลกชิพสโตร์ “Customized Store” แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองกรุงเทพ ภายใต้คอนเซ็ปต์  “Indigo Bangkokian Street Life” ซึ่งเน้นดีไซน์ที่นำเอาเอกลักษณ์พื้นเมืองอย่างรถสามล้อ, สตรีทฟู้ด, ลายไทย รวมถึงตัวอักษรที่มีความโดดเด่นแสดงถึงความเป็นไทยและใช้สีครามของยีนส์เป็นสีหลักสำหรับการออกแบบร้าน เพื่อนำเสนอมุมมองของเมืองกรุงเทพฯ ผ่าน Lee Customized Store ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และยีนส์เลิฟเวอร์ได้สัมผัสลี ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 โซน   เอเทรียม

ปัจจุบัน ลีมีจุดขายรวมทั้งหมด 200 จุด แบ่งเป็นเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า 160 จุด และช็อปในศูนย์การค้าอีก 60 จุด ตามแผนที่วางไว้ในปีหน้านี้จะมีการรีเฟรชสโตร์ที่มีอยู่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยจะทำกับสาขาหลักๆ อาทิ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี และพัทยา

การรีเฟรชสโตร์ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะเป็นการรองรับกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักช้อปที่มีการเข้าไปช้อปในห้างสรรพสินค้าน้อยลง และหันมาซื้อจากช็อปที่อยู่ในศูนย์การค้ามากขึ้น โดยลีมองว่า ช็อปที่ปรับใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นทัชพ้อยท์หนึ่งในการเอนเกจลูกค้าของลี

เพราะหากมองเข้ามาที่นักช้อปรุ่นใหม่แล้ว พบว่า บรรดาฟาสต์แฟชั่นทั้งหลาย กลายเป็นแบรนด์หลักที่พวกเขานึกถึง และมีการจับจ่ายใช้สอยอยู่เป็นประจำ โดยฟาสต์แฟชั่นอย่างยูนิโคล่ นอกจากจะได้เรื่องของความหลากหลายแล้ว ยังมีเรื่องของราคาที่จับต้องได้ ซึ่งหลายครั้งที่ลูกค้าเข้าช็อปของฟาสต์แฟชั่นเหล่านั้น ไม่ได้ตั้งใจเข้าไปซื้อยีนส์ แต่เมื่อเห็นราคาที่น่าสนใจก็หยิบติดมือมาด้วย จนกลายเป็นผลกระทบที่ในระยะยาวหากแบรนด์ที่อยู่ในตลาดเดิมๆ ไม่มีการปรับตัว ก็ยากที่จะเลี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้

 

“เราพยายามขยายฐานของแบรนด์มาที่คนอายุต่ำกว่า 30 ปีลงมา จากเดิมที่ฐานของยีนส์ลีส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป การขยายฐานส่วนหนึ่งจะใช้วิธีการทำผ่านตัวสินค้าที่จะมีการออกคอลเลคชั่นใหม่ๆ โดยจะมีทั้งที่เป็นการ Collaborate กับดีไซเนอร์ระดับโลก และดีไซเนอร์ท้องถิ่น รวมถึงบรรดาเซเลบชื่อดัง ซึ่งในปีหน้านี้จะมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก อาทิ Spring/Summer 2019 ของคอลเลคชั่น Urban Riders 2019 และ Lee x Marvel Comic เป็นต้น”

นอกจากการออกคอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่เบสิกยีนส์ แล้ว ลียังมีการออกสินค้าที่เป็น “โลว์ เทียร์” ราคาต่ำกว่า 1,000 บาท เพื่อชนกับฟาสต์แฟชั่นโดยตรง โดย นันทวรรณ บอกกับเราว่า การเล่นกลยุทธ์ราคาที่ชนกับฟาสต์แฟชั่นจะมีลิมิตคือไม่ไปเล่นราคาจนไม่มีกำไร แต่ต้องมีการทำราคาในบางรุ่น เพื่อดึงลูกค้าที่เป็น Price Sensitive ให้เข้ามาหาแบรนด์ลี

ยีนส์ลี เป็น 1 ใน 3 แบรนด์ที่เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ได้ไลเซ่นมาทำตลาดในไทย ส่วนอีก 2 แบรนด์ที่หลือคือแรงเลอร์ และลี คูเปอร์  สินค้าในกลุ่มนี้ทำรายได้ให้กับเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ประมาณ 40% ของรายได้รวม โดยลี มีส่วนแบ่งในตลาดยีนส์ 22,000 ล้านบาท ประมาณ 25% ขณะที่แรงเลอร์มีแชร์ประมาณ 20% เท่ากับแม็คยีนส์ แน่นอนว่าลีวายส์ยังคงเป็นเบอร์ 1 ในตลาดนี้ มีแชร์ประมาณ 32%

ห้างเซ็นทรัล เดินหน้าผลักดันสนับสนุนแบรนด์แฟชั่นและบิวตี้ เตรียมจัดงาน “Central The Fashion Disruptors 2026” จับมือ “HERA Thailand”

เจาะลึกความสำเร็จ HOUSE OF LITTLEBUNNY แบรนด์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์ ‘ไวรัลข้ามพรมแดน’ จากไอเทมยอดฮิต สู่ Fashion Destination ของสาว SEA

Shein ยักษ์ค้าปลีกออนไลน์จีนบุกปารีส เปิดร้านจริงในห้างสรรพสินค้าขาย Ultra fast-fashion

ท็อปส์ ชู “Food Fashion Department Store” ใช้แฟชั่น ผสานฟู้ด รีเทล สร้างประสบการณ์ช้อปที่แตกต่าง

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 ตอกย้ำเวทีแฟชั่นอันดับหนึ่งของไทย และงานแฟชั่นสุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact