แบรนด์เอจ ออนไลน์ : ในมุมมองของโรบินสัน มองว่า ผู้บริโภคมาห้างหรือศูนย์การค้า เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ตนเองขาดหรือไม่
วุฒิเกียรติ : แน่นอนว่าผู้บริโภคมาเติมเต็มในส่วนที่เขาขาด ด้านของโรบินสันเอง เราเติมในส่วนที่ลูกค้าขาดอยู่แล้ว รวมไปถึงสิ่งที่ห้าง ศูนย์การค้า หรือแม้กระทั่งออนไลน์ไม่มี สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ Department Store มีมากกว่าที่อื่น คือ เรื่องของวาไรตี้ ซึ่งแม้ว่าในออนไลน์จะสามารถทำได้มากกว่า แต่หนึ่งสิ่งที่ออนไลน์ไม่มีอย่างแน่นอน คือเรื่องของ Human Touch ที่สามารให้ข้อมูล ให้คำแนะนำและบริการในด้านต่างๆ
ส่วนตัวผมมองว่า Service & Advice เป็นเรื่องที่อยู่คู่กับสังคมไทยและคนเอเชียมานาน ซึ่งจะขาดไปไม่ได้ วัฒนธรรมของคนเอเชียคือการพึ่งพาอาศัย ดังนั้น Human Touch และความรู้ของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าวันนี้เองยังไม่มีใครทำได้ดีเท่าที่ควรนัก แต่เราเองก็อยากให้ธุรกิจของประเทศไทยพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ
โรบินสันเองคิดว่า สิ่งที่ทำให้เราแข็งแรงได้ คือการมีคู่แข่งที่แข็งแรง เพราะเรามองว่าเมื่อเรามีคู่แข่งที่แข็งแรงแล้ว ก็จะทำให้เราต้องพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งประโยชน์ก็จะไปตกอยู่กับตัวผู้บริโภคเอง สุดท้ายเราก็อยากที่จะให้เป็นเทศไทยเป็นแหล่งสินค้าบริการของคนทั้งโลก ดังนั้นการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกของประเทศควบคู่ไปด้วยกัน จะดีกับทั้งตัวธุรกิจเอง รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศด้วย ซึ่งจะสามารถช่วยเศรษฐกิจไปอีกทางหนึ่ง
ในฐานะที่เราเป็นรายใหญ่ เราเองมีความต้องการที่จะเป็นผู้นำทั้งในด้านบริการ เราก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่จุดเล็กๆ ต้องปรับให้เร็ว เพื่อทันต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
การที่ธุรกิจออนไลน์ของฝั่งอเมริกาเติบโตเร็วมากในขณะที่ออฟไลน์ปรับตัวไม่ทัน ก็ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวไป ซึ่งต่างจากบ้านเรามาก เราเองได้เรียนรู้จากตัวอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้ออฟไลน์ในบ้านเราสามารถขยับตัวตามได้เร็ว เติบโตไปพร้อมๆ กับออนไลน์ เราเองก็ยังอยู่ได้ เหตุผลเพราะ หนึ่ง เรายังไม่ได้มีอเมซอน ยังไม่มีอาลีบาบา และสองผมพูดเสมอว่า ธุรกิจห้างสรรพสินค้าอยู่คู่กับคนไทยมาหลายเจนเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่ คุณย่า หรือเด็กเล็กๆ ล้วนโตมากับห้างสรรพสินค้า ซึ่งทำให้ห้างจะยังอยู่คู่กับสังคมไทย
การมาห้างสรรพสินค้าสำหรับคนไทย คือ ไลฟ์สไตล์ หรือที่ผมนิยามว่าเป็น Social Activity ของคนไทย คนไปห้างไม่ได้หมายความว่าต้องไปซื้อของเพียงอย่างเดียว บางคนไปห้างเพื่อพบปะสังสรรค์ คุยงาน คุยธุระ ไปซื้อหนังสือ หรือแม้กระทั่งไปหาอะไรหาอะไรอร่อยๆ กิน แน่นอนว่าห้างเป็นได้มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง ประกอบกับซัพพลายห้างถ้าเทียบต่อตารางเมตรกับจำนวนประชากร เมื่อเทียบกับต่างประเทศ เราเองก็ไม่ได้โอเวอร์ซัพพลาย
ยกตัวอย่าง เช่น เวลาโรบินสันไปเปิดที่ต่างจังหวัด เราจะมีแค่ห้างเดียวทั้งจังหวัด จากการที่เราได้ไปเปิดโรบินสันในต่างจังหวัด เราจะเห็นว่ายังมีบางกลุ่ม และยังมีโอกาส เพราะห้างยังเข้าไม่ถึงคนอีกมาก ดังนั้นธุรกิจค้าปลีก ยังสามารถเติบโตไปได้อีกหลายปี
แบรนด์เอจ ออนไลน์ : พฤติกรรมการ Trade Up ของคนไทยและสังคมไทย มีส่วนด้วยหรือไม่
วุฒิเกียรติ: ทุกอย่างเกี่ยวพันกันหมด เช่น เรื่องการคมนาคม หรืออาชีพของคน ในอดีตอาชีพหลักของคนไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม สาเหตุมาจากตอนนั้นการคมนาคมยังเข้าไม่ถึง ไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน แต่หากดู ณ ตอนนี้ หรือในอนาคต 5-10 ปี มีความเป็นไปได้ว่า เมืองไทยจะมุ่งไปสู่ธุรกิจการบริการมากขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวของเราค่อนข้างแข็งแรง ซึ่งธุรกิจที่รองรับการท่องเที่ยวก็คือธุรกิจบริการ ฉะนั้นคนจะถูกย้ายจากธุรกิจหนึ่งไปสู่ธุรกิจหนึ่ง
ประกอบกับการพัฒนาในเรื่องของการคมนาคม เช่น การรถไฟเอง ก็มีการพัฒนาในเรื่องของรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งทำให้ความเจริญเข้าถึงคนในชนบทได้มากขึ้น ดังนั้นอาชีพก็จะเปลี่ยนไป จะมีอาชีพใหม่ๆ เข้ามา
แบรนด์เอจ ออนไลน์ : 2-3 ปีที่ผ่านมา โรบินสันได้มีการปรับตัวกับการเข้ามา Disrupt ของดิจิทัลมากน้อยแค่ไหน
วุฒิเกียรติ : ผมมองต่างไป เรามองว่าถ้าไม่มีดิจิทัล หรือการ Disrupt เกิดขึ้น เราก็มองไม่เห็นว่าโรบินสันจะมีข้อได้เปรียบคนอื่นๆ ได้อย่างไร การมีเทคโนโลยีและการนำมาใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ หากมองในแง่ของการ Disrupt เทคโนโลยีเข้ามา Disrupt ในทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรมอยู่แล้ว เพียงแต่จะเห็นได้ชัดในรีเทลเท่านั้น
ใครจะรู้ว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีในวันนี้จะสามารถสร้างอาชีพให้หลายๆ คนได้ เช่น ไลน์แมน จากมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เคยรับแค่ผู้โดยสาร วันนี้เป็นได้ทั้งเมสเซนเจอร์ ส่งของ ส่งอาหาร
แต่สำหรับธุรกิจค้าปลีก เรามองว่าเป็นโอกาสที่ทำให้เราสามารถขายสินค้า Full Elementary ได้ในสาขาเล็ก ทำให้เราสามารถสร้างระบบขายออนไลน์ Click & Collect ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ถึงเวลาก็ไปรับที่สาขาใกล้บ้าน ไม่ได้ต้องเสียค่าขนส่ง นี่คือความสวยงามของการมีเทคโนโลยีเข้ามา
แบรนด์เอจ ออนไลน์ : Technology Disrupt ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ส่งผลให้วิธีการนำเสนอสินค้าต้องปรับเปลี่ยนไปหรือไม่
วุฒิเกียรติ : ผมมองว่า ความรู้เดิมที่เราเคยมีต้องทิ้งให้หมด ปัจจุบันสิ่งที่ใช้ได้ คือ ประสบการณ์และจินตนาการในการทำการตลาด ต่อไปไม่ว่าการจัดวางสินค้าหรือแม้กระทั่งรูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน สุดท้ายสิ่งที่เรามีก็คือ Physical Production ผมยังคงเชื่อว่า Human Touch เป็นสิ่งสำคัญ การบริการ คนคุยกับคน ยังไงก็เป็นสิ่งที่ดีกว่า
หากเราไปดูที่ ฮ่องกง ที่จีน ห้างก็ยังมีคนเดินแน่น ยังไงคนก็ยังเดินห้าง เพราะมันมีเรื่องของการไปลอง ไปหยิบไปจับ ไปเดิน ซึ่งบางอย่างออนไลน์ก็ยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ร่างกายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งาน ท้ายที่สุดก็ยังต้องมี Social Activity อยู่ บางครั้งคนก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเจอการบริการที่ดี เพียงแต่ต้องการมาเดินดูอะไรไปเรื่อยๆ อะไรที่ไม่คาดเดาก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
เราเองก็ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาห้างให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และยังเชื่อในเรื่องง่ายๆ เช่น ความสะดวกสบาย การมีบริการที่ดี มีสินค้าที่ลูกค้าต้องการอย่างเพียงพอ ยังคงเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ อีกอย่างหนึ่ง ห้างสามารถการันตีได้ว่า สินค้าที่นำมาขายมีคุณภาพ พรุ่งนี้มา เราก็ยังอยู่ อีก 5 เดือนมา นำของไปใช้แล้วของมีปัญหา ก็กลับมาคุยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ