BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
16,441
VIEWS

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ เปิดกลวิธีโรบินสัน รับมืออย่างไรกับ Digital Disruption

ธ.ค. 26, 2561 R.Somboon

Digital Disruption กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงมานานในแวดวงค้าปลีกของบ้านเราที่ถูกมองว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกในรูปแบบเดิมๆ โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้ากำลังโดนความท้าทายจากดิจิทัล ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการช้อปของคนไทย

ในฐานะที่เป็นผู้เล่นในตลาดห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ที่มีจำนวนสาขากระจายครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศมากที่สุด โรบินสันจึงไม่พ้นที่จะถูกจับตามองว่าจะรับมืออย่างไรกับคลื่นของ Digital Disruption คำตอบจากปากของ วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และวิธีการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในย่อหน้าถัดจากนี้ไป จึงน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : Digital Disruption ปรับเปลี่ยนทิศทางของผู้บริโภคและตลาดของ Department Store ไปอย่างไร และเทรนด์ในอนาคตของ Department Store จะเป็นอย่างไรต่อไป

วุฒิเกียรติ : เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พฤติกรรมผู้บริโภคมีความซับซ้อนมากขึ้น การรับรู้ของผู้บริโภคมีความซับซ้อน เขามีความต้องการมากยิ่งขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด ด้วยสภาพสังคมและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ยิ่งทำให้ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นสิ่งสำคัญคือ ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความรู้มากขึ้น มีการเรียนรู้ตลอดเวลา ส่วนใหญ่เมื่อเขาต้องการจะซื้อสินค้าอะไร จะมีการเตรียมตัว หาข้อมูลมาก่อนแล้ว ซึ่งต่างจากอดีต

ขณะที่เรื่องของความถี่ในการช้อปก็เปลี่ยนไป ลูกค้ามีความถี่มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลอันเนื่องมาจากระบบการขนส่งที่ดีขึ้น มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ทำให้ความถี่ในการช้อปบ่อยขึ้นมากขึ้น แต่อาจจะไม่ได้เป็นบิ๊กช้อปเหมือนเดิม ถ้ามองในมุมโรบินสันเอง เทรนด์เหล่านี้จะมาคล้ายกัน เราไม่สามารถ Ticket Size ใหญ่ หรือเล็กได้แล้ว แต่เราต้องดูทั้ง P และ Q บางรายเพิ่มความถี่ แต่ยอดใช้จ่ายไม่เหมือนเดิม ในแง่ของผู้ประกอบการเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : จากเดิมที่ผู้ประกอบการค้าปลีกจะมองที่ Spending หรือการใช้จ่ายต่อบิล แต่ปัจจุบัน เป็น Spend Time ยิ่ง Spend Time มาก ยิ่งเป็น Brand Love โรบินสันมีมุมมองเปลี่ยนไปอย่างไร

วุฒิเกียรติ : ในอดีตเราวิเคราะห์ข้อมูลจากตัวเลขพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ในช่วง 5 - 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจรีเทลมีข้อมูลอย่างมหาศาล ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบในการนำข้อมูลไปใช้ เมื่อเรามีข้อมูลเยอะ ก็ต้องมีความสามารถที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาแยกย่อยให้เกิดประโยชน์ได้ เปลี่ยนจาก Data มาเป็น Insight เพื่อเข้าใจลูกค้า เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้จริงๆ สามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร เพื่อสร้างข้อเสนอให้ลูกค้าในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

ในอดีตเรามีข้อมูลที่รู้ว่า ลูกค้าเป็นผู้หญิง จ่ายมากจ่ายน้อย แต่ปัจจุบันเราต้องรู้ว่าลูกค้าใช้อะไร ซื้อเครื่องสำอางแบบไหน ใช้ของพรีเมียมหรือไม่ ต้องรู้ไปถึงว่า ลูกค้าซื้อเครื่องสำอางแล้ว ซื้อเสื้อผ้าแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้ออะไร ซึ่งอนาคตเราต้องสามารถไปให้ได้ถึงขั้นนั้น

ความโชคดีของโรบินสันเอง คือเรามีลูกค้าทั้งในกลุ่มที่เป็นพรีเมียมและแมส จากการที่เรามีธุรกิจกว่า 30% ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และอีก 70% ในเมืองต่างๆ ของประเทศไทย จึงเป็นข้อได้เปรียบที่เรามี เพราะฉะนั้นการนำข้อมูลมาใช้จึงเป็นเรื่องจำเป็น เราต้องนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับทั้งผู้บริโภค และตัวธุรกิจของโรบินสันเองด้วย

 

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : ในมุมมองของโรบินสัน มองว่า ผู้บริโภคมาห้างหรือศูนย์การค้า เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ตนเองขาดหรือไม่

วุฒิเกียรติ : แน่นอนว่าผู้บริโภคมาเติมเต็มในส่วนที่เขาขาด ด้านของโรบินสันเอง เราเติมในส่วนที่ลูกค้าขาดอยู่แล้ว รวมไปถึงสิ่งที่ห้าง ศูนย์การค้า หรือแม้กระทั่งออนไลน์ไม่มี สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ Department Store มีมากกว่าที่อื่น คือ เรื่องของวาไรตี้ ซึ่งแม้ว่าในออนไลน์จะสามารถทำได้มากกว่า แต่หนึ่งสิ่งที่ออนไลน์ไม่มีอย่างแน่นอน คือเรื่องของ Human Touch ที่สามารให้ข้อมูล ให้คำแนะนำและบริการในด้านต่างๆ

ส่วนตัวผมมองว่า Service & Advice เป็นเรื่องที่อยู่คู่กับสังคมไทยและคนเอเชียมานาน ซึ่งจะขาดไปไม่ได้ วัฒนธรรมของคนเอเชียคือการพึ่งพาอาศัย ดังนั้น Human Touch และความรู้ของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าวันนี้เองยังไม่มีใครทำได้ดีเท่าที่ควรนัก แต่เราเองก็อยากให้ธุรกิจของประเทศไทยพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ

โรบินสันเองคิดว่า สิ่งที่ทำให้เราแข็งแรงได้ คือการมีคู่แข่งที่แข็งแรง เพราะเรามองว่าเมื่อเรามีคู่แข่งที่แข็งแรงแล้ว ก็จะทำให้เราต้องพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งประโยชน์ก็จะไปตกอยู่กับตัวผู้บริโภคเอง สุดท้ายเราก็อยากที่จะให้เป็นเทศไทยเป็นแหล่งสินค้าบริการของคนทั้งโลก ดังนั้นการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกของประเทศควบคู่ไปด้วยกัน จะดีกับทั้งตัวธุรกิจเอง รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศด้วย ซึ่งจะสามารถช่วยเศรษฐกิจไปอีกทางหนึ่ง

ในฐานะที่เราเป็นรายใหญ่ เราเองมีความต้องการที่จะเป็นผู้นำทั้งในด้านบริการ เราก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่จุดเล็กๆ ต้องปรับให้เร็ว เพื่อทันต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

การที่ธุรกิจออนไลน์ของฝั่งอเมริกาเติบโตเร็วมากในขณะที่ออฟไลน์ปรับตัวไม่ทัน ก็ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวไป ซึ่งต่างจากบ้านเรามาก เราเองได้เรียนรู้จากตัวอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้ออฟไลน์ในบ้านเราสามารถขยับตัวตามได้เร็ว เติบโตไปพร้อมๆ กับออนไลน์ เราเองก็ยังอยู่ได้ เหตุผลเพราะ หนึ่ง เรายังไม่ได้มีอเมซอน ยังไม่มีอาลีบาบา และสองผมพูดเสมอว่า ธุรกิจห้างสรรพสินค้าอยู่คู่กับคนไทยมาหลายเจนเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่ คุณย่า หรือเด็กเล็กๆ ล้วนโตมากับห้างสรรพสินค้า ซึ่งทำให้ห้างจะยังอยู่คู่กับสังคมไทย

การมาห้างสรรพสินค้าสำหรับคนไทย คือ ไลฟ์สไตล์ หรือที่ผมนิยามว่าเป็น Social Activity ของคนไทย คนไปห้างไม่ได้หมายความว่าต้องไปซื้อของเพียงอย่างเดียว บางคนไปห้างเพื่อพบปะสังสรรค์ คุยงาน คุยธุระ ไปซื้อหนังสือ หรือแม้กระทั่งไปหาอะไรหาอะไรอร่อยๆ กิน แน่นอนว่าห้างเป็นได้มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง ประกอบกับซัพพลายห้างถ้าเทียบต่อตารางเมตรกับจำนวนประชากร เมื่อเทียบกับต่างประเทศ เราเองก็ไม่ได้โอเวอร์ซัพพลาย

ยกตัวอย่าง เช่น เวลาโรบินสันไปเปิดที่ต่างจังหวัด เราจะมีแค่ห้างเดียวทั้งจังหวัด จากการที่เราได้ไปเปิดโรบินสันในต่างจังหวัด เราจะเห็นว่ายังมีบางกลุ่ม และยังมีโอกาส เพราะห้างยังเข้าไม่ถึงคนอีกมาก ดังนั้นธุรกิจค้าปลีก ยังสามารถเติบโตไปได้อีกหลายปี

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : พฤติกรรมการ Trade Up ของคนไทยและสังคมไทย มีส่วนด้วยหรือไม่

วุฒิเกียรติ: ทุกอย่างเกี่ยวพันกันหมด เช่น เรื่องการคมนาคม หรืออาชีพของคน ในอดีตอาชีพหลักของคนไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม สาเหตุมาจากตอนนั้นการคมนาคมยังเข้าไม่ถึง ไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน แต่หากดู ณ ตอนนี้ หรือในอนาคต 5-10 ปี มีความเป็นไปได้ว่า เมืองไทยจะมุ่งไปสู่ธุรกิจการบริการมากขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวของเราค่อนข้างแข็งแรง ซึ่งธุรกิจที่รองรับการท่องเที่ยวก็คือธุรกิจบริการ ฉะนั้นคนจะถูกย้ายจากธุรกิจหนึ่งไปสู่ธุรกิจหนึ่ง

ประกอบกับการพัฒนาในเรื่องของการคมนาคม เช่น การรถไฟเอง ก็มีการพัฒนาในเรื่องของรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งทำให้ความเจริญเข้าถึงคนในชนบทได้มากขึ้น ดังนั้นอาชีพก็จะเปลี่ยนไป จะมีอาชีพใหม่ๆ เข้ามา

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : 2-3 ปีที่ผ่านมา โรบินสันได้มีการปรับตัวกับการเข้ามา Disrupt ของดิจิทัลมากน้อยแค่ไหน

วุฒิเกียรติ : ผมมองต่างไป เรามองว่าถ้าไม่มีดิจิทัล หรือการ Disrupt เกิดขึ้น เราก็มองไม่เห็นว่าโรบินสันจะมีข้อได้เปรียบคนอื่นๆ ได้อย่างไร การมีเทคโนโลยีและการนำมาใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ หากมองในแง่ของการ Disrupt เทคโนโลยีเข้ามา Disrupt ในทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรมอยู่แล้ว เพียงแต่จะเห็นได้ชัดในรีเทลเท่านั้น

ใครจะรู้ว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีในวันนี้จะสามารถสร้างอาชีพให้หลายๆ คนได้ เช่น ไลน์แมน จากมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เคยรับแค่ผู้โดยสาร วันนี้เป็นได้ทั้งเมสเซนเจอร์ ส่งของ ส่งอาหาร

แต่สำหรับธุรกิจค้าปลีก เรามองว่าเป็นโอกาสที่ทำให้เราสามารถขายสินค้า Full Elementary ได้ในสาขาเล็ก ทำให้เราสามารถสร้างระบบขายออนไลน์ Click & Collect ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ถึงเวลาก็ไปรับที่สาขาใกล้บ้าน ไม่ได้ต้องเสียค่าขนส่ง นี่คือความสวยงามของการมีเทคโนโลยีเข้ามา

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : Technology Disrupt ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ส่งผลให้วิธีการนำเสนอสินค้าต้องปรับเปลี่ยนไปหรือไม่

วุฒิเกียรติ : ผมมองว่า ความรู้เดิมที่เราเคยมีต้องทิ้งให้หมด ปัจจุบันสิ่งที่ใช้ได้ คือ ประสบการณ์และจินตนาการในการทำการตลาด ต่อไปไม่ว่าการจัดวางสินค้าหรือแม้กระทั่งรูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน สุดท้ายสิ่งที่เรามีก็คือ Physical Production ผมยังคงเชื่อว่า Human Touch เป็นสิ่งสำคัญ การบริการ คนคุยกับคน ยังไงก็เป็นสิ่งที่ดีกว่า

หากเราไปดูที่ ฮ่องกง ที่จีน ห้างก็ยังมีคนเดินแน่น ยังไงคนก็ยังเดินห้าง เพราะมันมีเรื่องของการไปลอง ไปหยิบไปจับ ไปเดิน ซึ่งบางอย่างออนไลน์ก็ยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ร่างกายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งาน ท้ายที่สุดก็ยังต้องมี Social Activity อยู่ บางครั้งคนก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเจอการบริการที่ดี เพียงแต่ต้องการมาเดินดูอะไรไปเรื่อยๆ อะไรที่ไม่คาดเดาก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง

เราเองก็ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาห้างให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และยังเชื่อในเรื่องง่ายๆ เช่น ความสะดวกสบาย การมีบริการที่ดี มีสินค้าที่ลูกค้าต้องการอย่างเพียงพอ ยังคงเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ อีกอย่างหนึ่ง ห้างสามารถการันตีได้ว่า สินค้าที่นำมาขายมีคุณภาพ พรุ่งนี้มา เราก็ยังอยู่ อีก 5 เดือนมา นำของไปใช้แล้วของมีปัญหา ก็กลับมาคุยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

 

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : เริ่มนำเรื่องของไลฟ์สไตล์เข้ามาใช้ในการจัดวางสินค้าหรือยัง

วุฒิเกียรติ : เราทำมาสักพักแล้ว เนื่องจากการแต่งกายเปลี่ยนไป ก็เหมือน New Collection เริ่มมีความเป็น Sporty มากขึ้น ปัจจุบันสินค้าหลายประเภทก็ไม่เหมาะกับห้างอีกต่อไป เราก็ต้องปรับเปลี่ยน ลดและเพิ่มสินค้าไปตามความเหมาะสม

โรบินสันไม่ได้มีสินค้าทุกอย่าง เพราะเราไม่สามารถใส่ทุกอย่างเข้าไปได้ เราจึงใส่ในสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการ อะไรที่เราไม่มี เราก็จะเติมเต็มด้วย Click & Collect ให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้

การช้อปก็จะเป็นบริการอีกแบบหนึ่งที่เราทำ ในอดีตถ้าเราต้องการซื้อของออนไลน์ เราต้องเข้าไปในเว็บไซต์ ประเภทดอทคอม คนคุยกับคอมพิวเตอร์ พิมพ์ เสิร์ช ซื้อ คลิก ถ้ามาห้างจะเจอพนักงานขาย แต่วันนี้เราสร้างการบริการที่อยู่ตรงกลางขึ้นมา ก็คือ Chat & Shop โดยใช้ไลน์ เมื่อลูกค้าอยากได้อะไร ก็ส่งรูปมา แล้วพนักงานมาตอบ โดยเฉลี่ยจะสามารถปิดการขายได้ใน 10 แชต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ลูกค้าที่อยู่จังหวัดที่ไม่มีห้างก็สามารถมาซื้อของกับเราผ่านช่องทางนี้ได้ ซึ่งเราเรียกว่า เป็น “Omni Channel Department Store”

เราทำทุกอย่างที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า  วันนี้เราอยู่ในตลาดที่ต้องแข่งกันในเรื่องของความสามารถด้านการให้บริการ ต้นทุนส่วนต้นทุน ดังนั้นการแข่งขัน คือ เราต้องทำทุกอย่างที่สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และสร้างความผูกพันของลูกค้ากับโรบินสันแบรนด์ โดยโรบินสันอยู่ในตลาดมากว่า 40 ปี ถือได้ว่าเราอยู่ใน Position ที่ได้เปรียบคนหลายๆ คน แต่เราก็ยังมีอะไรที่ต้องพัฒนาอยู่

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : ความได้เปรียบอย่างหนึ่งของโรบินสันก็คือการมีดีพาร์ตเมนต์สโตร์และศูนย์การค้าแบบสแตนด์อะโลน ในยุคถัดไปไม่ได้เป็นเรื่องของการลงทุนในส่วนของดีพาร์ตเมนต์สโตร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนที่ทำให้เกิดแมกเน็ตซึ่งกันและกัน มีความคิดเห็นอย่างไร

วุฒิเกียรติ :  สุดท้ายแล้ว ทำดีพาร์ตเมนต์สโตร์อย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการ ลูกค้าอยากทานอาหาร อยากดูหนัง เราจึงใส่ร้านอาหารและโรงหนังเข้าไป และเรียกว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์มอลล์ ที่มีอาหาร มีเอนเตอร์เทนเม้นต์ มีธนาคาร จริงๆ ก็คือเป็นโรบินสันสแตนด์อะโลนที่มีความหลากหลายมากขึ้น หากมองในอีกแง่หนึ่ง เราก็อยากที่จะพาโรบินสันไปอยู่ในทุกที่ เราจึงต้องเพิมเติมสิ่งเหล่านี้เข้าไป เพื่อให้โรบินสันเป็นเซ็นเตอร์ออฟคอมมูนิตี้ ที่ตอบโจทย์ โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นตลาดขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก แต่จะต้องทำให้โมเดลธุรกิจมีความยืดหยุ่น และปรับตัวให้เข้ากับตลาด การจะบอกได้ว่าเราสำเร็จหรือไม่ ก็ดูได้จากการตอบรับของลูกค้า

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : อะไร คือ 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้คนมาห้าง

วุฒิเกียรติ : ผมว่าห้างเป็นบ้านหลังที่ 2  เสมือนกับห้องนั่งเล่นของเมือง ถามว่าเขาจะมาทำอะไร แน่นอนว่าความถี่ของการใช้บริการมากสุด ก็คือร้านอาหาร สองคือ ซูเปอร์มาร์เก็ต จากตัวเลขจำนวนคนที่เข้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ก็มีความถี่ในการเข้าห้างของคนในต่างจังหวัดก็ไม่ได้แพ้ในกรุงเทพฯ เลย อีกทั้งเรายังไม่เห็นว่าเทรนด์การมาห้างของผู้บริโภคจะลดลง โดยเฉลี่ย ยอดทราฟฟิคต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 500,000 คน บวกลบอยู่ที่ 20%

ปัจจุบัน โรบินสันมี 48 สาขา โดยเพิ่งเปิดสาขาที่ 48 ในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาที่จังหวัดชัยภูมิ หากเป็นโรบินสันไลฟ์สไตล์มอลล์ ปัจจุบันมีอยู่ 21 สาขา รูปแบบธุรกิจยังคงได้รับการตอบรับที่ดี ยังไม่มีคู่แข่งที่ทำธุรกิจคล้ายเรา สำหรับที่ชัยภูมิแล้ว โรบินสันเองก็ถือได้ว่ามีลูกค้าเดิมอยู่แล้ว จากการมีโรบินสันขอนแก่นมากว่า 10 ปี ซึ่งเราเชื่อว่า การไปเปิดสาขาที่ชัยภูมิจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในจังหวัดชัยภูมิและพื้นที่ใกล้เคียงได้มากยิ่งขึ้น

เรามองว่าการไปเปิดโรบินสันในต่างจังหวัด เป็นการสร้างอาชีพ สิ่งที่สังคมไทยได้เมื่อเราเข้าไปเปิดสาขา โรงหนัง ร้านอาหาร คือการทำให้คนในพื้นที่มีอาชีพ โดยปกติแล้วจะมีพนักงานประมาณ 20% ขอกลับถิ่นฐาน สร้างความสุขให้พนักงาน ทำให้พนักงานได้กลับไปอยู่ใกล้ครอบครัว

แบรนด์เอจ ออนไลน์ : ในฐานะผู้บริหาร อยากให้โรบินสันก้าวไปอยู่ในจุดใด

วุฒิเกียรติ : เราอยากให้โรบินสันเข้าไปอยู่ในทุกจังหวัดของประเทศไทย นำความเจริญเข้าไปในทุกพื้นที่ สร้างงานสร้างอาชีพ เวลาเราไปประกอบธุรกิจ เราก็ต้องพัฒนาคน นำความเจริญและความสะดวกสบายให้กับคนในพื้นที่ อีกทั้งเรายังทำงานร่วมกับภาครัฐ นำสินค้าท้องถิ่นเข้ามาขาย เราสร้างคนก่อน เมื่อเขาแข็งแรง ก็จะสามารถสร้างธุรกิจจนกลายมาเป็นคู่ค้าของเราได้

 

ทำความรู้จัก “RSP” คัมภีร์ตั้งราคาของร้านค้าปลีก ตัวกำหนดเกมว่าขายเท่าไรลูกค้าถึงยอมซื้อ

เปิดกลยุทธ์ "Retail Transformation” ที่ใช้พลิกโฉม เดอะมอลล์ รามคำแหง จาก Transaction-based สู่ Community-driven เต็มรูปแบบ

Tops x No Brand จิ๊กซอว์อัปเกรดพอร์ต Own Brand ของท็อปส์ สู่ Value-Driven Retail เต็มรูปแบบ

“Retail Media” เทรนด์ใหญ่มาแรง เมื่อค้าปลีกพลิกโฉม จาก "ชั้นวางสินค้า" สู่ "สื่อโฆษณาที่ทรงพลัง"

เมื่อ Sukishi หนี Price War ร้านอาหาร พร้อมรุกตลาด Retail ในฐานะ Korean Flavor Solution Partner

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact